ความตึงเครียดในตะวันออกกลางกำลังกลายเป็นชนวนสำคัญที่อาจนำไปสู่ “วิกฤติพลังงานรอบใหม่” หลังราคาน้ำมันโลกเริ่มปรับตัวขึ้นจากความเสี่ยงด้านอุปทาน ขณะที่ในประเทศ ไทยกำลังเผชิญแรงกดดันซ้อนจากนโยบายพลังงานภาครัฐ โดยเฉพาะการทยอยปรับเพดานราคาน้ำมันดีเซลขึ้นสู่ระดับไม่เกิน 33 บาทต่อลิตร
ภาพดังกล่าวกำลังทำให้ “หุ้นกลุ่มปั๊มน้ำมัน” กลับมาอยู่ในเรดาร์ของนักลงทุนอีกครั้ง ไม่ว่าจะเป็น บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ BCP และ บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) หรือ PTG
ซึ่งต่างมีโครงสร้างรายได้ที่ผูกกับราคาน้ำมัน ค่าการตลาด และธุรกิจ Non-Oil ทั้งนี้ "กรุงเทพธุรกิจ" จะพาไปสำรวจทั้ง 3 สถานีปั้มน้ำมันใหญ่
ธุรกิจปั้มน้ำมัน 3 สถานีปั้มน้ำมัน ในตลาดหุ้นไทย
1.) บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) OR
ทั้งนี้ผลการดำเนินงานปี 2568 มีรายได้ขายและบริการ 658,723 ล้านบาท ลดลง 65,235 ล้านบาท หรือลดลง 9.0% จากปี 2567 ตามทิศทางการปรับลดลงของราคาน้ำมันในตลาดโลก ประกอบกับปริมาณจำหน่ายที่ลดลง อย่างไรก็ตาม OR สามารถบริหารจัดการต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานได้อย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้มี EBITDA จำนวน 20,357 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2,691 ล้านบาท หรือคิดเป็น 15.2% จากปีก่อนหน้า โดยการเติบโตดังกล่าวมาจากผลการดำเนินงานของกลุ่มธุรกิจ Mobility จากกำไรขั้นต้นเฉลี่ยต่อลิตรที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะน้ำมันอากาศยานและน้ำมันดีเซล ขณะที่กลุ่มธุรกิจ Lifestyle มีผลการดำเนินงานปรับตัวดีขึ้นจากธุรกิจค้าปลีกอาหารและเครื่องดื่มที่มีกำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะ Café Amazon ซึ่งยังคงได้รับการตอบรับจากผู้บริโภคเป็นอย่างดี ประกอบกับการควบคุมค่าใช้จ่ายดำเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพจากการยุติธุรกิจที่ผลประกอบการไม่เป็นไปตามแผนในปี 2567
สำหรับผลการดำเนินงานในไตรมาส 4/2568 OR มีรายได้จากการขายและบริการจำนวน 155,535 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.3% จากไตรมาสก่อนหน้า ตามปัจจัยฤดูกาล โดยกลุ่มธุรกิจ Mobility มีรายได้ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากปริมาณจำหน่ายที่ขยายตัว โดยเฉพาะน้ำมันอากาศยานและน้ำมันดีเซล ในขณะที่กลุ่มธุรกิจ Lifestyle มีรายได้เพิ่มขึ้นจากทั้งธุรกิจค้าปลีกอาหารและเครื่องดื่ม และธุรกิจค้าปลีกอื่น ๆ ส่วนกลุ่มธุรกิจ Global มีรายได้ปรับลดลงจากปริมาณจำหน่ายที่ชะลอตัวในบางประเทศ ทั้งนี้ ในไตรมาสดังกล่าว OR มี EBITDA จำนวน 4,443 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 2,078 ล้านบาท ลดลงจากไตรมาสก่อนหน้า จากค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่ปรับเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ในปี 2568 OR มีกำไรสุทธิจำนวน 11,304 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 3,654 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 47.8% คิดเป็นกำไรต่อหุ้น 0.94 บาท
