หุ้นตลาดเกิดใหม่ดิ่ง 10% จากนิวไฮ เซ่นพิษน้ำมันดิบเบรนท์พุ่งแตะ 111 ดอลลาร์-ดอลลาร์แข็งค่า ฉุด MSCI ปรับตัวลดลงถึง 4.2%
บลูมเบิร์กรายงานว่า วันนี้ (9มี.ค.69) ดัชนีหุ้นตลาดเกิดใหม่ร่วงหนักกว่า 10% จากระดับสูงสุดล่าสุด เนื่องจากความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรงขึ้น ส่งผลให้ “ราคาน้ำมัน” พุ่งสูงและทำลายความเชื่อมั่นของนักลงทุน
นอกจากนี้ สกุลเงินส่วนใหญ่ในกลุ่มตลาดเกิดใหม่ยังอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์ เนื่องจากนักลงทุนแห่ถือสินทรัพย์ปลอดภัย
ดัชนีหุ้นตลาดเกิดใหม่ของ MSCI ปรับตัวลดลงถึง 4.2% ในวันจันทร์ ซึ่งเป็นการทรุดตัวต่อเนื่องจากจุดสูงสุดเมื่อปลายเดือนก.พ.
ดัชนี Kospi ของเกาหลีใต้ที่เคยเป็นหนึ่งในตลาดที่ทำผลงานได้ดีที่สุดในปีนี้ กลับร่วงลงกว่า 18% จากจุดสูงสุดเดิม หลังจากหุ้นยักษ์ใหญ่อย่าง Samsung, SK Hynix และ Hyundai กอดคอกันร่วงท่ามกลางแรงเทขายสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลก
ล่าสุดวันนี้ ดัชนี Kospi ร่วงลงมากกว่า 8% เมื่อหุ้นกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ซึ่งเป็นหัวใจหลักของตลาดถูกเทขายอย่างหนัก โดยหุ้น Samsung Electronics ร่วงลง 8.4% ขณะที่ SK Hynix ลดลงถึง 9.2%
ภาวะดังกล่าวส่งผลให้ตลาดต้องใช้มาตรการ "เซอร์กิต เบรกเกอร์" หยุดการซื้อขายเป็นเวลา 20 นาที ตั้งแต่เวลา 10.31 น. โดยเป็นการใช้เซอร์กิต เบรกเกอร์ครั้งที่สองในรอบ 4 วันทำการ หลังจากดัชนีหุ้นเกาหลีใต้เคยร่วงหนักถึง 12% เมื่อวันพุธที่แล้ว
ในขณะเดียวกัน “ค่าเงิน” ในตลาดเกิดใหม่ก็อ่อนแอลง นำโดยวอนเกาหลีใต้ ส่วนเปโซฟิลิปปินส์และรูเปียห์อินโดนีเซียร่วงลงแตะระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์เมื่อเทียบกับดอลลาร์
สวนทางกับดัชนี “ค่าเงินดอลลาร์” ที่แข็งค่าขึ้นกว่า 1.4% ซึ่งแข็งค่ามากสุดในรอบเกือบ 1 ปี ตามราคาน้ำมันที่ทะลุ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งกระตุ้นความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัยเพิ่มขึ้น
บลูมเบิร์ก รายงานว่า ราคาน้ำมันดิบล่วงหน้าปรับตัวสูงขึ้นไม่หยุด โดยขณะนี้ราคาน้ำมันเบรนท์ซื้อขายอยู่ที่ระดับสูงกว่า 109 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 18% ราคาสูงสุดระหว่างวันอยู่ที่ระดับสูงกว่า 111 ดอลลาร์เล็กน้อย
Bob Savage หัวหน้านักวิเคราะห์มหภาคของ BNY ระบุว่า "ทิศทางตลาดในระยะสั้นน่าจะถูกขับเคลื่อนโดยสถานการณ์ในตะวันออกกลางมากกว่าปัจจัยพื้นฐานในประเทศ โดยเฉพาะผลกระทบผ่านราคาน้ำมันและบรรยากาศการลงทุน"
"ประเทศที่นำเข้าพลังงานสุทธิอย่าง ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และอินเดีย ยังคงมีความเสี่ยงสูงต่อภาวะช็อกทางการค้าหากราคาน้ำมันยังคงพุ่งสูงต่อเนื่อง" เขากล่าว





