วันจันทร์ ที่ 23 มีนาคม 2569

Login
Login

TRUE เปิดจองหุ้นกู้ปี 69 เรตติ้ง A+ ชูดอกเบี้ยสูงสุด 3.35% ต่อปี

TRUE เปิดจองหุ้นกู้ปี 69 เรตติ้ง A+ ชูดอกเบี้ยสูงสุด 3.35% ต่อปี

บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (บริษัทฯ) บริษัทโทรคมนาคมเทคโนโลยีชั้นนำของไทย และได้รับการจัดอันดับติด Top 1% บริษัทที่มีความยั่งยืนที่สุดของโลกจาก S&P Global ต่อเนื่องเป็นปีที่ 8 ตามรายงาน Sustainability Yearbook 2026 ตอกย้ำสถานะธุรกิจที่มั่นคงและศักยภาพการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว เตรียมเสนอขายหุ้นกู้ชุดใหม่แก่ผู้ลงทุนทั่วไปจำนวน 4 ชุด อายุ 4 – 10 ปี พร้อมอัตราดอกเบี้ยคงที่ 2.45 – 3.35% ต่อปี และอันดับความน่าเชื่อถือที่ระดับ “A+” แนวโน้มเครดิตได้รับการปรับขึ้นจาก “คงที่ (Stable)” เป็น “บวก (Positive)” โดยบริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด เมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2569 สวนกระแสภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน สะท้อนความเชื่อมั่นของพื้นฐานธุรกิจที่แข็งแกร่ง รวมถึงบทบาทของทรูในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของประเทศ คาดเปิดให้จองซื้อระหว่างวันที่ 30 เมษายน และ วันที่ 5 - 6 พฤษภาคม 2569 ผ่าน 7 สถาบันการเงินชั้นนำได้แก่ ธ.กรุงเทพ ธ.กสิกรไทย ธ.ไทยพาณิชย์ ธ.ซีไอเอ็มบีไทย ธ.ยูโอบี บล.เกียรตินาคินภัทร และ บล.เอเซีย พลัส รวมถึงการขายผ่านแอปพลิเคชัน TrueMoney Wallet โดยมี ธ.กรุงศรีอยุธยา เป็นนายทะเบียนหุ้นกู้และผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้
 

นายนกุล เซห์กัล หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านการเงิน บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ความสำเร็จของทรูในปี 2568 ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของบริษัทฯ แม้เผชิญแรงกดดันจากภาวะเศรษฐกิจ ผลประกอบการของบริษัท ฯ ยังสอดคล้องกับเป้าหมายที่ได้ให้แนวทางไว้ โดยบริษัทฯ สามารถพลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 9.2 พันล้านบาท (กำไรสุทธิหลังปรับปรุงรายการพิเศษสูงถึง 1.92 หมื่นล้านบาท) พร้อมทำกำไรต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 4 นับตั้งแต่ควบรวมกิจการ จากการบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ วินัยทางการเงินที่เข้มแข็ง การมุ่งเน้นลูกค้าที่มีคุณภาพ และการได้รับประโยชน์อย่างต่อเนื่องจากกลยุทธ์ด้านคลื่นความถี่ทั้งนี้ บริษัทมี EBITDA อยู่ที่ 105.0 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 7% เมื่อเทียบกับปีก่อน และบริษัทฯ สามารถประกาศจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นเป็นครั้งแรกหลังการควบรวม สะท้อนถึงกระแสเงินสดที่แข็งแกร่งและทิศทางการดำเนินธุรกิจที่มีเสถียรภาพมากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
 

ขณะเดียวกัน บริษัทฯ ได้ควบรวมโครงข่ายครั้งใหญ่ที่สุดในอาเซียนสำเร็จ ซึ่งช่วยเสริมศักยภาพเครือข่าย 5G และ 4G ให้ ครอบคลุม เสถียร และมีประสิทธิภาพสูงสุด ทั้งยังนำเทคโนโลยี AI เข้ามาบริหารจัดการเครือข่ายแบบอัตโนมัติ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานและยกระดับประสบการณ์การใช้งานเครือข่ายที่ดีที่สุดอย่างไร้รอยต่อให้กับลูกค้า ปัจจัยเหล่านี้สะท้อนพื้นฐานธุรกิจที่แข็งแรงและศักยภาพของบริษัทฯ ในการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว
 
