วันศุกร์ ที่ 20 มีนาคม 2569

Login
Login

‘กลุ่มเครื่องดื่ม’ จ่อปรับตัวรับศึก เผชิญ ‘วิกฤติต้นทุนน้ำมันพุ่ง-สงครามราคา’

‘กลุ่มเครื่องดื่ม’ จ่อปรับตัวรับศึก เผชิญ ‘วิกฤติต้นทุนน้ำมันพุ่ง-สงครามราคา’

“กลุ่มเครื่องดื่ม” ปีนี้ส่อเค้า “ร้อนระอุ” ยิ่งกว่าสภาพอากาศ เมื่อยักษ์ใหญ่เครื่องดื่มชูกำลังหั่นราคา เพื่อทวงคืนส่วนแบ่งการตลาด “จุดชนวนสงครามราคารอบใหม่” ที่บีบให้ผู้เล่นรายใหญ่ต้องปรับตัวรับศึกหนัก ทั้งปัจจัยลบในประเทศและตลาดส่งออก

‘กลุ่มเครื่องดื่ม’ จ่อปรับตัวรับศึก เผชิญ ‘วิกฤติต้นทุนน้ำมันพุ่ง-สงครามราคา’

ท่ามกลางอากาศร้อนจัดที่ควรเป็นปัจจัยบวกต่อยอดขายเครื่องดื่มในประเทศ ปีนี้อุตสาหกรรมกลับไม่ได้สดใสอย่างที่คาด เมื่อการแข่งขันในตลาดเครื่องดื่มชูกำลังปะทุขึ้นอีกครั้งจากการปรับลดราคาของ “กระทิงแดง” เหลือ 10 บาท จุดชนวนสงครามราคาที่กระทบผู้เล่นรายใหญ่โดยตรง ขณะเดียวกัน ผู้ประกอบการยังต้องรับแรงกดดันจากต้นทุนพลังงาน วัตถุดิบ และความเสี่ยงตลาดต่างประเทศ

นายเวทิต ตั้งจินดากุล นักวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน บล. เคจีไอ (ประเทศไทย) ให้สัมภาษณ์ “กรุงเทพธุรกิจ” ว่า ภาพรวมอุตสาหกรรมเครื่องดื่มปีนี้มีแนวโน้มเผชิญความท้าทายมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มเครื่องดื่มชูกำลังที่การแข่งขันทวีความรุนแรงจนเข้าสู่ภาวะ “สงครามราคา” ขณะเดียวกันยังต้องเผชิญแรงกดดันจากต้นทุนผลิตและปัจจัยภายนอก

ทั้งนี้ ประเด็นสำคัญกระทิงแดงมีการปรับลดราคาผลิตภัณฑ์หลักจาก 12 บาท เหลือ 10 บาท เพื่อทวงคืนส่วนแบ่งการตลาด หลังสูญเสียให้คู่แข่งในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งการลดราคาครั้งนี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อผู้เล่นหลัก โดยประเมิน OSP จะได้รับผลกระทบมากกว่า ขณะที่ CBG ได้รับผลกระทบน้อยกว่า นอกจากการแข่งขันในประเทศ ผู้ประกอบการยังเผชิญแรงกดดันจากต้นทุนอลูมิเนียมที่ปรับตัวสูงขึ้น กระทบต้นทุนบรรจุภัณฑ์เพื่อการส่งออก รวมถึงราคาน้ำมันที่สูงขึ้น ส่งผลต่อต้นทุนขนส่ง

อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางแรงกดดันในกลุ่มชูกำลังมอง ICHI เป็นหุ้นเด่นของกลุ่ม เนื่องจากดำเนินธุรกิจชาเขียวพร้อมดื่มซึ่งไม่ได้รับผลกระทบจากสงครามราคาตลาดชูกำลังโดยตรง ปัจจัยหนุนสำคัญมาจากสภาพอากาศร้อนจัดในปีนี้โอกาสเกิดปรากฏการณ์เอลนีโญในช่วงครึ่งปีหลัง รวมถึงราคาน้ำตาลที่ปรับตัวลดลง และจ่ายเงินปันผลในเกณฑ์ที่น่าสนใจ

