วันเสาร์ ที่ 28 มีนาคม 2569

Login
Login

ดาวโจนส์ดิ่งเกือบ 800 จุด ปรับฐาน S&P 500 ร่วงเป็นสัปดาห์ที่ 5

ดาวโจนส์ดิ่งเกือบ 800 จุด ปรับฐาน S&P 500 ร่วงเป็นสัปดาห์ที่ 5

ดัชนีดาวโจนส์ดิ่งเกือบ 800 จุด เข้าสู่ภาวะปรับฐาน S&P 500 ร่วงติดต่อกันเป็นสัปดาห์ที่ห้า ราคาน้ำมันดิบพุ่งทะลุ 110 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลขณะอิหร่านปิดช่องแคบฮอร์มุซ

ซีเอ็นบีซี รายงานว่า ดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ Dow Jones Industrial Average ร่วงลงอย่างหนักในวันศุกร์ (27 มี.ค.69) และเข้าสู่ “เขตปรับฐาน” ขณะที่ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ทะลุ 110 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังเกิดเหตุการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซซึ่งซ้ำเติมความกังวลของนักลงทุนเกี่ยวกับอุปทานพลังงาน และถ้อยแถลงล่าสุดของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ก็ไม่สามารถกระตุ้นให้นักลงทุนเข้าซื้อหุ้นได้

ดัชนีดาวโจนส์ซึ่งมีหุ้น 30 ตัว ร่วงลง 793.47 จุด หรือ 1.73% ปิดที่ 45,166.64 จุด ดัชนี S&P 500 ร่วง 1.67% ปิดที่ระดับต่ำสุดในรอบเจ็ดเดือนที่ 6,368.85 จุด ขณะที่ดัชนีแนสแด็กคอมโพสิต Nasdaq Composite ดิ่งลง 2.15% ปิดที่ 20,948.36 จุด

ดัชนีตลาดกว้าง S&P 500 ทำสถิติปิดลบรายสัปดาห์ต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ที่ 5 ลดลง 2.1% ในช่วงเวลาดังกล่าว แนสแด็กที่มีหุ้นเทคโนโลยีเป็นสัดส่วนสูง ร่วงลง 3.2% นับตั้งแต่ต้นสัปดาห์ ขณะที่ดาวโจนส์ซึ่งเป็นหุ้นบลูชิป ลดลง 0.9% ตลอดสัปดาห์

การไหลลงในวันศุกร์เกิดขึ้นถัดจากวันพฤหัสบดีก่อนหน้า ซึ่งแนสแด็กเพิ่งหล่นเข้าสู่ภาวะปรับฐาน โดยปัจจุบันต่ำกว่าจุดสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ทำไว้ในเดือนตุลาคมราว 13% ดาวโจนส์หล่นเข้าเขตปรับฐานระหว่างการซื้อขายในวันศุกร์ และปิดวันด้วยการปรับตัวลง 10% จากจุดปิดสูงสุด ส่วน S&P 500 ลดลง 8.7% จากสถิติสูงสุดเดิม

สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ล่วงหน้าในตลาดลอนดอนพุ่งขึ้น 4.22% ปิดที่ 112.57 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ด้านสัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ของสหรัฐฯ ปิดพุ่งขึ้นแรง 5.46% ที่ 99.64 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ถือเป็นราคาปิดสูงสุดนับตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2022 สำหรับทั้งสองเกณฑ์อ้างอิง

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ขยายเส้นตายการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของอิหร่านไปเป็นวันที่ 6 เมษายน เลยจากกำหนดเดิมที่ตั้งไว้เป็นวันศุกร์นี้เล็กน้อย

“ตามคำร้องขอของรัฐบาลอิหร่าน โปรดให้ถ้อยแถลงนี้ถือเป็นการยืนยันว่าข้าพเจ้ากำลังหยุดช่วงเวลาการทำลายโรงงานพลังงานไว้ชั่วคราว” ทรัมป์กล่าวในโพสต์บน Truth Social “การเจรจากำลังดำเนินอยู่ และถึงแม้สื่อเฟกนิวส์และคนอื่น ๆ จะออกมารายงานตรงกันข้าม แต่การเจรจากำลังไปได้ด้วยดีมาก ขอบคุณที่ให้ความสนใจในประเด็นนี้!”

