ความเคลื่อนไหวตลาดหุ้นไทยภาคเช้า ณ วันที่ 27 มี.ค.2569 หุ้นกลุ่มยางพารา ปรับตัวเพิ่มขึ้นยกแผง นำโดย
หุ้น TRUBB บวก 9.20% เพิ่มขึ้น 0.08 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 0.95 บาท
หุ้น STA บวก 5.95% เพิ่มขึ้น 1.00 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 17.80 บาท
หุ้น STGT บวก 5.21% เพิ่มขึ้น 0.50 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 10.10 บาท
หุ้น NER บวก 2.94% เพิ่มขึ้น 0.14 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 4.90 บาท
หุ้น TEGH บวก 1.90% เพิ่มขึ้น 0.06 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 3.22 บาท
ธีร์ธนัตถ์ จิราศิริวัชร ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวิเคราะห์การลงทุน บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) ให้สัมภาษณ์กับ "กรุงเทพธุรกิจ" ว่า ความเคลื่อนไหวของราคาหุ้นกลุ่มยางพาราที่ปรับตัวขึ้นยกแผงในวันนี้ มีปัจจัยหนุนสำคัญจากทั้งด้านมูลค่า (Valuation) และปัจจัยพื้นฐาน โดยหุ้นในกลุ่มส่วนใหญ่ยังซื้อขายในระดับ P/E ต่ำ ขณะที่ราคายางในตลาดโลกยังทรงตัวในระดับสูงและมีแนวโน้มปรับขึ้นต่อเนื่อง
นอกจากนี้ ปัจจัยหลักมาจากภาวะอุปทานหรือซัพพลายที่ตึงตัว โดยราคายางกำลังขึ้นทดสอบแนวต้านบริเวณ 200 เซนต์ต่อกิโลกรัม ซึ่งสาเหตุสำคัญมาจากผลผลิตยางในประเทศไทยลดลง ประกอบกับความเสี่ยงจากปรากฏการณ์ เอลนีโญ ในช่วงครึ่งปีหลัง ซึ่งอาจทำให้ปริมาณน้ำยางลดลงมากขึ้น
ขณะเดียวกัน ฝั่งอุปสงค์หรือดีมานด์เริ่มฟื้นตัว โดยเฉพาะอุตสาหกรรมถุงมือยางธรรมชาติ หลังราคาถุงมือยางสังเคราะห์ปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลให้ผู้ผลิตบางส่วนหันมาใช้ยางธรรมชาติมากขึ้น และยิ่งเข้าไปแย่งซัพพลายในตลาดที่ตึงตัวอยู่แล้ว
ทั้งนี้ในด้านผลประกอบการ มองว่าไตรมาส 1/2569เมื่อเทียบกับปีก่อน อาจยังเห็นการชะลอตัว เนื่องจากฐานปีที่แล้วอยู่ในระดับสูงมาก อย่างไรก็ตาม หากเทียบไตรมาสต่อไตรมาส จะเริ่มเห็นสัญญาณฟื้นตัว และคาดว่า ไตรมาส 2/2569 จะเติบโตโดดเด่นทั้ง YoY และ QoQ จากผลของราคายางที่ปรับตัวขึ้นในปัจจุบัน
สำหรับคำแนะนำการลงทุน STA ราคาปรับขึ้นเร็วและเข้าใกล้ราคาเป้าหมายที่ 18.80 บาท ทำให้อัพไซด์จำกัด แนะนำ “ซื้อเมื่ออ่อนตัว” บริเวณ 16 บาท ส่วน NER โดดเด่นจาก P/E ต่ำเพียง 4-5 เท่า และแนวโน้มกำไรสอดคล้องกับทิศทางราคายาง ขณะที่ TEGH หุ้นเด่นสุด ได้อานิสงส์ทั้งธุรกิจยางและน้ำมันปาล์ม โดย Q2 เป็นช่วงผลผลิตปาล์มออกมาก ทำให้กำไรทั้งสองธุรกิจเติบโตพร้อมกัน และ TRUBB คาดได้รับอานิสงส์เชิงบวกตามอุตสาหกรรม





