ทรัมป์ขู่จะทำลายโรงไฟฟ้าอิหร่าน กดดันตลาดหุ้นเอเชียร่วงแรง Kospi เกาหลีใต้ ลบ 6% และ Nikkei 225 ญี่ปุ่นดิ่งกว่า 4% กังวลห่วงโซ่อุปทานหยุดชะงัก กระทบราคาพลังงาน
ตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียแปแปซิฟิกกอดคอร่วงในวันนี้ (23มี.ค.) เนื่องจากนักลงทุนกังวลกับสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรงขึ้น หลังจากสหรัฐและอิหร่านต่างขู่จะยกระดับการเผชิญหน้าทางทหาร ในขณะที่สงครามก้าวเข้าสู่สัปดาห์ที่ 4
- ตลาดหุ้นเอเชียช่วงเช้าเปิดตัวในแดนลบอย่างหนัก
- ดัชนี S&P/ASX 200 ของออสเตรเลียลดลงกว่า 1.8%
- ดัชนี Nikkei 225 ของญี่ปุ่นร่วงลงถึง 4.18%
- ดัชนี Kospi ของเกาหลีใต้ดิ่งลงแรงถึง 6.38%
- ดัชนี Hang Seng ของฮ่องกงก็มีแนวโน้มจะเปิดตลาดลดลงเช่นกัน
‘ทรัมป์’ ขู่ทำลายล้าง
ประธานาธิบดี “โดนัลด์ ทรัมป์” ประกาศเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาว่า เขาจะสั่งการให้ "ทำลายล้าง" โรงไฟฟ้าของอิหร่านให้สิ้นซาก หากรัฐบาลเตหะรานไม่ยอมเปิดเส้นทางเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งพลังงานที่สำคัญของโลก ภายในเวลา 48 ชั่วโมง
ทางด้านอิหร่านก็ได้ตอบโต้ทันควัน โดยขู่ว่าจะโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและโรงงานผลิตน้ำจืดในแถบอ่าวอาหรับ หากสหรัฐลงมือทำตามคำขาดดังกล่าวจริง
โมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลิบาฟ ประธานรัฐสภาอิหร่าน ระบุว่า หากโรงไฟฟ้าของประเทศถูกโจมตี อิหร่านจะตอบโต้อย่างทันทีด้วยการโจมตีแหล่งพลังงานและน้ำมันทั่วทั้งภูมิภาค
นอกจากนี้ เขายังโพสต์ข้อความผ่าน X เสริมว่า "โครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญ รวมถึงระบบพลังงานและน้ำมันทั่วทั้งภูมิภาค จะถือเป็นเป้าหมายที่ชอบธรรมและจะถูกทำลายจนไม่อาจกู้คืนได้ ซึ่งจะส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นอย่างยาวนาน"
ยิ่งไปกว่านั้น ในวันอาทิตย์ที่ผ่านมา นายกาลิบาฟยังได้ขยายขอบเขตการขู่ไปถึงผู้ถือพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ โดยเตือนว่าสถาบันการเงินที่ซื้อพันธบัตรและ "ให้เงินอุดหนุนงบประมาณกองทัพสหรัฐ" จะถูกนับเป็นเป้าหมายในการโจมตี เช่นเดียวกับฐานทัพทหาร
สำหรับราคาน้ำมันดิบในช่วงเช้าวันจันทร์ยังค่อนข้างนิ่ง โดยน้ำมันดิบ Brent ลดลงเล็กน้อย 0.25% อยู่ที่ 111.97 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนน้ำมันดิบ WTI ของสหรัฐลดลง 0.6% อยู่ที่ 97.64 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ทางฝั่งสหรัฐ ดัชนีฟิวเจอร์สในช่วงกลางคืนแทบไม่เปลี่ยนแปลง โดยดัชนี Dow Jones ทรงตัว ส่วน S&P 500 และ Nasdaq ปรับตัวลดลงเล็กน้อย





