วันพฤหัสบดี ที่ 19 มีนาคม 2569

Login
Login

บล.วีบูลล์ เคลียร์ชัด ไม่ใช่โบรกฯศูนย์เหรียญ-ขบวนการฟอกเงิน

บล.วีบูลล์ เคลียร์ชัด ไม่ใช่โบรกฯศูนย์เหรียญ-ขบวนการฟอกเงิน

บริษัทหลักทรัพย์ วีบูลล์ (ประเทศไทย) จำกัด หรือ "Webull Thailand" บริษัทในเครือของ Webull Corporation (NASDAC:BULL) ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มการลงทุนออบไลน์ Webull 

ขอชี้แจงข้อเท็จจริงภายหลังชื่อของแอปพลิเคชัน Webull ถูกพาดพิงเชื่อมโยงกับประเต็มข่าวที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มคอลเซ็นเตอร์คดีฟอกเงิน โดยบริษัทได้ชี้แจงข้อมูลสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) แล้ว และขอยืนว่าการดำเนินงานของบริษัท เป็นไปตามกฎหมายและหลักเกณฑ์ของหน่วยงานกำกับดูแลอย่างเคร่งครัด

บล.วีบูลล์ เคลียร์ชัด ไม่ใช่โบรกฯศูนย์เหรียญ-ขบวนการฟอกเงิน

นายชลเดช เขมะรัตนา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์ วีบูลล์ (ประเทศไทย) จำกัด ได้ชี้แจงข้อเท็จจริงและการยืนยันการดำเนินธุรกิจตามกฎหมายและหลักเกณฑ์กำกับดูแลอย่างเคร่งครัดว่า  บริษัทได้ยืนยันข้อเท็จจริงใน 3 ประเด็นสำคัญ ได้แก่

1. บริษัทไม่มีนโอบายรับฝากเงินสดจากลูกค้า และมีการตรวจสอบความสอดคล้องของบัญชีผู้โอน และบัญชีลูกค้าก่อนทำธุรกรรม

2.กระบวนการยืนยันตัวตนลูกค้า (KYC) เป็นไปตานมาตรฐานที่กำหนดทุกประการ

3.การให้ดอกเบี้ยสำหรับเงินที่พักรอการลงทุนในในปัญซื้อขายหลักทรัพย์ เป็นแนวปฏิบัติปกติของธุรกิจหลักทรัพย์ ซึ่งเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของสำนักงาน ก.ล.ต. โดยบริษัทมีการเก็บรักษาเงินของลูกค้าไว้ในบัญชีธนาคารพาร์ตเนอร์ระดับโลก ซึ่งระบุชัดเจนว่าเป็นบัญชีเพื่อลูกค้า

ทั้งนี้ บริษัทหลักทรัพย์ วีบูลล์ (ประเทศไทย) จำกัด ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจหลักทรัพย์จากกระทรวงการคลัง และอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของสำนักงาน ก.ล.ต.โดยสามารถตรวจสอบข้อมูลบริษัทฯ ได้ผ่านระบบ License Check ของสำนักงาน ก.ล.ต.

"บริษัทขอยืนยันว่า Webull Thailand ให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อความปลอดภัยต่อสินทรัพย์ของลูกค้า และยังคงมุ่งมันดำเนินดำเนินธรกิจด้วยความโปร่งใส ยึดมั่นในมาตรฐานกำกับดูแลอย่างเคร่งครัด พร้อมทั้งให้ความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐและหน่วยงานกำกับดูแลในการป้องกันและปราบปรามการกระทำควาความผิดดังกล่าวต่อไป"

แจงชัดสยบข่าวกรณี "บัญชีม้า-โบรกศูนย์เหรียญ" 

นายชลเดช กล่าวด้วยว่า  จุดเริ่มต้นความร่วมมือกับตำรวจและที่มาของคดี นั้นเริ่มขึ้นในช่วงปลายปีที่แล้วประมาณเดือนพ.ย.โดยบริษัทได้ร่วมมือกับตำรวจ หลังจากได้รับแจ้งว่า มีการขยายผลจากการจับกุม "บัญชีม้า" ที่มีการโอนเงินเข้ายังบริษัทวีบูลล์ ประเทศไทย 1-2ราย 

