วันอังคาร ที่ 1 กันยายน 2569

Login
Login

หุ้นไทยวันนี้ 25 มี.ค.69 โบรกคาดสถานการณ์เริ่มผ่อนคลาย เน้นเก็งกำไร Anti Oil

บล.พาย คาดการณ์ว่าตลาดหุ้นไทยจะฟื้นตัวในกรอบ 1400 – 1440 จุด เนื่องจากนักลงทุนคาดหวังว่าสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางจะผ่อนคลายลง ปัจจัยบวกที่สะท้อนการคลายกังวล ได้แก่ ราคาน้ำมันดิบ WTI ที่ปรับตัวลดลง -3.9%, เงินบาทที่กลับมาแข็งค่า และตลาดหุ้นเอเชียที่ปรับตัวขึ้น กลยุทธ์การลงทุนแนะนำให้เน้นเก็งกำไรในหุ้นกลุ่ม Anti-Oil ซึ่งเป็นกลุ่มที่ได้รับประโยชน์จากราคาน้ำมันที่ลดลง

KEY POINTS

  • บล.พาย คาดการณ์ว่าตลาดหุ้นไทยจะฟื้นตัวในกรอบ 1400 – 1440 จุด เนื่องจากนักลงทุนคาดหวังว่าสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางจะผ่อนคลายลง
  • ปัจจัยบวกที่สะท้อนการคลายกังวล ได้แก่ ราคาน้ำมันดิบ WTI ที่ปรับตัวลดลง -3.9%, เงินบาทที่กลับมาแข็งค่า และตลาดหุ้นเอเชียที่ปรับตัวขึ้น
  • กลยุทธ์การลงทุนแนะนำให้เน้นเก็งกำไรในหุ้นกลุ่ม Anti-Oil ซึ่งเป็นกลุ่มที่ได้รับประโยชน์จากราคาน้ำมันที่ลดลง
  • กลุ่ม Anti-Oil ที่น่าสนใจ ได้แก่ กลุ่มสายการบิน (AAV, BA, THAI), โรงไฟฟ้า (BGRIM, GPSC, GULF), ท่องเที่ยว (AOT, CENTEL, MINT) และค้าปลีก (CPALL, HMPRO)

หุ้นไทยวันนี้ 25 มี.ค.69 บล.พาย เปิดเผยว่า ตลาดหุ้น Dow Jones เมื่อคืนปิดลบ 84 จุด (-0.18%) ท่ามกลางการซื้อขายที่ผันผวนเพราะนักลงทุนยังกังวลเกี่ยวกับสงครามในตะวันออกกลางจะกดดันเงินเฟ้อ ด้านราคาน้ำมันดิบ BRT ปิดบวก 4.5% หลังอิหร่านระบุไม่ได้มีการเจรจากับสหรัฐฯ อย่างไรก็ตามเช้านี้ราคาน้ำมันดิบเริ่มปรับลง
 

เมื่อคืนที่ผ่านมาสหรัฐฯ มีการประกาศตัวเลข PMI เบื้องต้นพบว่า ค่อนข้างดีโดยทั้งภาคบริการและภาคผลิตอยู่สูงกว่าระดับ 50 และภาคผลิตมากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ 

แต่อย่างไรก็ตาม นักลงทุนไม่ได้ให้น้ำหนักมากนักเพราะยังคงจับตากับสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ท่ามกลางข่าวสารที่ค่อนข้างมากมายไม่ว่าจะเป็นการเจรจาจากฝั่งตะวันออกกลาง หรือแม้กระทั่งปากีสถานเสนอเป็นตัวกลางเจรจาระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน แต่ถึงอย่างนั้นสินทรัพย์ที่บ่งชี้ได้ดีที่สุดอาจเป็นน้ำมัน 