- หม่อมหลวง ปีกทอง ทองใหญ่ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร
- มาร์เก็ตแคป 135,600 ล้านบาท
- ราคา 5 วัน +1.80%
- ราคา YTD -15.04%
- ปันผล YTD 5.31%
- บมจ. ปตท.ถือหุ้นใหญ่อันดับ 1
- สถานีปั๊ม PTT 2,413 สถานี ผู้ใช้บริการ 3.9 ล้านคนต่อวัน
- สถานีปั๊ม PTT ต่างประเทศ 355 สถานี
- FIT Auto 111 สาขา
- EV Station PluZ 1,349 แห่ง 2,931 หัวชาร์จ
- Cafe Amazon 4,742 สาขา มียอดขาย 429 ล้านแก้ว
- Cafe Amazon ต่างประเทศ 294 สาขา ใน 11 ประเทศ มียอดขาย 24 ล้านแก้ว
- ร้านค้าโครงการ ไทยเด็ด 487 สาขา
- 7-Eleven และ Jiffy จํานวน 2,403 สาขา
- ธุรกิจสุขภาพ ร้าน found & found 12 แห่ง
- บัตรสมาชิก PTT Blue Card 9.3 ล้านราย
- แบรนด์ที่เข้าไปลงทุน Pacamara Coffee Roasters,โอ้กะจู๋, Kamu Tea, Dusit Food, Drink Enterprise ,Otteri ,โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา เป็นต้น
2.) บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) BCP
ทั้งนี้ บริษัทรายงานผลประกอบการปี 2568 มีกำไรส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ 2,880 ล้านบาท เติบโต 32% จากปี 2567 ที่ทำได้ 2,184 ล้านบาท คิดเป็นกำไรต่อหุ้น 2.08 บาท โดยมีรายได้จากการขายและการให้บริการ 507,570 ล้านบาท EBITDA 35,753 ล้านบาท ในขณะที่กำไรสุทธิจากการดำเนินงานปกติ (ไม่รวมรายการพิเศษ) อยู่ที่ 10,240 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 67% จากปี 2567 และสามารถรับรู้ Synergy ตลอดปี 7,300 ล้านบาท จากการผสานการทำงานระหว่างธุรกิจในกลุ่มควบคู่กับการบริหารการผลิตอย่างมีประสิทธิภาพร่วมกัน
สำหรับปี 2569 ให้ความสำคัญกับ 2 กลุ่มธุรกิจที่จะเป็นกลไกในการเติบโตใหม่ ได้แก่ กลุ่มธุรกิจการค้าน้ำมัน และกลุ่มธุรกิจสำรวจและผลิตปิโตรเลียม เพื่อเสริมศักยภาพการแข่งขันในระดับภูมิภาคและสนับสนุนความมั่นคงด้านพลังงาน
ขณะเดียวกันกลุ่มธุรกิจโรงกลั่น การตลาด และพลังงานชีวภาพ ยังคงอยู่ในสถานะที่แข็งแกร่ง พร้อมสร้างประโยชน์จากโอกาสที่เกิดจากภาวะตลาดที่เอื้ออำนวย พร้อมด้วยกลุ่มธุรกิจไฟฟ้าและโครงสร้างพื้นฐานและกลุ่มธุรกิจใหม่และโฮลดิ้งส์
ทั้งนี้ การเริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์ของธุรกิจน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน (SAF) ภายในเดือนมิถุนายน 2569 จะเป็นอีกก้าวสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจพลังงานคาร์บอนต่ำของกลุ่มบริษัทฯ
- ชัยวัฒน์ โควาวิสารัช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัทบางจากและกรรมการผู้จัดการใหญ่
- มาร์เก็ตแคป 57,433 ล้านบาท
- ราคา 5 วัน +7.59%
- ราคา YTD +50.00%
- ปันผล YTD 2.70%
- กองทุนรวม วายุภักษ์หนึ่ง ถือหุ้นใหญ่อันดับ 1
- สถานีปั๊มบางจาก 2,163 สถานี
- สถานีชาร์จรถไฟฟ้า 365 แท่นจ่าย 1,096 หัวจ่าย
