วันพุธ ที่ 11 มีนาคม 2569

Login
Login

“ทุนเทา”แฝงตัวในตลาดทุนไทย CAI ปรากฎถือครองหุ้นอีกเพียบ

“ทุนเทา”แฝงตัวในตลาดทุนไทย  CAI ปรากฎถือครองหุ้นอีกเพียบ

ข้อมูลระดับข้ามชาติเชื่อมโยง “ทุนเทา” ถึงตลาดหุ้นไทย กลายเป็นเครื่องยืนยันว่ากลุ่มทุนเหล่านี้กระจายการลงทุนหุ้นขนาดกลางและขนาดใหญ่ด้วยมูลค่ามหาศาล

จากการเข้าจับ กุมตัวและอายัดบัญชีและทรัพย์สิน 2 กรรมการบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนที่ได้รับอนุญาตในสิงคโปร์  Capital Asia Investments หรือ CAI  โดยกองกำลังตำรวจสิงคโปร์ (SPF) ร่วมกับธนาคารกลางสิงคโปร์ (MAS) ปฏิบัติการกวาดล้างเครือข่ายฟอกเงินข้ามชาติ  ด้วยมูลค่ากว่า 160 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ หรือคิดเป็นเงินไทยสูงถึงกว่า 4,000 ล้านบาท

เกิดเอฟเฟคก่อนข่าวจะปรากฎในตลาดหุ้นไทยไปที่หุ้น  BCPG  เมื่อวันที่ 9 มี.ค. 2569 ในช่วงท้ายก่อนปิดตลาดหุ้นมีการเทขายหุ้นหนักออกมาด้วยออร์เดอร์ประมาณ 30 ล้านหุ้น  กดราคาหุ้นติดลบ 26 %  ปิดที่  5.30  บาท

พร้อมความเชื่อมโยงไปยัง CAI เข้ามาถือหุ้นช่วง 2568 ขึ้นเป็นอันดับ 2 รองจาก BCP ในสัดส่วน 168 ล้านหุ้นหรือ  5.21 % ก่อนจะลดสัดส่วนหลังปิดทะเบียนผู้ถือหุ้น 5 มี.ค. 2569 เหลือ  21 ล้านหุ้น หรือ 0.71 % 

การเข้ามา ลงทุน CAI เริ่มมีการตั้งข้อสังเกตจากการถือหุ้น BCP  ในฐานะบริษัทแม่ ช่วงปี 2567  ถึง 10%  หรือ 137 ล้านหุ้น และบ้างช่วงขึ้นไปถึง 20 %  จากนั้นต้นปี 2568 (มี.ค.-เม.ย.) ได้ทำรายการขายหุ้น  บิ๊กล็อต (Big Lot) หรือเหลือประมาณ 4.86%  ให้กับ “อัลฟ่า ชาร์เตอร์เอนเนอร์จี”  ขึ้นมามีสัดส่วนถือหุ้น BCP จำนวน 161 ล้านหุ้น หรือ 11.69 %

ความเชื่อมโยง “ทุนเทา”  กลุ่ม “แก๊งสแกมเมอร์” หรือ “ฟอกเงิน” กับ BCP  ผ่านผู้ถือหุ้นมีความชัดเจน หลังปปง. ดำเนินการฟ้องและศาลแพ่งสั่งยึด-อายัดทรัพย์สินเครือข่ายแก๊งสแกมเมอร์ข้ามชาติ

นำโดย "เบนสมิธ  -ยิม เลียก -เฉิน จื้อ และก๊ก อาน"  พรรคพวก 42 ราย รวมมูลค่ากว่าหมื่นล้านบาท หลังจากพบหลักฐานเกี่ยวพันการฉ้อโกงประชาชนและฟอกเงินระดับโลก ซึ่งหนึ่งในสินทรัพย์คือ การถือครองหุ้น BCP  มีมูลค่า 6,000 ล้านบาท (มูลค่า ณ 28 พ.ย. 68 )

และไม่เพียงแค่หุ้น BCP - BCPG  ที่มีผู้ถือหุ้นน่าสงสัยโยงกลุ่ม “ทุนเทา” จากการตรวจสอบหุ้นอื่นในตลาดหุ้นไทยปรากฎ CAI ยังมีสัดส่วนการถือหุ้นอื่น อาทิ หุ้น VGI  จากการปิดสมุดทะเบียนหุ้น 30 ก.ค. 2568 มีผู้ถือหุ้นอันดับ 2 . CAI OPTIMUM FUND VCC - EDH INVESTMENTS ซึ่งเป็นกองทุนภายใต้การบริหารจัดการของ CAI จากประเทศสิงคโปร์ จำนวน  2,900  ล้านหุ้น หรือ 14.50 %  

หุ้น FSX  จากการปิดสมุดทะเบียนหุ้น 29 ก.ค. 2568 ถือหุ้นใหญ่อันดับ 1 โดย CAI  จำนวน 197 ล้านหุ้น หรือ 24.14 %    และ หุ้น GTV  จากการปิดสมุดทะเบียนหุ้น 27 มี.ค. 2568 ถือหุ้นใหญ่อันดับ 2 โดย CAI  จำนวน 1,083 ล้านหุ้น หรือ 8.25 %    

เมื่อรวมกับการปฎิบัติการหน่วยงานรัฐของสิงคโปร์ต่อ CAI ทำให้เริ่มมองว่ามีความเชื่อมโยงและกลุ่มเดียวกันหรือไม่ ? และการดำเนินการหน่วยงานกำกับตลาดทุนอย่าง "สำนักงาน ก.ล.ต."  ต่อรายการซื้อขายหุ้นในไทยในช่วงที่มีการจับกุมของ “ทุนเทา”  ยังไม่มีปฎิบัติการให้เห็นว่าสามารถระงับหรือชะลอการส่งมอบและโอนหุ้นหรือตามสืบทรัพย์ได้เลย