ความคืบหน้าคดีสร้างราคาหุ้นของบริษัท มอร์ รีเทิร์น จำกัด (มหาชน) หรือ MORE โดย เจ้าหน้าที่อัยการพิเศษฝ่ายคดีพิเศษ 3 ให้สัมภาษณ์กับ “กรุงเทพธุรกิจ” ว่า กลุ่มผู้ถูกกล่าวหาได้ยื่นหนังสือขอเลื่อนนัดเข้าพบเจ้าหน้าที่ ส่งผลให้กำหนดการเดิมในวันที่ 18 มี.ค.2569 ต้องเลื่อนออกไปเป็นวันที่ 22 เม.ย. 2569 และนับเป็นการเลื่อนนัดต่อเนื่องถึงครั้งที่ 8 ของคดีนี้
ทั้งนี้คดีดังกล่าวเป็นคดีสำคัญในตลาดหุ้นไทย โดยพนักงานอัยการเตรียมยื่นฟ้องในหลายข้อหา ทั้งร่วมกันกระทำการสร้างราคาหรือปริมาณการซื้อขายหลักทรัพย์ เพื่อทำให้บุคคลทั่วไปเข้าใจผิดเกี่ยวกับราคาหรือปริมาณการซื้อขายหุ้น MORE ซึ่งมีลักษณะเป็นการกระทำต่อเนื่องและมุ่งให้ราคาหลักทรัพย์ผิดไปจากสภาพปกติของตลาด รวมถึงข้อหาร่วมกันฉ้อโกง เป็นอั้งยี่ และซ่องโจร ตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 มาตรา 244/3 และมาตรา 244/5
โดย สถานการณ์ดังกล่าวไม่ได้เป็นเพียงขั้นตอนปกติในกระบวนการยุติธรรม หากแต่กำลังสะท้อนความซับซ้อนของคดีในหลายมิติ ทั้งในด้านข้อกฎหมาย โครงสร้างธุรกรรม และความเกี่ยวพันของบุคคลที่มีบทบาทสำคัญในแวดวงธุรกิจและตลาดทุน ซึ่งล้วนเพิ่มแรงกดดันให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการดำเนินคดีอย่างรอบคอบและรัดกุม
สำหรับรายชื่อผู้ถูกกล่าวหาที่ถูกนัดหมายในครั้งนี้ ล้วนเป็นบุคคลที่มีสถานะสำคัญ ประกอบด้วย
นายอมฤทธิ์ กล่อมจิตเจริญ หรือ “เฮียม้อ” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มอร์ รีเทิร์น จำกัด (มหาชน) หรือ MORE นายสมนึก กยาวัฒนกิจ ประธานกรรมการบริษัท เครือตงฮั้ว น.ส.ปุณฑรีก์ อิศรางกูร ณ อยุธยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โกลบอล เซอร์วิส เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ GSC
ซึ่งถือเป็นหนึ่งในบุคคลหลักของคดี โดยมีรายงานว่าผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดได้ยื่นคำร้องขอเลื่อนนัดไปในวันเดียวกัน
อย่างไรก็ตาม แม้เจ้าหน้าที่จะยืนยันว่า การเลื่อนนัดเกิดขึ้นตามคำร้องของฝ่ายผู้ถูกกล่าวหา แต่รายละเอียดของเหตุผลยังไม่สามารถเปิดเผยได้ในขณะนี้ ยิ่งทำให้เกิดความคลุมเครือและนำไปสู่คำถามสำคัญว่า อะไรคือปัจจัยที่แท้จริงที่ทำให้คดีนี้ต้องเลื่อนนัดซ้ำแล้วซ้ำเล่า อย่างไรก็ตาม การเลื่อนนัดต่อเนื่องถึง 8 ครั้ง ทำให้คดีนี้ยังคงเป็น “มหากาพย์” ที่ยังไม่เห็นจุดสิ้นสุด