 

คำประกาศดังกล่าวถือเป็นสัญญาณล่าสุดว่ารัฐบาลทรัมป์กำลังมองหาหนทางยุติสงครามระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน ความขัดแย้งที่ทำให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้น กระทบผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่ต้องจ่ายแพงขึ้นหน้าปั๊มน้ำมัน และอาจทำให้พรรครีพับลิกันต้องเสียที่นั่งในการเลือกตั้งกลางเทอม

 

อย่างไรก็ดี ความไม่แน่นอนยังคงปกคลุมนักลงทุน หลังมีรายงานว่ารัฐมนตรีต่างประเทศของอิหร่านให้สัมภาษณ์กับสื่อของรัฐในสัปดาห์นี้ว่า เตหะราน “ไม่มีเจตนา” จะเปิดการเจรจากับสหรัฐฯ แม้ผู้นำอิหร่านกำลังพิจารณาข้อเสนอของสหรัฐฯ เพื่อยุติสงครามก็ตาม 

  • สหรัฐอาจจะส่งทหารเพิ่ม10,000 นาย

นอกจากนี้ หนังสือพิมพ์วอลล์สตรีทเจอร์นัลยังรายงานโดยอ้างแหล่งข่าวว่า กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ กำลังพิจารณาส่งทหารเพิ่มอีก 10,000 นายไปยังตะวันออกกลาง

  • ช่องแคบฮอร์มุซปิด

กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน (IRGC) แถลงผ่านสื่อของรัฐว่า ช่องแคบฮอร์มุซถูกปิดแล้ว และการเคลื่อนไหวผ่านเส้นทางเดินเรือสำคัญนี้จะเผชิญการตอบโต้ที่รุนแรง โดยในช่วงเช้าวันศุกร์มีเรือจีนสองลำถูกสั่งให้หันกลับไม่ให้ผ่านช่องแคบ ขณะที่สื่ออิหร่านรายงานด้วยว่า เรือบรรทุกสินค้าติดธงไทยที่ถูกโจมตีในช่องแคบได้เกยตื้นแล้ว

 

แม้จะมีการขยายเส้นตายของทรัมป์ แต่นักลงทุนกำลังอยู่ในจุดที่ต้องการเห็น “ข้อยุติที่เป็นจริง” ของความขัดแย้ง มากกว่าการได้ยินเพียงว่ามี “โอกาสอาจ” จะมีข้อยุติเท่านั้น เจย์ แฮตฟิลด์ ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของบริษัท Infrastructure Capital Advisors กล่าว

 

การได้ข้อยุติจะเป็นแรงหนุนต่อตลาดหุ้น ซึ่งดิ่งลงนับตั้งแต่สหรัฐฯ และอิสราเอลเริ่มโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของอิหร่านเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ดัชนีหลักทั้งสามตัวต่างร่วงลงมากกว่า 7% ตั้งแต่ต้นเดือน

 

“ยิ่งช่องแคบปิดนานเท่าไร สถานการณ์ในตลาดน้ำมันก็จะยิ่งเลวร้ายลงเท่านั้น” แฮตฟิลด์กล่าว “ราคาจะปรับลงแรงในภายหลัง แต่ก็ยังจะมีปัญหาสต็อกคงคลังตอนที่ช่องแคบกลับมาเปิดอีกครั้ง ดังนั้นถ้าต้องใช้เวลาอีกสักเดือนกว่าช่องแคบจะเปิด น้ำมันก็อาจจะค้างอยู่แถว ๆ 80 ดอลลาร์ไปอีกพักใหญ่จนกว่าเราจะสร้างสต็อกกลับขึ้นมาได้”

 

“มันเป็นผลเสียถ้าไม่มีข้อยุติ แม้จะมีเส้นทางไปสู่คำตอบก็ตาม” เขากล่าวต่อ