ความเคลื่อนไหว"ตลาดหุ้นไทย"ภาคเช้า ณ วันที่ 6 มี.ค.2569 เวลา 10.20 น. หุ้น SEAOIL หรือ บริษัท ซีออยล์ จำกัด (มหาชน) บวก 9.94% เพิ่มขึ้น 0.36 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 3.98 บาท
จิตรา อมรธรรม รองกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) ให้สัมภาษณ์กับ “กรุงเทพธุรกิจ” ว่า การปรับตัวขึ้นของค่าระวางเรือและราคาหุ้นในกลุ่มเดินเรือ มักเกิดขึ้นทุกครั้งที่โลกเผชิญเหตุการณ์หยุดชะงักไม่ว่าจะเป็นวิกฤตโควิด-19 หรือสถานการณ์ความไม่สงบทางภูมิรัฐศาสตร์
ทั้งนี้ สาเหตุสำคัญเมื่อเกิดเหตุการณ์ลักษณะดังกล่าว ระบบขนส่งทางทะเลทั่วโลกจะเผชิญความไม่แน่นอน ส่งผลให้ค่าระวางเรือปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว และกลายเป็นปัจจัยหนุนราคาหุ้นกลุ่มเดินเรือในเชิง Sentiment ของการลงทุน
อย่างไรก็ตาม ปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดในขณะนี้คือ สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลและอิหร่าน รวมถึงท่าทีของสหรัฐฯ ซึ่งอาจส่งผลกระทบโดยตรงต่อเส้นทางการเดินเรือสำคัญของโลก
โดยเฉพาะบริเวณ ช่องแคบฮอร์มุซ รวมถึงพื้นที่ท่าเรือสำคัญอย่าง จีเบลและฟูไจราห์ที่เริ่มถูกมองว่าเป็นพื้นที่เสี่ยง หลังมีรายงานการโจมตีเรือในพื้นที่ดังกล่าว ทำให้ผู้ประกอบการเดินเรือต้องเพิ่มความระมัดระวังในการดำเนินงาน อย่างไรก็ตาม เรือขนส่งน้ำมันของไทย ได้มีการถอยออกจากพื้นที่เสี่ยง และเลือกลอยลำอยู่กลางทะเลแทนการเข้าเทียบท่า เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงด้านความปลอดภัย
"สถานการณ์ดังกล่าวส่งผลให้จำนวนเรือที่พร้อมให้บริการในตลาดลดลง ขณะเดียวกันต้นทุนด้านประกันภัยเรือก็ปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลให้ค่าระวางเรือในตลาดโลกเพิ่มขึ้นตามกลไกอุปสงค์และอุปทาน ซึ่งสะท้อนมายังราคาหุ้นในกลุ่มเดินเรือ"
นอกจากนี้ ผลกระทบจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ยังทำให้ ราคาสินค้าโภคภัณฑ์หลายประเภทปรับตัวสูงขึ้น ไม่ว่าจะเป็นน้ำมัน ปาล์มน้ำมัน ถั่วเหลือง และยางพารา ซึ่งล้วนได้รับอิทธิพลจากความไม่แน่นอนของห่วงโซ่อุปทานโลก
อย่างไรก็ตาม แม้ค่าระวางเรือและราคาหุ้นจะปรับตัวสูงขึ้น แต่ในมุมมองของผู้ประกอบการธุรกิจเดินเรืออาจไม่ได้รับประโยชน์เต็มที่ เนื่องจากยังมีข้อจำกัดด้านการจ้างงานจริงในพื้นที่เสี่ยง
"แม้ค่าระวางจะสูงขึ้น แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะมีงานเพิ่มขึ้นทันที เพราะหลายบริษัทไม่กล้านำเรือเข้าไปขนส่งน้ำมันในพื้นที่ที่มีการสู้รบ ทำให้รายได้ที่แท้จริงอาจไม่ได้เพิ่มขึ้นมากอย่างที่ตลาดคาด"
นอกจากนี้ อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญคือ ต้นทุนเชื้อเพลิง หากสงครามยืดเยื้อ ราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นจะกลายเป็นต้นทุนหลักที่กดดันผลประกอบการของผู้ประกอบการเดินเรือในระยะถัดไป
ทั้งนี้ ก่อนเกิดความตึงเครียดในตะวันออกกลาง กลุ่มเดินเรือถูกมองว่าเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่มีแนวโน้มฟื้นตัว หลังผ่านจุดต่ำสุดในช่วงครึ่งปีแรกของปีที่ผ่านมา และเริ่มปรับตัวดีขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง
ขณะที่ภาพรวมเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจไทยในปีนี้มีแนวโน้มฟื้นตัวดีกว่าปีก่อน จากเสถียรภาพทางการเมืองในประเทศที่ดีขึ้นและการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ ซึ่งเป็นปัจจัยสนับสนุนกิจกรรมทางเศรษฐกิจและการค้า
อย่างไรก็ตาม นักลงทุนยังคงต้องติดตาม ความยืดเยื้อของสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด โดยหากความขัดแย้งคลี่คลายภายใน 1–2 สัปดาห์ อาจส่งผลกระทบจำกัดต่อ อุตสาหกรรมเดินเรือ แต่หากสถานการณ์ลากยาวเป็นเดือน ปัจจัยเรื่องต้นทุนน้ำมันและความเสี่ยงด้านเส้นทางเดินเรือ จะกลายเป็นตัวแปรสำคัญที่ต้องนำมาประเมินผลกระทบต่อธุรกิจและการลงทุนในกลุ่มนี้ใหม่อีกครั้ง





