วันพฤหัสบดี ที่ 12 มีนาคม 2569

Login
Login

ก.ล.ต.พบผู้ถือหุ้นใหญ่ "อีอาร์เอ็กซ์" เป็นกรรมการ CAI เข้าข่ายลักษณะต้องห้ามเร่งชี้แจงภายใน 7 วัน

ก.ล.ต.พบผู้ถือหุ้นใหญ่ "อีอาร์เอ็กซ์" เป็นกรรมการ CAI  เข้าข่ายลักษณะต้องห้ามเร่งชี้แจงภายใน 7 วัน

ก.ล.ต. สั่งให้บริษัท อีอาร์เอ็กซ์ ให้บริการแพลตฟอร์ม "คริปโทสเฟียร์" และ "อาร์โออี" ชี้แจงพบกรรมการเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่มีลักษณะต้องห้ามเป็นกรรมการของ CAI ภายใน 7 วัน หรือ 19 มี.ค. 69

สำนักงานคณะกรรมการหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) สั่งให้บริษัท อีอาร์เอ็กซ์ จำกัด ชี้แจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับกรรมการของบริษัท คริปโทสเฟียร์ และบริษัท อาร์โออี เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัทฯซึ่งต้องไม่มีลักษณะต้องห้าม โดยให้นำส่งข้อมูลและเอกสารที่เกี่ยวข้องต่อ ก.ล.ต. ภายใน 7 วัน

ตามที่ปรากฏข่าวเกี่ยวกับกองบัญชาการตำรวจสิงคโปร์ และธนาคารกลางสิงคโปร์ (Monetary Authority of Singapore: MAS) ได้ดำเนินการกับ Capital Asia Investment (CAI) พร้อมจับกุมกรรมการของ CAI จำนวน 2 ราย และได้ยึดทรัพย์สินของ CAI เนื่องจากอาจเข้าข่ายความผิดเกี่ยวกับการฟอกเงิน

ก.ล.ต. พบข้อมูลว่า บริษัท อีอาร์เอ็กซ์ จำกัด (ใช้ชื่อทางการค้าว่า KuCoin Thailand) ซึ่งให้บริการศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล มีบริษัท คริปโทสเฟียร์ เวนเจอร์ จำกัด (บริษัท คริปโทสเฟียร์) และบริษัท อาร์โออี จำกัด (บริษัท อาร์โออี) เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ตามหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง* โดยพบว่ามีกรรมการที่เป็นหนึ่งในกรรมการของ CAI และเป็นกรรมการของบริษัท คริปโทสเฟียร์ และ บริษัท อาร์โออี ด้วย

ก.ล.ต. จึงสั่งการให้บริษัท อีอาร์เอ็กซ์ ชี้แจงข้อเท็จจริงกรณีมีกรรมการใน 2 บริษัทดังกล่าว เนื่องจากเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ซึ่งต้องไม่มีลักษณะต้องห้ามตามข้อ 5 ของประกาศกระทรวงการคลัง ซึ่งออกโดยอาศัยอำนาจตามมาตรา 27 แห่งพระราชกำหนดประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล พ.ศ. 2561 โดยขอให้ชี้แจงข้อเท็จจริงพร้อมนำส่งข้อมูลและเอกสารที่เกี่ยวข้องต่อ ก.ล.ต. ภายใน 7 วัน (ครบกำหนดในวันที่ 19 มีนาคม 2569)