“K-Research” เผยค่าเงินบาทสัปดาห์ที่ผ่านมาทำสถิติอ่อนค่าสุดในรอบ 9 เดือนที่ 32.93 บาทต่อดอลลาร์ จากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ส่งผลต่อราคาน้ำมันพุ่งสูง-ดอลลาร์แข็งจากเงินเฟ้อสหรัฐหนุนเฟดหั่นดอกเบี้ย ด้านนักลงทุนต่างชาติเทขายหุ้นและพันธบัตรไทยเป็นมูลค่ากว่า 1.2 หมื่นล้าน”
นักวิเคราะห์ศูนย์วิจัยกสิกรไทย หรือ K-Research เปิดเผยในบทวิเคราะห์ว่า เงินบาทอ่อนค่า อีกครั้งตามการร่วงของราคาทองคำตลาดโลก โดยเงินบาททำสถิติอ่อนค่าสุดในรอบเกือบ 9 เดือนนับตั้งแต่ปลายมิ.ย. 2568 ที่ 32.93 บาทต่อดอลลาร์ ท่ามกลางความกังวลต่อสถานการณ์ในตะวันออกกลาง หลังมีรายงานระบุว่าอิหร่านโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของกาตาร์
นอกจากนี้ เงินดอลลาร์ยังมีทิศทางแข็งค่าขึ้น หลังได้แรงหนุนจากการปรับเพิ่มประมาณการเศรษฐกิจและเงินเฟ้อของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ซึ่งส่งผลให้ตลาดปรับลดการคาดการณ์ความเป็นไปได้ที่เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในปีนี้แม้ว่า dot plot ล่าสุดของเฟดจะยังส่งสัญญาณการลดดอกเบี้ย 1 ครั้งก็ตาม
ในภาพรวมเงินบาทมีทิศทางอ่อนค่าลงตั้งแต่ช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา (16 มี.ค.) โดยถูกกดดันจากการเคลื่อนไหวในกรอบสูงของราคาน้ำมันในตลาดโลก
จากนั้นเงินบาทฟื้นตัวกลับมาบางส่วน จากเงินดอลลาร์อ่อนค่าลงตามการปรับตัวลงของบอนด์ยีลด์สหรัฐและราคาน้ำมันในตลาดโลก ประกอบกับแรงขายปรับฐานก่อนการประชุมเฟดกดดันค่าเงินดอลลาร์
ช่วงปลายสัปดาห์ เงินบาทฟื้นตัวขณะที่เงินดอลลาร์เผชิญแรงขาย หลังจาก BOJ, BoE และ ECB ส่งสัญญาณยืนดอกเบี้ยในระดับสูงเพื่อสกัดความเสี่ยงจากเงินเฟ้อ โดยปิดตลาดในประเทศ (20 มี.ค.) ที่ 32.67 บาทต่อดอลลาร์เทียบกับระดับ 32.3 บาทต่อดอลลาร์ในวันศุกร์ก่อนหน้า (13 มี.ค.)
สำหรับสถานะพอร์ตการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติระหว่างวันที่ 16-20 มี.ค. 2569 นั้น นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิหุ้นไทย 3,216 ล้านบาท และมีสถานะอยู่ในฝั่ง Net Outflows ออกจากตลาดพันธบัตรไทย 8,943 ล้านบาท (ขายสุทธิพันธบัตร 8,038 ล้านบาท และตราสารหนี้หมดอายุ 905 ล้านบาท)
ขณะที่สัปดาห์หน้า ระหว่างวันที่ 23-27 มี.ค. 2569 ธนาคารกสิกรไทยมองกรอบการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทที่ระดับ 32.3-33.2 บาทต่อดอลลาร์
ปัจจัยที่ต้องจับตามอง
ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่
- ตัวเลขการส่งออกเดือนก.พ. ของไทย
- สถานการณ์ในตะวันออกกลาง
- ทิศทางราคาน้ำมันในตลาดโลก
- ฟันด์โฟลว์ของต่างชาติ
- ถ้อยแถลงของเฟด
ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐที่สำคัญ ได้แก่ ดัชนีราคานำเข้า/ส่งออก เดือน ก.พ. ดัชนีความเชื่อมั่นและมุมมองต่อการคาดการณ์เงินเฟ้อของผู้บริโภค ดัชนี PMI เบื้องต้นสาหรับเดือนมี.ค. รวมถึงตัวเลขการจ้างงานของภาคเอกชนและจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์
นอกจากนี้ ตลาดยังรอติดตามข้อมูล PMI เบื้องต้นสำหรับเดือนมี.ค. ของญี่ปุ่น ยูโรโซน และอังกฤษ รวมถึงอัตราเงินเฟ้อเดือนก.พ. ของญี่ปุ่นและอังกฤษด้วยเช่นกัน
ด้านดัชนีหุ้นไทย คาดมีแนวรับที่ 1,415 และ 1,400 จุด ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ 1,445 และ 1,460 จุด ตามลำดับ





