วันอังคาร ที่ 17 มีนาคม 2569

Login
Login

6 หุ้นชิ้นส่วนฯ กอดคอบวก KCE พุ่งนำกลุ่ม 9.22% รับฐานรายได้ยุโรป กระทบสงครามน้อยกว่าเอเชีย

6 หุ้นชิ้นส่วนฯ กอดคอบวก KCE พุ่งนำกลุ่ม 9.22%  รับฐานรายได้ยุโรป กระทบสงครามน้อยกว่าเอเชีย

ความเคลื่อนไหว"ตลาดหุ้นไทย"ภาคเช้า ณ วันที่ 17 มี.ค.2569 เวลา 10.20 น. หุ้นกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ปรับตัวบวก นำโดย 

  • หุ้น KCE บวก 9.22% เพิ่มขึ้น 2.00 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 23.70 บาท 
  • หุ้น DELTA บวก 5.04% เพิ่มขึ้น 13.00 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 271.00 บาท
  • หุ้น NEX บวก 4.04% เพิ่มขึ้น 0.04 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 1.03 บาท 
  • หุ้น CCET บวก 3.86% เพิ่มขึ้น 0.18 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 4.84 บาท 
  • หุ้น SMT บวก 3.01% เพิ่มขึ้น 0.04 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 1.37 บาท
  • หุ้น HANA บวก 0.98% เพิ่มขึ้น 0.25 บาท ระดับราคาอยู่่ 25.75 บาท

6 หุ้นชิ้นส่วนฯ กอดคอบวก KCE พุ่งนำกลุ่ม 9.22%  รับฐานรายได้ยุโรป กระทบสงครามน้อยกว่าเอเชีย

วทัญ จิตต์สมนึก ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์กลยุทธ์ บล.พาย ให้สัมภาษณ์กับ “กรุงเทพธุรกิจ” ว่า การปรับตัวขึ้นอย่างโดดเด่นของหุ้นกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ โดยเฉพาะ KCE ในช่วงที่ผ่านมา อาจไม่ได้สะท้อนถึงปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่งในระยะยาว แต่เป็นผลจากปัจจัยทางภูมิรัฐศาสตร์และการหมุนเวียนเงินลงทุนระยะสั้น

ทั้งนี้ ปัจจัยที่หนุนราคาหุ้นในช่วงนี้มาจากโครงสร้างรายได้ของ KCE ที่พึ่งพาตลาดยุโรปในสัดส่วนค่อนข้างสูง ทำให้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางน้อยกว่าบริษัทที่เน้นตลาดเอเชีย โดยเฉพาะในกรณีการปิดหรือความไม่แน่นอนของเส้นทางเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งกระทบต่อภูมิภาคเอเชียมากกว่า

"ด้วยเหตุนี้นักลงทุนบางส่วนจึงเลือกพักเงินระยะสั้น ในหุ้น KCE เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงจากปัจจัยลบในภูมิภาคเอเชีย ส่งผลให้ราคาหุ้นปรับตัวขึ้นสวนทางกับต้นทุนที่เพิ่มขึ้น"

อย่างไรก็ตาม เตือนให้นักลงทุนใช้ความระมัดระวัง โดยเฉพาะการติดตามผลประกอบการในไตรมาส 4/68 ซึ่งมีแนวโน้มออกมาไม่ดี หรืออาจอ่อนแอกว่าที่คาด นอกจากนี้ อุตสาหกรรมยานยนต์โลกที่ยังอยู่ในภาวะซบเซา ถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัยกดดันสำคัญ เนื่องจากรายได้หลักของ KCE ผูกกับกลุ่มยานยนต์เป็นหลัก ทำให้การฟื้นตัวของกำไรในระยะถัดไปยังมีความไม่แน่นอนสูง

ทั้งนี้ การปรับตัวขึ้นของ ราคาหุ้น KCE ในรอบนี้ จึงอาจเป็นเพียงแรงเก็งกำไรระยะสั้น มากกว่าการสะท้อนการฟื้นตัวของปัจจัยพื้นฐานอย่างแท้จริง