ความเคลื่อนไหว"ตลาดหุ้นไทย" ณ วันที่ 26 มี.ค.2569 เวลา 10.00 น.หุ้นกลุ่มค้าปลีกกอดคอร่วงยกแผง นำโดย
- หุ้น GLOBAL ร่วง 5.98% ลดลง 0.35 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 5.50 บาท
- หุ้น CPALL ร่วง 4.95% ลดลง 2.25 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 43.25 บาท
- หุ้น DOHOME ร่วง 4.32% ลดลง 0.14 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 3.10 บาท
- หุ้น HMPRO ร่วง 3.23% ลดลง 0.20 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 6.00 บาท
- หุ้น COM7 ร่วง 3.15% ลดลง 0.70 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 21.50 บาท
- หุ้น JMART ร่วง 3.01% ลดลง 0.20 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 6.45 บาท
- หุ้น BJC ร่วง 3.60% ลดลง 0.50 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 13.40 บาท
- หุ้น CRC ร่วง 2.70% ลดลง 0.50 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 18.00 บาท
- หุ้น MRDIYT ร่วง 1.78% ลดลง 0.15 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 8.30 บาท
- หุ้น CPAXT ร่วง 1.69% ลดลง 0.30 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 15.00 บาท
- หุ้น MOSHI ร่วง 1.43% ลดลง 0.50 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 34.50 บาท
วทัญ จิตต์สมนึก ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์กลยุทธ์ บล. พาย ให้สัมภาษณ์กับ "กรุงเทพธุรกิจ" ว่า ภาวะตลาดหุ้นไทยในวันนี้เผชิญแรงกดดัน โดยเฉพาะหุ้นในกลุ่มค้าปลีกที่ปรับตัวลดลงยกแผง ท่ามกลางแรงเทขายของนักลงทุน หลังจากมีการปรับขึ้นราคาน้ำมันขายปลีกในประเทศอย่างรุนแรงถึง 6 บาทต่อลิตร สร้างความตื่นตระหนกให้กับตลาด เนื่องจากนักลงทุนกังวลผลกระทบจากต้นทุนพลังงานที่เพิ่มขึ้น ซึ่งจะส่งผ่านไปยังกำลังซื้อของผู้บริโภคโดยตรง
ทั้งนี้การปรับขึ้นราคาน้ำมันครั้งนี้เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว เปรียบเสมือนประชาชน “ตั้งตัวไม่ทัน” ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายด้านการเดินทางเพิ่มขึ้นทันที ตัวอย่างเช่น ค่าใช้จ่ายในการเติมน้ำมันเต็มถังที่เคยอยู่ราว 2,000 บาท อาจเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ทำให้เม็ดเงินที่เหลือสำหรับการจับจ่ายสินค้าอุปโภคบริโภคลดลง ส่งผลกระทบโดยตรงต่อยอดขายของธุรกิจค้าปลีกในภาพรวม
นอกจากนี้ แรงกดดันจากราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้นยังมีแนวโน้มผลักดันอัตราเงินเฟ้อให้ขยับสูงขึ้น ซึ่งอาจกระทบต่อกำไรของบริษัทจดทะเบียนในหลายกลุ่มอุตสาหกรรม ไม่เฉพาะเพียงค้าปลีก แต่รวมถึงภาคขนส่งและการผลิต
"ปัจจุบันแม้ราคาขายปลีกในประเทศยังต่ำกว่าต้นทุนจริง จากการที่รัฐบาลใช้เงินกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเข้ามาอุดหนุน แต่หากราคาน้ำมันในตลาดโลกยังทรงตัวในระดับสูงที่ 90-100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลต่อเนื่อง อาจทำให้ภาครัฐไม่สามารถแบกรับภาระได้ในระยะยาว และมีความเป็นไปได้ที่จะต้องปล่อยให้ราคาปรับขึ้นตามกลไกตลาด"
ขณะเดียวกัน ความไม่แน่นอนในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะความตึงเครียดระหว่างสหรัฐและอิหร่านยังคงเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่ทำให้ราคาน้ำมันโลกผันผวนและอยู่ในระดับสูง
สำหรับ กลยุทธ์การลงทุน แนะนำนักลงทุนไม่ควรตื่นตระหนกจนเกินไป เนื่องจากราคาหุ้นค้าปลีกได้ปรับตัวลดลงมาในระดับหนึ่งแล้ว และเริ่มมีความน่าสนใจในเชิงมูลค่า อย่างไรก็ตาม ควรรอประเมินทิศทางราคาน้ำมันให้มีความชัดเจนก่อน หากราคาน้ำมันเริ่มทรงตัวหรือปรับฐานลง จะเป็นจังหวะที่เหมาะสมในการกลับเข้าลงทุนในกลุ่มค้าปลีกอีกครั้ง