การขยายผลเพิ่มเติมหลังจากนั้น บริษัทได้ร่วมมือกับตำรวจ ที่มีการตั้งวอลลูม ซึ่งมีสถาบันการเงินและโบรกเกอร์รายอื่นๆ ด้วย เพื่อตรวจสอบแพทเทิร์นการใช้งานบัญชีที่น่าสงสัย เช่น การฝากและถอนเงิน เพื่อระบุรายชื่อที่เข้าข่ายเป็นบัญชีม้าและรายงานผลให้ทราบ

พบว่า  ลูกค้าของวีบูลล์ ไม่ได้ตกเป็นเหยื่อ แต่ยอมรับว่า ตรวจพบบัญชีม้าที่เปิดจากธนาคารแล้วโอนเงินเข้ามายังบัญชีหลักทรัพย์วีบูลล์  เพื่อทำธุรกรรมจำนวนประมาณ 40-50 ราย  แต่ยังถือว่าเป็นสัดส่วนที่น้อยมาก เมื่อเทียบกับฐานลูกค้าทั้งหมด  200,000 ราย 

ทั้งนี้ ขอชี้แจงว่า  มิจฉาชีพมีการใช้บัญชีม้าจากภาคธนาคารแล้วมาเปิดบัญชีหลักทรัพย์ ช่องโหว่ไม่ได้เกิดจากระบบ KYC ของวีบูลล์ โดยตรง เพราะกลุ่มมิจฉาชีพได้ทำการเปิด "บัญชีม้า" กับธนาคาร ให้สำเร็จก่อน จากนั้นจึงนำข้อมูลที่ถูกต้องและชื่อที่ตรงกันมาเปิดบัญชีกับวีบูลล์ เพื่อให้ผ่านเกณฑ์การตรวจสอบที่กำหนดว่าชื่อบัญชีธนาคารกับบัญชีหลักทรัพย์ต้องตรงกัน 

โดยพฤติกรรมของบัญชีเหล่านี้มักจะฝากเงินถี่ครั้งละไม่เกิน 2 ล้านบาทตามข้อกำหนด QR Code เพื่อทดสอบระบบก่อนทำรายการยอดใหญ่  และคาดว่า สิ่งที่ดึงดูดบัญชีม้าให้เข้ามาในช่วงแรก คือการที่วีบูลล์ เปิดตัวบริการถอนเงินได้แบบทันที (Real-time) เมื่อปลายปีที่แล้ว ทำให้มิจฉาชีพเห็นเป็นช่องทางในการเคลื่อนย้ายเงินอย่างรวดเร็ว

ดังนั้นบริษัทตัดสินใจปรับระบบการถอนเงิน ไม่ให้เป็นแบบ Real-time 100% สำหรับทุกเคส และปรับระบบตรวจสอบถอนเงินที่มีอยู่แล้วให้เข้มขึ้น โดยเพิ่มให้ระบบ Internal Scoring Model  ซึ่งอาจทำให้การถอนเงินล่าช้าไปบ้างในหลัก "นาที" เพื่อให้มั่นใจว่าไม่ใช่บัญชีม้า

นายชลเดช กล่าวว่า บริษัทสามารถปิดกั้นบัญชีม้าได้ภายใน 1สัปดาห์และปัจจุบันได้กำจัดกลุ่มบัญชีม้านี้ออกไปหมดแล้วตั้งแต่ปีที่ผ่านมา นอกจากนี้ยังมีการทำงานร่วมกับตำรวจผ่านวอลลูม และแชร์ข้อมูลร่วมกับสำนักงาน ก.ล.ต. และสมาคมบริษัทหลักทรัพย์ไทย (ASCO) เพื่อสร้างมาตรฐานความปลอดภัยให้แก่อุตสาหกรรมนี้ร่วมกันต่อไป 

 

ยืนยันระบบมีมาตรฐานตามหลักสากล-ในไทย

นายชลเดช  กล่าวเพิ่มเติมว่า  ระบบของวีบูลล์  มีมาตรฐานที่สูงกว่าที่ทางการกำหนด โดยมีการพัฒนาขีดความสามารถของระบบอย่างต่อเนื่องภายใต้การทำงานร่วมกับตำรวจอย่างใกล้