นายกรรณ์ หทัยศรัทธา หัวหน้านักกลยุทธ์การลงทุน และนักเศรษฐศาสตร์ สายงานวิจัย บล. ซีจีเอส อินเตอร์เนชันแนล (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า แม้เข้าสู่ฤดูร้อนจะเป็นปัจจัยบวกต่อกลุ่มเครื่องดื่มโดยรวม แต่ปีนี้ภาพตลาดกลับเผชิญแรงกดดันจากการแข่งขันที่รุนแรงขึ้น

ทั้งนี้ การปรับราคาดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อทวงคืนส่วนแบ่งตลาด หลังส่วนแบ่งของกระทิงแดงลดลงจาก 17% ในช่วงปี 2566 เหลือ 12.4% ในปี 2568 ส่งผลให้การแข่งขันด้านราคาในตลาดกลับมาอีกครั้ง ผู้บริโภคยังมีทางเลือกมากขึ้นจากเครื่องดื่มประเภทอื่นในช่วงหน้าร้อน

ในเชิงผลกระทบผู้เล่นรายใหญ่ต้องเผชิญแรงกดดันโดยตรง เนื่องจากแบรนด์หลัก อย่าง M-150 มีราคาสูงกว่าราคาใหม่ของกระทิงแดง ขณะที่ CBG นอกจากได้รับผลกระทบจากสงครามราคาในประเทศ ยังมีแรงกดดันจากตลาดต่างประเทศ

ทั้งนี้ ผลกระทบระยะสั้นต่อกลุ่มชูกำลังเป็นลบอ่อน ๆ แม้เข้าสู่ไฮซีซัน แต่สงครามราคาทำให้ภาพรวมไม่สดใส แนะนำกลยุทธ์ลงทุนแบบระมัดระวัง โดยไม่แนะนำให้เข้าซื้อในช่วงนี้ และหากถือครองอยู่ เมื่อราคาปรับขึ้นควรพิจารณาขายทำกำไรหรือทยอยลดพอร์ต เนื่องจากมองปีนี้อาจไม่ใช่ปีที่ดีของกลุ่มเครื่องดื่มชูกำลังจากแรงกดดันการแข่งขันที่รุนแรงต่อเนื่อง

นางสาวสุรีย์พร ทีวะสุเวทย์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ฟินันเซีย กล่าวว่า แม้ภาพรวมกลุ่มเครื่องดื่มในปีนี้มีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อน โดยเฉพาะในด้านรายได้ จากปัจจัยสนับสนุนหลักคือสภาพอากาศที่เริ่มร้อนจัด ซึ่งจะช่วยกระตุ้นยอดขายในประเทศได้

อย่างไรก็ตาม ตลาดต่างประเทศยังต้องติดตามเป็นรายประเทศ ซึ่งคาดช่วงครึ่งปีแรกอาจยังไม่ฟื้นตัวชัดเจน หลังรายได้เริ่มชะลอลงตั้งแต่ไตรมาส 3 ปีก่อน ส่งผลให้ฐานรายได้ในไตรมาส 1-2 ปีนี้อาจยังหดตัวเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน และก่อนจะเริ่มเห็นสัญญาณฟื้นตัวดีขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง

ทั้งนี้ จับตาปัจจัยเสี่ยงรอบด้าน กดดันมาร์จิน แม้แนวโน้มรายได้จะปรับตัวดีขึ้น แต่กลุ่มเครื่องดื่มยังเผชิญแรงกดดันจากหลายปัจจัย ได้แก่ การแข่งขันรุนแรง โดยเฉพาะตลาดเครื่องดื่มชูกำลังที่มีผู้เล่นจำนวนมากและใช้กลยุทธ์การตลาดเข้มข้น รวมถึงต้นทุนพลังงานจากสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลางที่ดันราคาน้ำมันและก๊าซธรรมชาติปรับตัวสูงขึ้น กระทบต้นทุนการผลิตของผู้ประกอบการที่ใช้ก๊าซเป็นเชื้อเพลิงหลัก และต้นทุนบรรจุภัณฑ์ราคาวัตถุดิบ