บริษัทฯ และหุ้นกู้ที่จะเสนอขายในครั้งนี้ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่ระดับ “A+” พร้อมแนวโน้มเครดิตที่ได้รับการปรับขึ้นจาก “คงที่ (Stable)” เป็น “บวก (Positive)” โดยบริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด เมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2569  แนวโน้มเครดิตที่ได้รับการปรับสูงขึ้น สะท้อนถึงสถานะผู้นำทางการตลาดของทรู (market position) ในธุรกิจ โดยมีจุดแข็งจากโครงข่ายที่ครอบคลุมทั่วประเทศ ชุดคลื่นความถี่ที่หลากหลาย และชื่อแบรนด์ที่ผู้บริโภคเชื่อถือ รวมถึงปัจจัยบวกจากประโยชน์ของการควบรวม ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานและเสริมศักยภาพการเติบโตของบริษัทในระยะยาว
 
นอกจากนี้ แนวโน้มเครดิตที่เป็น “บวก” ยังสะท้อนถึง ความสามารถในการทำกำไรและกระแสเงินสดของบริษัทที่แข็งแกร่งขึ้น ซึ่งเป็นผลมาจากการรับรู้ประโยชน์จากการควบรวมกิจการ (Synergy) อย่างต่อเนื่องภายหลังการควบรวมกิจการที่ประสบความสำเร็จ
 
บริษัทฯ เข้าสู่สถานะการดำเนินงานที่มีเสถียรภาพ (Steady-state) ตั้งแต่ในช่วงปลายปี 2568 และสามารถรับรู้ผลประโยชน์จากการควบรวมได้เป็นส่วนใหญ่ EBITDA ปรับตัวดีขึ้นจากการประหยัดต้นทุนด้านคลื่นความถี่และเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงาน โดยบริษัทฯ คาดว่าอัตราส่วน EBITDA ต่อรายได้จากการให้บริการจะเพิ่มจากร้อยละ 64 ในปี 2568 เป็นร้อยละ 69 ภายในปี 2571 ขณะเดียวกัน ภายหลังการปรับปรุงโครงข่ายแล้วเสร็จ บริษัทฯ คาดว่าการลงทุนจะทยอยลดลงตั้งแต่ปี 2569 เป็นต้นไป โดยสัดส่วนการลงทุนต่อรายได้ (Capex to Sales) จะลดลงสู่ระดับร้อยละ 13 – 14 ภายในปี 2571 ควบคู่กับการบริหารเงินลงทุนอย่างมีวินัย ทั้งนี้ บริษัทฯ ตั้งเป้าปรับโครงสร้างทางการเงินให้มี Leverage ประมาณ 3.0 เท่าภายในปี 2571
 
หุ้นกู้ที่เสนอขายในครั้งนี้จะเสนอขายต่อประชาชนเป็นการทั่วไป (โดยให้บุคคลธรรมดาที่เป็นผู้ลงทุนสถาบันจองซื้อในฐานะผู้ลงทุนทั่วไปเท่านั้น) (Public Offering) จำนวน 4 ชุด โดยมีอายุหุ้นกู้ให้เลือกตั้งแต่ 4 ปี ถึง 10 ปี เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการลงทุนระยะกลาง และระยะยาว โดยเป็นหุ้นกู้ชนิดระบุชื่อผู้ถือ ประเภทไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีประกัน และมีผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ ชำระดอกเบี้ยคงที่ทุกๆ 6 เดือนตลอดอายุหุ้นกู้ และคาดว่าจะเปิดให้จองซื้อระหว่างวันที่ 30 เมษายน และ วันที่ 5 –  6 พฤษภาคม 2569 สำหรับผู้ลงทุนทั่วไป มูลค่าจองซื้อขั้นต่ำ 100,000 บาท และทวีคูณครั้งละ 100,000 บาท ซึ่งบริษัทฯ คาดว่าหุ้นกู้ที่เสนอขายในครั้งนี้จะได้รับการตอบรับจากนักลงทุนเป็นอย่างดีเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา

โดยหุ้นกู้ทั้ง 4 ชุดที่เสนอขาย มีรายละเอียดดังนี้
หุ้นกู้ชุดที่ 1 อายุ 4 ปี อัตราดอกเบี้ยคงที่ 2.45 – 2.60% ต่อปี
หุ้นกู้ชุดที่ 2 อายุ 5 ปี อัตราดอกเบี้ยคงที่ 2.60 – 2.80% ต่อปี
หุ้นกู้ชุดที่ 3 อายุ 7 ปี อัตราดอกเบี้ยคงที่ 3.00 – 3.20% ต่อปี
หุ้นกู้ชุดที่ 4 อายุ 10 ปี อัตราดอกเบี้ยคงที่ 3.20 – 3.35% ต่อปี และผู้ออกหุ้นกู้มีสิทธิไถ่ถอนหุ้นกู้ก่อนวันครบกำหนดได้ตั้งแต่หุ้นกู้อายุครบปีที่ 5 เป็นต้นไป