“TISCO” เข้าร่วมโครงการ JUMP+ ส่งเสริมข้อมูลนักลงทุนรายย่อยและเพิ่มการรับรู้ เปิดแผนกลยุทธ์ระยะ 3 ปีตั้งเป้า ROAE ระดับ 15-17% จากการนำ AI ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพดำเนินงาน ยกระดับธรรมาภิบาล และเน้นปล่อยสินเชื่อสีเขียวมากขึ้น พร้อมตอบแทนนักลงทุนอย่างเหมาะสม
นายศักดิ์ชัย พีชะพัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และนายชาตรี จันทรงาม รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายควบคุมการเงินและบริหารความเสี่ยงธนาคารทิสโก้ TISCO เปิดเผยว่า TISCO ได้เข้าร่วมโครงการ JUMP+ ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) อย่างเป็นทางการ เพื่อยกระดับศักยภาพองค์กรและเสริมความเชื่อมั่นในตลาดทุน ทั้งนี้ เน้นขับเคลื่อนธุรกิจสู่การเติบโตอย่างยั่งยืนใน 3 มิติ ได้แก่ ธุรกิจ (Business) ธรรมาภิบาล (Governance) และสิ่งแวดล้อม (Climate Action)
ในด้านธุรกิจ ทิสโก้ตั้งเป้าอัตราผลตอบแทนต่อส่วนผู้ถือหุ้นเฉลี่ย (ROAE) ในระยะ 3 ปีต่อจากนี้ในระดับ 15-17% อย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ จากทิศทางกลยุทธ์ที่เน้นการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์มาเป็นกลไกขับเคลื่อนพัฒนาองค์กร ทั้งในแง่ของการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน และคุณภาพการให้บริการลูกค้า
อย่างการใช้งาน AI virtual coach “พี่รู้ดี” เข้ามาช่วยเพิ่มความแม่นยำรวดเร็วในการดูแลลูกค้า ช่วยให้พนักงานสามารถให้คำแนะนำในการบริการลูกค้าได้อย่างตรงจุด ทั้งในส่วนของธนาคารและสมหวังเงินสั่งได้
นอกจากนี้ จะมีการประยุกต์ใช้ AI เชื่อมโยงเข้ากับแผนการบริหารความมั่งคั่ง ผสานความเชี่ยวชาญเข้ากับแฟลตฟอร์มต่าง ๆ เช่น TISCO My Goal, My Wealth และ My Fund เพื่อการวางแผนที่ตอบโจทย์เฉพาะบุคคล และสอดคล้องไปกับสังคมผู้สูงวัย
ด้านธรรมมาภิบาล เป็นอีกหนึ่งมิติที่ทิสโก้ให้ความสำคัญเป็นอันดับแรก โดยตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนกรรมการอิสระให้เกินกว่า 50% ของคณะกรรมการบริษัท ภายในปี 2569 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ในปัจจุบันที่มีกำหนดว่าต้องมากกว่า 1 ใน 3 พร้อมขยายมาตรการต่อต้านทุจริตไปยังคู่ค้าสำคัญมากขึ้น และประยุกต์ใช้กรอบความรับผิดชอบด้านปัญญาประดิษฐ์ (Responsible AI Reporting Framework) ช่วยในการกำกับดูแล ประเมินความถูกต้องและโปร่งใส
สำหรับในมิติสิ่งแวดล้อม ทิสโก้มุ่งเสริมสร้างประสิทธิภาพการใช้งานพลังงานและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ผ่านการขยายการติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์ในสาขาธนาคารและสาขาของ "สมหวังเงินสั่งได้" เพื่อเพิ่มสัดส่วนการใช้งานพลังงานหมุนเวียนภายในองค์กร
รวมถึงการปรับเปลี่ยนสัดส่วนการปล่อยสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์แบบสันดาป (ICE) มาเป็นรถยนต์ไฟฟ้า (EV) มากขึ้น พร้อมทั้งส่งเสริมสินเชื่อสีเขียวและควบคุมการให้สินเชื่อที่อาจส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคมเพื่อขับเคลื่อนองค์กรสู่เป้าหมายลดก๊าซเรือนกระจกอย่างเป็นรูปธรรม
“การเข้าร่วมโครงการ JUMP+ ไม่เพียงช่วยยกระดับแนวทางพัฒนาองค์กรของทิสโก้เท่านั้น แต่ยังสะท้อนความมุ่งมั่นในการร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการยกระดับคุณภาพตลาดทุนไทย ภายใต้หลักธรรมาภิบาลความโปร่งใส และการดำเนินธุรกิจอย่างรับผิดชอบและเป็นธรรม” นายศักดิ์ชัยกล่าวทิ้งท้าย