มีระบบ KYC (Know Your Customer) ที่ทันสมัยและได้มาตรฐานระดับสากล ตั้งแต่ขั้นตอนการสมัคร ลูกค้าต้องสร้างบัญชีผ่านการยืนยันเบอร์โทรศัพท์ด้วย OTP หรือผ่านอีเมล

อีกทั้งมีการตรวจสอบที่เข้มงวด โดยมีการใช้มาตรฐานการ KYC ที่รัดกุม โดยเช็ครายชื่อต้องสงสัยผ่านฐานข้อมูล Blacklist ของสถาบันการเงินระดับโลก และใช้ระบบ NDIDและ THID เป็นมาตรฐานพื้นฐาน

พร้อมกันนี้ บริษัทยังพัฒนาระบบภายในที่ใช้ AI ควบคู่ไปกับการตรวจสอบความสมเหตุสมผลของข้อมูล เช่น หากรายได้ไม่สัมพันธ์กับจำนวนเงินที่ฝาก หรือที่อยู่บริษัทกับที่อยู่ปัจจุบันอยู่ไกลกันเกินไป ระบบจะถือว่าเป็นจุดที่น่าสงสัย หากข้อมูลไม่สมเหตุสมผล ระบบอาจปฏิเสธการเปิดบัญชี (Reject) และจะมีเจ้าหน้าที่โทรศัพท์ไปยืนยันข้อมูลเพิ่มเติม หากติดต่อไม่ได้จะไม่ได้รับอนุญาตให้เปิดบัญชี

บริษัทยืนยันว่า ไม่มีการรับฝากเงินสด ที่บริษัทโดยตรง และข่าวที่ระบุว่ารับเงินสดนั้นเป็นเท็จ  ขณะที่ ระบบการรับฝากเงิน ของบริษัทมีความปลอดภัยสูง ต้องทำผ่านแอปพลิเคชันของ วีบูลล์ เท่านั้นและระบบจะสร้าง QR Code ขึ้นมาใหม่ทุกครั้ง หรือ Dynamic QR Codeไม่ใช้ Static QR ที่พิมพ์ทิ้งไว้ได้ เพื่อความปลอดภัยสูงสุด  

รวมถึงเงื่อนไขชื่อบัญชีต้นทางต้องตรงกับชื่อที่ลงทะเบียนไว้กับวีบูลล์เท่านั้น หากชื่อไม่ตรงระบบจะปฏิเสธทันที และรองรับด้วยการผูกบัญชีผ่านระบบ FinNet ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซึ่งต้องยืนยันตัวตนผ่าน Mobile Banking ของธนาคาร 

อีกทั้งมีเงื่อนไขวงเงินการซื้อขาย บัญชีที่ใช้เป็นประเภท Cash Balance คือ ต้องฝากเงินเต็มจำนวนก่อนจึงจะซื้อได้ มีข้อจำกัดวงเงินเริ่มต้นจะให้วงเงินเพียง 500,000 บาทต่อวัน แม้จะโอนเงินเข้ามามากกว่านั้นก็ตาม หากต้องการขอเพิ่มวงเงิน ต้องแสดงสถานะทางการเงิน เช่น บัญชีเงินฝากหรือพอร์ตการลงทุน เพื่อใช้ตัวคูณตามเกณฑ์ของ สมาคมบริษัทหลักทรัพย์ไทย(ASCO ) ในการคำนวณวงเงินเพิ่ม

ในส่วนระบบการถอนเงิน  Internal Scoring Model  บริษัทฯ พัฒนาระบบร่วมกับตำรวจ เพื่อวัดคะแนนความเสี่ยง (0-100 คะแนน) ของธุรกรรม คะแนน 0: ไม่มีความเสี่ยง สามารถถอนเงินได้แบบ Real-time , คะแนน 1-39: ความเสี่ยงระดับต่ำ,คะแนน 40-79: ความเสี่ยงระดับกลาง, คะแนน 80 ขึ้นไป: ความเสี่ยงระดับสูง

