วันอังคาร ที่ 17 มีนาคม 2569

Login
Login

โบรกเผยต่างชาติทิ้งบอนด์กว่า 3.4 หมื่นล้าน แต่แอบเก็บหุ้นพลังงาน–ท่องเที่ยว

โบรกเผยต่างชาติทิ้งบอนด์กว่า 3.4 หมื่นล้าน แต่แอบเก็บหุ้นพลังงาน–ท่องเที่ยว

บล.เอเซีย พลัส ระบุผ่านบทวิเคราะห์ว่า สถานการณ์ตลาดหุ้นทั่วโลกในเดือนนี้แสดงให้เห็นถึงความแตกต่างอย่างชัดเจน โดยสินทรัพย์ทางเลือกอย่างคริปโตเคอร์เรนซี (BITCOIN, ETHEREUM) และสินค้าโภคภัณฑ์อย่างน้ำมันดิบ (WTI, BRENT) ปรับตัวพุ่งสูงขึ้นในขณะที่ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวลงเพียงเล็กน้อย ตรงกันข้ามกับ ตลาดหุ้นเอเชียที่เผชิญแรงเทขายอย่างหนัก รวมถึงตลาดหุ้นไทย (SET INDEX) ที่ปรับตัวลดลงถึง -7.8% (MTD)

ทั้งนี้ปัจจัยที่กดดันตลาดหุ้นภูมิภาค คือ การอ่อนค่าของสกุลเงินท้องถิ่น เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐโดยเฉพาะ เงินบาทไทยที่อ่อนค่าลงถึง -3.76% กลายเป็นสกุลเงินที่อ่อนค่าแรงที่สุดเป็นอันดับ 2 ของเอเชีย รองจากเงินวอนของเกาหลีใต้ (-3.94%) ค่าเงินในเอเชียที่อ่อนค่าแรง ส่งผลให้ทิศทางของ FUND FLOW ในเดือนนี้มีแรงเทขายในตลาดหุ้นเกือบทั้งภูมิภาค ไม่ว่าจะเป็นไต้หวัน, เกาหลีใต้, อินเดีย และอินโดนีเซีย ส่วนประเทศไทย นักลงทุนต่างชาติมีสถานะขายสุทธิเช่นกัน ทั้งในตลาดหุ้นขายสุทธิสูงถึง 33,506 ล้านบาทและตลาดตราสารหนี้ขายสุทธิไปแล้วกว่า 34,046 ล้านบาท (MTD)

แม้ภาพรวมจะเป็นการเทขายตลาดหุ้นไทย แต่หากเจาะลึกลงไปในรายตัว จะพบว่านักลงทุนต่างชาติมีการปรับพอร์ตโดยเลือกซื้อหุ้นขนาดใหญ่ที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว หรือได้อานิสงส์จากเทรนด์โลก โดย 15 อันดับหุ้นที่ต่างชาติซื้อสะสมมากที่สุด (MTD) มีกลุ่มที่น่าสนใจ ดังนี้:

1. กลุ่มพลังงาน (ENERGY): โดดเด่นที่สุด นำโดย PTTEP ซึ่งมียอดเงินทุนไหลเข้าสูงสุดอันดับ 1 กว่า 4.6 พันล้านบาท สอดคล้องกับราคาน้ำมันดิบโลกที่พุ่งทะยานขึ้นกว่า 40% ในเดือนนี้ นอกจากนี้ยัง มีTOP และ SPRC ที่ถูกซื้อสุทธิ

2. กลุ่มค้าปลีกและการบริโภคในประเทศ (COMMERCE): หุ้นที่พึ่งพากำลังซื้อในประเทศยังคงเป็นหลุมหลบภัยที่ดี นำโดย CPALL CPN KAMART

3. กลุ่มท่องเที่ยวและเดินทาง (TOURISM & TRANSPORT): หุ้นที่ได้ประโยชน์จากการฟื้นตัวของการท่องเที่ยวในอนาคต เช่น AOT, MINT และ CENTEL

4. กลุ่มที่รับแรงกดดันจากสงครามมาแล้วระดับหนึ่ง : GULF PTTGC IVLเนื่องจากธุรกิจมีความเชื่อมโยงกับต้นทุนพลังงานและห่วงโซ่อุปทานโลกโดยตรง