"ตลาดหุ้นไทย" ในวันนี้ (13 มี.ค. 2569) ปิดตลาดเย็นอยู่ที่ 1,409.35 จุด โดยปรับตัวลดลง 20.45 จุด หรือคิดเป็น 1.43% นักวิเคราะห์ชี้มีสาเหตุมาจากการที่นักลงทุนเทขายเพื่อป้องกันความเสี่ยงในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ สวนทางหุ้นกลุ่มเอทานอล-ไบโอดีเซลยังปิดบวก
"ตลาดหุ้นไทย" ในวันนี้ (13 มี.ค. 2569) ปิดตลาดเย็นอยู่ที่ 1,409.35 จุด โดยปรับตัวลดลง 20.45 จุด หรือคิดเป็น 1.43% โดยดัชนีฯทำจุดสูงสุด อยู่ที่ 1,424.77 จุด และจุดต่ำสุดอยู่ที่ 1,404.45 จุด และมีมูลค่าซื้อขาย รวม 60,444.59 ล้านบาท
หุ้นที่มีมูลค่าซื้อขายสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่
- PTTEP ราคาปิด 146.50 บาท เพิ่มขึ้น 2.00 บาท หรือ 1.38% มูลค่าซื้อขาย 6,422.22 ล้านบาท
- PTT ราคาปิด 34.25 บาท ลดลง 0.75 บาท หรือ 2.14% มูลค่าซื้อขาย 4,166.51 ล้านบาท
- DELTA ราคาปิด 255.00 บาท ลดลง 7.00 บาท หรือ 2.67% มูลค่าซื้อขาย 3,692.16 ล้านบาท
- KBANK ราคาปิด 189.00 บาท ไม่เปลี่ยนแปลง หรือ 0.00% มูลค่าซื้อขาย 2,445.71 ล้านบาท
- TRUE ราคาปิด 13.30 บาท ลดลง 0.20 บาท หรือ 1.48% มูลค่าซื้อขาย 2,425.23 ล้านบาท
นายภูวดล ภูสอดเงิน นักกลยุทธ์ฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน สายงานวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) บัวหลวง จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า วันนี้ดัชนีตลาดหุ้นไทยปรับลงมาค่อนข้างมากเทียบตลาดภูมิภาค จากกังวลความไม่แน่นอนของสถานการณ์ในช่วงวันหยุดเสาร์-อาทิตย์
อย่างไรก็ตามถือว่า ดัชนียังปรับลงมาน้อยกว่าประเทศที่พึ่งน้ำมันเป็นหลักอย่างญี่ปุ่นและเกาหลีใต้
ราคาหุ้นกลุ่มพลังงานชีวภาพ เช่น ไบโอดีเซล BBGI หรือเอทานอล UBE มีแรงซื้อเข้ามาเช่นเดียวกัน จากกลไกสินค้าทดแทนและการผสมเชื้อเพลิง ด้านกลุ่มโรงกลั่นอย่าง IRPC ปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากการประกันความเสี่ยงราคาน้ำมัน
ในสัปดาห์หน้า(16 มี.ค.) คาดว่าดัชนีตลาดหุ้นไทยมีแนวโน้มแกว่งตัวในกรอบแนวรับ 1,380-1390 จุด แนวต้านอยู่ที่ 1,430-1,440 จุด และหากผ่านแนวต้านนี้ไปได้อาจไปทดสอบระดับถัดไปที่ 1,460 จุด โดยคาดว่าความผันผวนของดัชนีจะเริ่มลดลง และจะมีจังหวะที่เหมาะสมสำหรับการเข้าซื้อทำกำไร
ด้านกลยุทธ์การลงทุน เพิ่มคำแนะนำนักลงทุนในหุ้นกลุ่ม Domestic มากขึ้น จากสถานการณ์การเมืองเข้าสู่ช่วงการเปิดสมัยประชุมสภาผู้แทนราษฎร และการเลือกนายกรัฐมนตรี คาดเป็นผลบวกต่อหุ้นกลุ่มรับเหมาอย่าง CK และ STECON จากความคาดหวังด้านนโยบาย