ในอีกด้านหนึ่ง ข้อมูลจากฝั่งกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) โดย พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ ผู้อำนวยการกองคดีคุ้มครองผู้บริโภค ในฐานะโฆษก DSI ให้สัมภาษณ์กับ "กรุงเทพธุรกิจ" ว่า ปัจจุบันสำนวนคดีหุ้น MORE ได้ถูกส่งต่อไปยังพนักงานอัยการเรียบร้อยแล้ว ทำให้บทบาทหลักในการดำเนินการต่อจากนี้อยู่ที่ฝ่ายอัยการโดยตรง
ทั้งนี้ เมื่อคดีเข้าสู่ชั้นอัยการ อำนาจในการนัดหมายผู้ต้องหาเพื่อมาฟังคำสั่งฟ้อง รวมถึงการพิจารณาว่าจะเลื่อนนัดหรือไม่ เป็นดุลยพินิจของอัยการทั้งหมด ขณะที่ข้อมูลการติดต่อและการประสานงานกับผู้ต้องหาในช่วงนี้ จะเป็นเรื่องระหว่างอัยการกับผู้ต้องหาโดยตรง ซึ่งทาง DSI จะไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลในส่วนนี้ได้
"บทบาทของ DSI ในระยะถัดไปจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อผู้ต้องหาไม่มาพบตามนัด และทางอัยการมีการส่งหนังสือขอความร่วมมืออย่างเป็นทางการ เพื่อให้ DSI เข้าติดตามตัวผู้ต้องหามาดำเนินการตามกฎหมาย ซึ่งในสถานการณ์ปัจจุบัน DSI ยังไม่มีอำนาจเข้าไปดำเนินการเกี่ยวกับตัวผู้ต้องหา จนกว่าจะได้รับการประสานจากอัยการ"
สำหรับผู้ต้องหาคดีหุ้นมอร์ที่อัยการสูงสุดชี้ขาดให้ฟ้องมีทั้งหมด 42 รายมีรายชื่อดังนี้
1.นายอภิมุข บำรุงวงศ์
2.นายเอกภัทร พรประภา
3.นายอธิภัทร พรประภา
4.นางอรพินธุ์ พรประภา
5.นายอิทธิวรรธน์ วรรณะเอี่ยมพิกุล
6.บริษัท ตงฮั้วแคปปิตอล จำกัด โดย นายสมนึก กยาวัฒกิจ
7.บริษัท ตงฮั้ว มีเดีย แล็บ จำกัด โดย นายสมนึก กยาวัฒนกิจ
8.นายสมนึก กยาวัฒนกิจ
9.นายโสภณ วราพร
10.นายวสันต์ จาวลา
11.นายชูโบดีบ พลาชันต้า ดัส (MR.SHUBHODEEP PRASANTA DAS)
12.นายประยูร อัสสกาญจน์
13.นส.จิระวรรณ ไชยพงศ์ผาติ หรือ นางสาวนิชานันท์ จีรไชยวรโชติ
14.นส.สุร์ศิริ ปรีดาสุทธิจิตต์
15.นส.ปุณฑรีก์ อิศรางกูร ณ อยุธยา
16.นส.อัยลดา ชินวัฒน์
17.นายอมฤทธิ์ กล่อมจิตเจริญ
18.นายมั่นคง เสถียรถิระกุล
19.นส.อรเก้า ไกยสิทธิ์
20.นายเกรียงศักดิ์ วงศ์โอสถพานิช หรือ นายฐนวัฒน์ รุ่งสิริประเสริฐ
21.นส.สิริรัตน์ สมณาศรี
22.นายธีรพงศ์ ด่านวณิชวงศ์
23.นายวิศรุต เจียมจิตพลชัย
24.นายปรณัฐ นุชาชาติพงศ์
25.นายภูดิท สุจริตกุล
26.นายวัชรินทร์ ยังให้ผล
27.นายธนยุทธ ฤกษ์รักษา
28.นายธรรมนูญ เวชวิทยาขลัง
29.นายภัทร ฉัตรเจริญสุข
30.นายชยพล พันธุ์แพ
31.นายพิเชษฐ์ ผลสุวรรณชัย
32.นางศศินภา วราพร
33.นายกิตติพล ไววิ่งรบ
34.นายไพศาล เกษมศิรินาวิน
35.นายศิริศักดิ์ ปิยทัสสีกุล
36.นายปฏิณวิช รอดบางยาง
37.นายปรีชา วสุโสภณ
38.นายปนิษฐ์ ศุภธาดารัตน์
39.นายเทียนประเสริฐ พลอำไภ
40.นายวรวุฒิ ศรีโสภิต
41.นายพรเดช อุยะนันทน์
42.นางสาวปารณีย์ ชวาลา





