วันเสาร์ ที่ 7 มีนาคม 2569

Login
Login

"ตลาดหุ้นไทย" วันนี้ (6 มี.ค. 2569) ปิดลบ 6.92 จุด บิ๊กแคปชะลอ หันเก็งกำไรหุ้นขนาดกลาง-เล็ก 

"ตลาดหุ้นไทย" วันนี้ (6 มี.ค. 2569) ปิดลบ 6.92 จุด บิ๊กแคปชะลอ หันเก็งกำไรหุ้นขนาดกลาง-เล็ก 

"ตลาดหุ้นไทย" ในวันนี้ (6 มี.ค. 2569) ปิดตลาดเย็นอยู่ที่ 1,410.37 จุด โดยปรับตัวลดลง 6.92 จุด หรือคิดเป็น 0.49% นักวิเคราะห์ชี้มีสาเหตุมาจากความไม่แน่นอนปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ กดดันหุ้นบิ๊กแคปชะลอ สวนทางกลุ่มหุ้นขนาดกลาง-เล็กยังมีแรงซื้อเก็งกำไร โดยเฉพาะสินค้าโภคภัณฑ์ยางพารา

"ตลาดหุ้นไทย" ในวันนี้ (6 มี.ค. 2569) ปิดตลาดเย็นอยู่ที่ 1,410.37 จุด โดยปรับตัวลดลง 6.92 จุด หรือคิดเป็น 0.49% โดยดัชนีฯ ทำจุดสูงสุดอยู่ที่ 1,418.51 จุด และจุดต่ำสุดอยู่ที่ 1,404.31 จุด และมีมูลค่าซื้อขายรวม 62,899.09 ล้านบาท

หุ้นที่มีมูลค่าซื้อขายสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่

  1. KBANK ราคาปิด 188.00 บาท ลดลง 2.00 บาท หรือ -1.05% มูลค่าซื้อขาย 5,158.74 ล้านบาท
     
  2. DELTA ราคาปิด 255.00 บาท ลดลง 3.00 บาท หรือ -1.16% มูลค่าซื้อขาย 4,101.42 ล้านบาท
     
  3. PTTEP ราคาปิด 141.50 บาท เพิ่มขึ้น 1.50 บาท หรือ +1.07% มูลค่าซื้อขาย 3,651.83 ล้านบาท
     
  4. GULF ราคาปิด 56.00 บาท ลดลง 0.50 บาท หรือ -0.88% มูลค่าซื้อขาย 2,969.69 ล้านบาท
     
  5. PTT ราคาปิด 34.00 บาท ไม่เปลี่ยนแปลง หรือ 0.00% มูลค่าซื้อขาย 2,706.01 ล้านบาท

นายกิจพณ ไพรไพศาลกิจ รองกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ (บล.) ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า วันนี้ดัชนีตลาดหุ้นไทยแกว่งตัวในแดนลบ ภาพรวมยังคงผันผวนจากความไม่แน่นอนเรื่องของความขัดแย้งภูมิรัฐศาสตร์ ว่าจะทวีความรุนแรงหรือยืดเยื้อต่อไปหรือไม่

ในระยะสั้นเราอาจเห็นการเก็งกำไรในหุ้นกลุ่มที่เกี่ยวกับปัจจัยภายนอกประเทศและราคาน้ำมันเป็นหลัก โดยไม่จำกัดอยู่เพียงกลุ่มพลังงานต้นน้ำอย่าง PTT และ PTTEP เท่านั้น แต่กลุ่มปิโตรเคมีอย่าง PTTGC ก็มีแรงซื้อเก็งกำไรเช่นกันในวันนี้ จากที่หลายฝ่ายมองว่าอาจได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันน้อยกว่า IVL หรือ SCC เนื่องจากใช้แหล่งพลังงานเป็นก๊าซธรรมชาติในกระบวนการผลิต

ในภาพรวมมีการย้ายกลุ่มหุ้นเก็งกำไรมาสู่กลุ่มหุ้นขนาดกลางและขนาดเล็กมากขึ้น อย่างหุ้นในกลุ่มสินค้าโภคภัณฑ์ เช่น ยางพารา ซึ่งคาดว่าราคาจะปรับขึ้นตามราคาน้ำมัน เนื่องจากยางสังเคราะห์มีน้ำมันเป็นต้นทุนหลัก หากราคาแพงขึ้นก็จะมีการหันมาใช้ยางพาราที่เป็นสินค้าทดแทน

“เราไม่ได้เห็นตลาดเปลี่ยนมาเก็งกำไรในหุ้นขนาดกลางและขนาดเล็กอย่างคึกคักแบบนี้มานานแล้ว ในช่วงเวลาที่หุ้นใหญ่มีความผันผวนและคาดว่าชะลอตัวไปอีกพักใหญ่ หุ้นเหล่านี้จะมีความน่าสนใจมากขึ้น” นายกิจพณกล่าว 

ในสัปดาห์หน้า (9 มี.ค.) คาดว่าดัชนีตลาดหุ้นไทยมีแนวโน้มแกว่งตัวในทางลบ โดยมีแนวรับ 1,360 จุด แนวต้านอยู่ที่ 1,420 จุด เนื่องจากกระแสเงินลงทุนต่างชาติมีท่าทีชะลอจากการขาดปัจจัยใหม่ รวมถึงการสิ้นสุดของช่วงเวลาฮันนีมูนหลังการเลือกตั้ง 

ด้านกลยุทธ์การลงทุน แนะนำนักลงทุนหลีกเลี่ยงความผันผวนของราคาและชะลอการลงทุน โดยสำหรับนักลงทุนทั่วไปสามารถทิ้งระยะและรอรอบการลงทุนรอบใหม่ได้

อย่างไรก็ตาม ช่วงนี้ก็นับว่าเป็นโอกาสที่ดีสำหรับนักลงทุนที่มีความเชี่ยวชาญและสามารถประเมินจุดตัดขาดทุนและจุดเข้าซื้อเองได้ ให้สามารถทำกำไรได้เช่นเดียวกัน