มาตรการตรวจสอบในกรณีที่มีความเสี่ยงระดับต่ำถึงกลาง พนักงานจะตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติม ซึ่งอาจทำให้การถอนเงินช้าลงประมาณ 4-5 นาที เพื่อแลกกับความปลอดภัย  สำหรับเกณฑ์การพิจารณา เช่น  ระบบจะดูความถี่ในการฝาก-ถอน, ความสมเหตุสมผลเมื่อเทียบกับพฤติกรรมการเทรด และจำนวนเงิน 

ไม่ใช่โบรกเกอร์ ศูนย์เหรียญตามที่เป็นข่าว

มีมาตรฐานสากลระดับโลก วีบูลล์  เป็นบริษัทจากสหรัฐอเมริกา สำนักงานใหญ่อยู่ที่ฟลอริดา และจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ NASDAQ มีกระบวนการ Compliance ที่เข้มงวดมาก ทุกโพสต์ในโซเชียลมีเดียหรือการแถลงข่าวต้องผ่านการอนุมัติหลายขั้นตอนจากทั้งทีมไทยและทีมต่างประเทศ

วีบูลล์เป็นบริษัทอเมริกัน มีกรรมการเป็นอเมริกัน 5 ท่าน และผู้ก่อตั้ง (Founder) เป็นชาวจีน 1 ท่าน ไม่ใช่โบรกเกอร์จีนและไม่มีธุรกิจโบรกเกอร์ในจีนแผ่นดินใหญ่  บริษัทมีทุนจดทะเบียนในไทย 1,000 ล้านบาท จ้างพนักงานคนไทยล้วนประมาณ 60 คน  มีใบอนุญาตถูกต้องตามกฎหมายการประกอบธุรกิจในไทย 

ดังนั้นขอยืนยันว่า  “ไม่ใช่โบรกเกอร์ ศูนย์เหรียญตามที่เป็นข่าว”  แต่ยอมรับว่าทีม Software Engineer ส่วนใหญ่อยู่ในประเทศจีนเนื่องจากมีความสามารถและจำนวนมาก โดยตั้งศูนย์วิจัยในเมืองมหาวิทยาลัย

วางเป้าปีนี้ AUMโต4 เท่า  

สำหรับเป้าหมายการเติบโต นายชลเดช กล่าวว่า บริษัทตั้งเป้าหมาย AUM ที่ 40,000 ล้านบาทภายในปี 2569 ซึ่งเป็นการเติบโตแบบก้าวกระโดดจากเป้าหมายปีก่อนที่ 10,000 ล้านบาท ปัจจุบันมีผู้เปิดบัญชีและฝากเงินสำเร็จแล้วประมาณ 200,000 ราย โดยจะขับเคลื่อนผ่าน 4 ยุทธศาสตร์หลัก ได้แก่

1. ธุรกิจรายย่อย (Retail)เน้นจุดแข็งด้านเทคโนโลยี ให้ลงทุนขั้นต่ำเพียง 1 เหรียญ พร้อมฟรีค่าธรรมเนียมสำหรับผู้ลงทุนแบบ DCA 

2. Webull Prime (High Net Worth) เจาะกลุ่มลูกค้าสินทรัพย์ 10 ล้านบาทขึ้นไป พร้อมสิทธิประโยชน์ลดค่าคอมมิชชันหุ้นต่างประเทศ 50% 

3. ลูกค้าสถาบัน (Institutional)เป็นตัวแทนให้บริษัทหลักทรัพย์อื่นในไทยเข้าถึงการซื้อขายหุ้นต่างประเทศ เพื่อออกผลิตภัณฑ์การเงิน เช่น DR 

4.  พันธมิตรทางธุรกิจ (Partnership) ร่วมพัฒนาแอปพลิเคชันกับพันธมิตรในวงการเงิน 2-3 ราย เพื่อให้ลูกค้าของพันธมิตรสามารถลงทุนต่างประเทศได้โดยตรง คาดเปิดตัวไตรมาส 2-3 ของปีนี้

“เตรียมเปิดตัวแอปพลิเคชันเวอร์ชันใหม่ในช่วงกลางปีนี้ และมีแผนขยายบริการสู่ กองทุนรวม ในไตรมาสที่ 3 รวมถึงพร้อมรองรับบัญชีลดหย่อนภาษีรูปแบบใหม่ เช่นTISA ตามนโยบายรัฐบาล”