หุ้นไทยวันนี้ 16 มี.ค.69 บล.พาย เปิดเผยว่า ตลาดหุ้น Dow Jones คืนวันศุกร์ปิดลบ 119 จุด (-0.26%) นักลงทุนยังคงกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ด้านราคาน้ำมันดิบ BRT ปิดบวก 2.7% กังวลกับการปิดช่องแคบ HORMUZ จะกดดันอุปทานน้ำมันดิบ
วันศุกร์ที่ผ่านมามีการประกาศเงินเฟ้อสหรัฐฯ (PCE) พบว่าขยายตัว 2.8%YoY ต่ำกว่านักวิเคราะห์คาดไว้ที่ 2.9%YoY สินค้าที่ราคาลดลงมีเพียงพลังงาน (-0.8%YoY) พร้อมกับการขยายตัวของเศรษฐกิจในช่วง 4Q25 ที่ระดับ 0.7%QoQ ต่ำกว่า Consensus คาดการณ์ไว้ที่ 1.4%QoQ ในรายละเอียภายในพบว่า การลงทุนภาครัฐลดลง -5.8%QoQ โดยเฉพาะรัฐบาลกลาง (-17%QoQ) แต่การบริโภคภาคเอกชนยังขยายตัวได้ดีราว 2%QoQ
แต่อย่างไรก็ตามการลงทุนภาครัฐที่ลดลงอาจเป็นปัจจัยชั่วคราวจากการปิดหน่วยงานภาครัฐช่วง 4Q25 แต่ปัจจุบัน 1Q25 หน่วยงานรัฐได้กลับมาเปิดทำการเป็นที่เรียบร้อยทำให้การลงทุนภาครัฐมีโอกาสกลับมาขยายตัว แต่อย่างไรก็ตามสิ่งที่นักลงทุนให้น้ำหนักได้แก่ความไม่สงบในตะวันออกกลาง ทรัมป์ได้ออกมาระบุใน Truth Social สหรัฐฯได้ทำลายอิหร่านอย่างสิ้นเชิงทั้งในส่วนของกำลังทหารและเศรษฐกิจ แต่สหรัฐฯ ขอความร่วมมือประเทศที่นำเข้าน้ำมันจากช่องแคบ HORMUZ ช่วยกันปกป้องเส้นทางดังกล่าวและสหรัฐฯจะช่วยอีกแรงเพื่อช่วยให้ทุกๆอย่างกลับมาปกติโดยไว
ขณะที่ ฝั่งอิหร่านก็ได้รายงานว่าอาจผ่อนปรนให้เรือสามารถผ่านช่องแคบ HORMUZ ยกเว้นเรือของสหรัฐฯ และอิสราเอลวันจันทร์ช่วงเช้าแนะจับตาต่อการเคลื่อนไหวน้ำมันดิบ หากมีจังหวะปรับลงมองเป็นปัจจัยหนุนต่อตลาดหุ้นทั่วโลก กลับมาที่ปัจจัยในประเทศรัฐมนตรีคลังได้ระบุว่าไทยมีน้ำมันใช้อีก 96 วันแม้จะมีความไม่สงบในตะวันออกกลางก็ตามพร้อมมองเหตุการณ์น้ำมันหน้าปั๊มเป็นเพียงการกักตุน ช่วยให้คลายกังวลเกี่ยวกับการขาดแคลนน้ำมันและช่วยกดดันมิให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อ
คืนนี้ไม่มีปัจจัยสำคัญต้องติดตามแนะติดตามประชุม FED ระหว่างสัปดาห์ วันนี้ประเมิน SET INDEX เคลื่อนไหวในช่วง 1390 – 1420 เช้านี้ราคาน้ำมันดิบยังคงปรับขึ้น +1.5% (Brent) บาทอ่อนค่าทดสอบระดับ 32.4 บาท / ดอลลาร์สหรัฐฯจากก่อนหน้าที่ 32.37 จึงเป็นไปได้ที่กระแสเงินทุนยังมีแนวโน้มไหลออกกดดันตลาดหุ้น
ในเชิงกลยุทธ์การลงทุนระยะสั้นยังแนะ Wait & See รอดูความชัดเจนสงคราม แต่หากรับความเสี่ยงสูงเน้นที่ Defensive อย่างโรงพยาบาล (BDMS BCH) สื่อสาร (ADVANC) น้ำมัน (PTTEP) ศูนย์การค้า (CPN)
หุ้นแนะนำซื้อวันนี้ :
KBANK (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย 210.00 บาท)
คาดว่ากำไรสุทธิในปี 2026 จะปรับลดลง 2% เนื่องจาก NIM ปรับลดลง นอกจากนี้ มองว่า KBANK จะให้ความสำคัญต่อการบริหารเงินกองทุนด้วยการจ่ายเงินปันผลสูง และออกโครงการซื้อหุ้นคืนต่อเนื่อง
CPN (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย 78.00 บาท)
ปัจจัยบวกจากผลประกอบการงวด 4Q25 ที่มีกำไรสุทธิออกมาดีกว่าที่เราคาดไว้ถึง 11% มาอยู่ที่ระดับ 4,885 ล้านบาท ได้รับผลดีจากรายได้อื่นและส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนที่เพิ่มขึ้นมากจากผลประกอบการของ CPNREITs ที่ปรับตัวดีขึ้น ขณะที่ธุรกิจหลักยังเติบโตต่อเนื่องตามการเปิดศูนย์ใหม่