ซึ่งเช้านี้พบว่าอยู่ที่ลดลง -3.9% (WTI) อิงข้อมูลจาก Investing นับเป็นปัจจัยสะท้อนว่านักลงทุนคาดหวังสถานการณ์ผ่อนคลายลง พร้อมกับ Dow Future +0.7% เงินบาทกลับมาแข็งค่าทดสอบระดับ 32.48 บาท / ดอลลาร์สหรัฐฯ จากก่อนหน้าที่ 33.1 บาท / ดอลลาร์สหรัฐฯ โดยรวมแล้วสะท้อนถึงการคลายกังวล ด้านราคาทองคำก็เริ่มกลับมาฟื้นตัว (+1.6%) Bloomberg ได้นำเสนอว่าอาจมีการหยุดก่อสงครามกัน 1 เดือน เพราะรัฐบาลสหรัฐฯ เริ่มเผชิญกับปัญหาทางเศรษฐกิจ 

สำหรับตลาดหุ้นเอเชียเช้านี้ Kospi +2.4% Nikkei +2.4% เช่นเดียวกัน ก็เชื่อว่าแรงส่งนี้จะหนุนหุ้นไทยกลับมาบวกได้ต่อเนื่อง 

ส่วนปัจจัยในประเทศกระทรวงพาณิชย์ รายงานมูลค่าการส่งออกไทยประจำเดือน ก.พ. พบว่าขยายตัว 10%YoY แต่หากไม่รวมสินค้าเกี่ยวข้องกับน้ำมัน ทองคำ อาวุธ จะขยายตัว 11%YoY แต่ต่ำกว่าคาดการณ์จาก Consensus ที่ 17%YoY แรงหนุนหลักยังมาจากสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ เครื่องใช้ไฟฟ้า ที่ขยายตัวตาม Technology (AI) และการกระจายความเสี่ยงใน Supply Chain ด้านสินค้าเกษตรที่ขยายตัวได้แก่ ทุเรียนสด เงาะสด ลำไยสด 

มองเป็นปัจจัยหนุนต่อหุ้นอย่าง DELTA HANA KCE ITC TU GFPT ฝั่งรัฐบาลก็เริ่มส่งสัญญาณว่าอาจค่อยๆปล่อยราคาน้ำมันขยับขึ้นเป็นไปตามกลไกของตลาด ส่วนหนึ่งเชื่อว่าต้องกระทำเพื่อจะช่วยบรรเทาภาระกองทุนน้ำมัน แต่หากราคาน้ำมันดิบโลกทยอยลดลงก็เชื่อว่าสถานการณ์จะค่อยๆดีขึ้นรวมถึงเงินเฟ้ออาจไม่ได้น่ากังวลจนเกินไปนัก 

วันนี้คาดหวัง SET INDEX จะฟื้นตัวต่อเนื่องในกรอบ 1400 – 1440 ตลาดเริ่มคาดหวังสถานการณ์จะผ่อนคลายมากขึ้นพร้อมกับจิตวิทยาเชิงบวกทั้งจากบาทแข็งและน้ำมันดิบที่ปรับลง 

ในเชิงกลยุทธ์การลงทุนเน้นที่กลุ่ม Anti Oil อย่างสายการบิน (AAV BA THAI) โรงไฟฟ้า (BGRIM GPSC GULF) ท่องเที่ยว (AOT CENTEL MINT) ค้าปลีก (CPALL HMPRO)

หุ้นแนะนำซื้อวันนี้ 

AWC (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย 2.60 บาท)

2026 คาดเติบโตแข็งแกร่งที่ 2.3 พันล้านบาท (+19% YoY) จากอัตราเข้าพักโรงแรมเติบโตตามการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยว โดยใน 1Q26 มียอดจองแข็งแกร่ง

MINT (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย 32.50 บาท)

กำไรปกติใน 4Q25 รายงานที่ 3.5 พันล้านบาท (+25% YoY, +21% QoQ) โดยแม้อยู่ในช่วง low season ในยุโรป แต่อัตราการจอง (Occupancy) และอัตราค่าที่พัก (ADR) ยังคงเติบโตดีต่อเนื่อง