นักวิเคราะห์ชี้หุ้นไทยกลับมาเผชิญแรงกดดัน หลังรัฐบาลประกาศขึ้นราคาน้ำมันเช้านี้ 6 บาทต่อลิตร ดีเซลเพิ่ม 30% จากช่วงก่อนความขัดแย้ง คาดต้นทุนราคาสินค้าปรับขึ้นต่อเนื่องทำเงินเฟ้อพุ่งแตะระดับ 3-4% กดดันกระแสเงินทุนต่างชาติไหลออก เงินบาทอ่อนค่าทดสอบระดับ 32.78 บาทต่อดอลลาร์
บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จํากัด (มหาชน) ระบุในบทวิเคราะห์ว่า ดัชนีตลาดหุ้นไทยได้แรงกดดันจากปัจจัยในประเทศหลังรัฐบาลประกาศขึ้นราคาน้ำมันเช้านี้อีก 6 บาทต่อลิตร โดยราคาน้ำมันดีเซลปรับขึ้นแตะระดับราว 39 บาทต่อลิตร หรือเพิ่มขึ้น 30% เทียบกับช่วงก่อนสงครามความขัดแย้งในตะวันออกกลาง
ทั้งนี้ คาดว่าราคาน้ำมันจะเริ่มส่งผลกระทบอย่างมีนัยต่อเศรษฐกิจ และเงินเฟ้อโดยเฉพาะในไตรมาส 2 ปี 2569 โดยเบื้องต้นมองเงินเฟ้อทั่วไปพุ่งขึ้นแตะระดับ 3-4% โดยต้องติดตามการปรับประมาณการเศรษฐกิจในที่ต่างๆ รวมถึงทิศทางนโยบายการเงินของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.)
ขณะที่มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ และช่วยเหลือค่าครองชีพของคณะรัฐมนตรีชุดใหม่คาดทำได้เพียงประคอง และลดผลกระทบเชิงลบทางเศรษฐกิจ และอาจพุ่งเป้าเยียวยาเฉพาะกลุ่มที่เปราะบาง จากเม็ดเงินงบประมาณที่มีอยู่อย่างจำกัด
ด้านทีมนักวิเคราะห์ บล.พาย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ผลกระทบของการปรับขึ้นราคาน้ำมันดีเซลในระดับสูงภายในครั้งเดียวคือ การส่งผ่านต้นทุนที่เพิ่มขึ้นไปยังราคาสินค้า ส่วนบริษัทที่ไม่สามารถส่งผ่านต้นทุนได้ก็อาจมีกำไรที่ลดลง
ในฝั่งของนโยบายการเงินก็เชื่อว่าดอกเบี้ยนโยบายของไทยได้ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว จากตัวเลขเงินเฟ้อประเทศไทยขยับขึ้น มองโอกาส กนง. คงดอกเบี้ยต่อไปในระยะยาว
ส่งผลดีกับกลุ่มธนาคารพาณิชย์แต่กดดันเชิงจิตวิทยาต่อกลุ่มนอนแบงก์ ด้านกลุ่มค้าปลีกอาจโดนแรงกดดันจากการบริโภคที่ชะลอ ในการนี้ต้องรอติดตามตัวเลขผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานวันนี้ ซึ่งคาดการณ์ที่ 2.1 แสนราย
ประเมินดัชนีตลาดหุ้นไทยวันนี้ (26 มี.ค.69) เสี่ยงปรับฐานในกรอบ 1,435 – 1,470 จุด รับแรงกดดันจากเงินเฟ้อที่ขยับขึ้นพร้อมกับสถานการณ์ที่ผันผวนในตะวันออกกลาง และเช้านี้เงินบาทกลับมาอ่อนค่าทดสอบระดับ 32.78 บาท / ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งจะสร้างแรงกดดันกระแสเงินทุนต่างชาติแม้วานนี้ จะมีสถานะซื้อสุทธิก็ตาม
ด้านกลยุทธ์การลงทุน อาจขายทำกำไรบางส่วนสำหรับนักลงทุนระยะสั้น ส่วนหุ้นแนะนำเน้นหุ้นที่มีปัจจัยหนุนในกลุ่มส่งออกอย่าง ITC และ TU จากปัจจัยเงินบาทอ่อนค่า กลุ่มธนาคารพาณิชย์ เช่น BBL, KBANK, KTB, และ SCB รับปัจจัยหนุนดอกเบี้ยไทยผ่านจุดต่ำสุด
พิสูจน์อักษร....สุรีย์ ศิลาวงษ์