- ร้านกาแฟอินทนิล 1,028 สาขา
- จุดจำหน่ายน้ำมันหล่อลื่น FURiO 2,050 แห่ง
- บางจากคาร์แคร์มากกว่า 170 สาขา
- บัตรสมาชิก BCP Green Miles
- ร้านสะดวกซื้อ Lemon Green, บิ๊กซีมินิ เป็นต้น
- แบรนด์ที่เข้าร่วมลงทุน Jones Salad ,Gateaux House
- ธุรกิจ Lifestyle อาทิ Code Clean ธุรกิจขนส่งสินค้า และตู้จำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ
3.) บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) PTG
บมจ. พีทีจี เอ็นเนอยี หรือ PTG เปิดผลงานปี 2568 มีผลการดำเนินงานงวดปี 2568 (สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2568) ของบริษัทและบริษัทย่อยมีกำไรสุทธิจำนวน 1,074 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.1 % YoY และมีกำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) จำนวน 6,899 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.3% YoY ส่วนกำไรขั้นต้นมีจำนวน 17,489 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18.4% YoY โดยได้รับปัจจัยหนุนจากธุรกิจ Non-Oil ซึ่งมีกำไรขั้นต้นเติบโต 75.7% YoY ส่งผลให้สัดส่วนกำไรขั้นต้นจากธุรกิจ Non-Oil เพิ่มขึ้นเป็น 37.1% ของกำไรขั้นต้นรวม จาก 25.0% ในปี 2567 สะท้อนการเปลี่ยนผ่านเชิงโครงสร้างของพอร์ตธุรกิจที่มีความสมดุลและมีคุณภาพมากขึ้น
ขณะที่ในส่วนของรายได้จากการขายและการให้บริการมีจำนวน 224,341 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อย 0.7% YoY โดยมีสาเหตุหลักจากราคาขายปลีกเฉลี่ยในธุรกิจ Oil ที่ปรับลดลง ขณะที่ปริมาณจำหน่ายน้ำมันผ่านทุกช่องทางยังสามารถรักษาระดับได้ใกล้เคียงกับปีก่อน สะท้อนเสถียรภาพของอุปสงค์และความแข็งแกร่งของฐานลูกค้า ส่วนธุรกิจ Non-Oil เติบโตโดดเด่น โดยมีรายได้เพิ่มขึ้น 31.7% YoY เป็น 23,654 ล้านบาท
ทั้งนี้ได้รับแรงขับเคลื่อนสำคัญจากธุรกิจกาแฟพันธุ์ไทยที่มีรายได้ 5,309 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 134.3% YoY จากการขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง โดย ณ สิ้นปี 2568 มีจำนวนสาขาทั้งสิ้น 2,151 สาขา เพิ่มขึ้น 59.7% YoY เทียบเท่ากับอัตราการขยายมากกว่า 2.2 สาขาต่อวัน รวมถึงการเติบโตของยอดขายจากสาขาเดิม (Same-Store-Sales) จากการกลับมาใช้บริการของกลุ่มลูกค้าสมาชิกเป็นหลักและแคมเปญทางการตลาดที่มีออกมาอย่างต่อเนื่อง
- พิทักษ์ รัชกิจประการ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่
- มาร์เก็ตแคป 13,444 ล้านบาท
- ราคา 5 วัน +0.63%
- ราคา YTD +13.38%
- ปันผล YTD 4.35%
- บริษัท รัชกิจ โฮลดิ้ง จำกัด ถือหุ้นใหญ่อันดับ 1
- สถานีปั๊มพีที 1,347 สถานี
- สถานีอัดประจุไฟฟ้า 190 สถานี
- ร้านกาแฟพันธุ์ไทย 2,151 สาขา
- ร้าน Coffee World 24 สาขา
- ร้านซับเวย์ 58 สาขา
- Max Mart 345 สาขา
- ก๋วยเตี๋ยวเรือพันธุ์ไทย 3 สาขา
- Autobacs 76 สาขา
- ร้านสะดวกซื้อ Max Mart 380 สาขา
- บัตรสมาชิก PT Max Card และ PT Max Card Plus 25 ล้านสมาชิก





