"ตลาดหุ้นไทย" ในวันนี้ (25 มี.ค. 2569) ปิดตลาดเย็นอยู่ที่ 1,457.91 จุด โดยปรับตัวเพิ่มขึ้น 47.52 จุด หรือคิดเป็น +3.37% นักวิเคราะห์ชี้มีสาเหตุมาจากตลาดกลับมาเปิดรับความเสี่ยงอีกครั้ง หลังความขัดแย้งในตะวันออกกลางเริ่มส่งสัญญาณผ่อนคลาย จับตาฟันด์โฟลวไหลเข้าตลาดภูมิภาครวมทั้งไทย
"ตลาดหุ้นไทย" ในวันนี้ (25 มี.ค. 2569) ปิดตลาดเย็นอยู่ที่ 1,457.91 จุด โดยปรับตัวเพิ่มขึ้น 47.52 จุด หรือคิดเป็น +3.37%โดยดัชนีฯ ทำจุดสูงสุดอยู่ที่ 1,461.19 จุด และจุดต่ำสุดอยู่ที่ 1,431.18 จุด และมีมูลค่าซื้อขายรวม 73,737.09 ล้านบาท
หุ้นที่มีมูลค่าซื้อขายสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่
1. DELTA ราคาปิด 290.00 บาท เพิ่มขึ้น 26.00 บาท หรือ +9.85% มูลค่าซื้อขาย 10,143.71 ล้านบาท
2. PTT ราคาปิด 34.25 บาท เพิ่มขึ้น 0.50 บาท หรือ +1.48% มูลค่าซื้อขาย 3,554.93 ล้านบาท
3. GULF ราคาปิด 57.00 บาท เพิ่มขึ้น 1.75 บาท หรือ +3.17% มูลค่าซื้อขาย 3,324.69 ล้านบาท
4. PTTEP ราคาปิด 151.50 บาท ลดลง 3.00 บาท หรือ -1.94% มูลค่าซื้อขาย 2,537.21 ล้านบาท
5. HANA ราคาปิด 27.75 บาท เพิ่มขึ้น 4.15 บาท หรือ +17.58% มูลค่าซื้อขาย 2,399.06 ล้านบาท
นายกรภัทร วรเชษฐ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ หัวหน้าสายงานวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) กรุงศรี จำกัด (มหาชน) หรือ KSS เปิดเผยว่า ดัชนีแกว่งตัวในทางบวกวันนี้จากตลาดกำลังก้าวผ่านความกลัวสู่การลองเสี่ยง (Risk on) ในระยะสั้น หลังความตึงเครียดในตะวันออกกลางมีแนวโน้มผ่อนคลายลง
เรือสินค้าและเรือบรรทุกน้ำมันเริ่มกลับมาขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้อีกครั้ง ลดความเสี่ยงด้านซัพพลายส่งผลต่อราคาน้ำมันดิบเบรนต์ลดลงมาที่ 95 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล รวมถึงตัวเลขคาดการณ์เงินเฟ้อลดลง และยีลด์พันธบัตรกลับมาเสถียรอีกครั้งลดแรงกดดันต่อธนาคารกลางสหรัฐ
ในวันพรุ่งนี้ (26 มี.ค.) คาดดัชนีตลาดหุ้นไทยแกว่งตัวในกรอบแนวต้าน 1466-1480 จุด รับ 1431-1440 จุด จับตาฟันด์โฟลวไหลเข้าตลาด EM โดยเฉพาะไทย สอดคล้องการจัดตั้งรัฐบาลใหม่และการลงทุนภาคเอกชน กลุ่มโรงแรม โรงพยาบาล นิคมฯ ไฟฟ้า และไฟแนนซ์ได้ประโยชน์ รวมถึงภาคการท่องเที่ยวที่กำลังฟื้นตัว
ด้านกลยุทธ์การลงทุน แนะนำ THAI ได้ประโยชน์จากราคาน้ำมันย่อตัว และเงินบาทแข็งค่า, BCP ผ่อนคลายฮอร์มุซลดความเสี่ยงด้านซัพพลาย และ SCC ในกลุ่มแลกการ์ด





