ดาวโจนส์ฟิวเจอร์ ตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้าหุ้นสหรัฐแทบไม่เปลี่ยนแปลง หลังทรัมป์ยื่นคำขาดต่ออิหร่านให้เปิดช่องแคบฮอร์มุซ วอลล์สตรีทร่วงลงต่อเนื่อง 4 สัปดาห์แล้ว
ซีเอ็นบีซี รายงานว่า ตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้าหุ้นสหรัฐแทบไม่เปลี่ยนแปลงในคืนวันอาทิตย์ (22 มี.ค.69) ตามเวลาท้องถิ่น โดยได้รับแรงกดดันจากคำเตือนล่าสุดของสหรัฐฯ ต่ออิหร่าน หลังจากดัชนีหลักของสหรัฐฯ ร่วงลงติดต่อกันเป็นสัปดาห์ที่สี่
โดยดัชนีดาวโจนส์ Dow Jones Industrial Average ฟิวเจอร์
ซื้อขายอยู่ที่ระดับทรงตัว S&P 500 ฟิวเจอร์ลดลง 0.1% และ Nasdaq-100 ฟิวเจอร์ลดลง 0.2%
ความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นในขณะที่สงครามอิหร่านเข้าสู่สัปดาห์ที่สี่ โดยความตึงเครียดทวีความรุนแรงขึ้นในช่วงสุดสัปดาห์ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ขู่ว่าจะโจมตีโรงไฟฟ้าของอิหร่านหากช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งที่สำคัญสำหรับน้ำมันและผลิตภัณฑ์พลังงานอื่นๆ ไม่ได้รับการเปิดอีกครั้ง อิหร่านตอบโต้โดยกล่าวว่าจะโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของสหรัฐฯ และโรงงานผลิตน้ำจืดในอ่าวเปอร์เซีย หากสหรัฐฯ ดำเนินการตามคำขู่
ราคาน้ำมันดิบปรับตัวสูงขึ้นในการซื้อขายช่วงเช้าวันอาทิตย์ ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสอินเตอร์มีเดียต (WTI) ฟิวเจอร์ปรับตัวขึ้น 0.5% สู่ระดับ 98.73 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ ซึ่งเป็นราคาน้ำมันมาตรฐานสากลปรับตัวขึ้น 0.5% สู่ระดับ 112.76 ดอลลาร์
“ชัดเจนว่าอิหร่านยังไม่ยอมถอย” เบน เอมอนส์ ประธานเจ้าหน้าที่การลงทุนและผู้ก่อตั้ง Fed Watch Advisors เขียนไว้ “บรรยากาศการลงทุนแบบหลีกเลี่ยงความเสี่ยงอาจเลวร้ายลงอย่างมีนัยสำคัญในสัปดาห์นี้ โดยจะเริ่มเห็นผลกระทบด้านมหภาคจากชุดข้อมูล PMI ทั่วโลกที่ออกมาอย่างต่อเนื่อง … การลดความเสี่ยงในพอร์ตอาจยังดำเนินต่อไป ทำให้เงินสดกลับมาเป็นสินทรัพย์ที่น่าถือครองอีกครั้ง”
รายงานดัชนี PMI ของสหรัฐฯ จาก S&P Global Flash จะประกาศในเช้าวันอังคาร
นักลงทุนจะจับตาดูระดับแนวรับด้วยเช่นกัน สัปดาห์ที่แล้วดัชนี S&P 500 ร่วงลงต่ำกว่าค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 200 วันเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนพฤษภาคม
ดัชนีดาวโจนส์ และแนสแด็ก ลดลงประมาณ 2% ในสัปดาห์ที่แล้ว ขณะที่ S&P 500 ลดลง 1.5% สำหรับดัชนีดาวโจนส์ นับเป็นการร่วงลงติดต่อกันสี่สัปดาห์ครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2023





