"ตลาดหุ้นไทย" ในวันนี้ (5 มี.ค. 2569) ปิดตลาดเย็นอยู่ที่ 1,417.29 จุด โดยปรับตัวเพิ่มขึ้น 32.68 จุด หรือคิดเป็น 2.36% นักวิเคราะห์ชี้มีสาเหตุมาจาก ราคาน้ำมันโลกที่ย่อตัวลงมาในช่วงบ่ายช่วยพยุงดัชนีให้อยู่ในแดนบวก เน้นย้ำหุ้นไทยยังน่าสนใจ แม้ในระยะสั้นจะมีความผันผวนสูง
"ตลาดหุ้นไทย" ในวันนี้ (5 มี.ค. 2569) ปิดตลาดเย็นอยู่ที่ 1,417.29 จุด โดยปรับตัวเพิ่มขึ้น 32.68 จุด หรือคิดเป็น 2.36% โดยดัชนีฯ ทำจุดสูงสุดอยู่ที่ 1,430.58 จุด และจุดต่ำสุดอยู่ที่ 1,386.70 จุด และมีมูลค่าซื้อขายรวม 106,582.21 ล้านบาท
หุ้นที่มีมูลค่าซื้อขายสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่
1. DELTA ราคาปิด 258.00 บาท เพิ่มขึ้น 19.00 บาท หรือ 7.95% มูลค่าซื้อขาย 8,193.61 ล้านบาท
2. KBANK ราคาปิด 190.00 บาท ไม่เปลี่ยนแปลง หรือ 0.00% มูลค่าซื้อขาย 7,623.85 ล้านบาท
3. GULF ราคาปิด 56.50 บาท เพิ่มขึ้น 2.50 บาท หรือ 4.63% มูลค่าซื้อขาย 6,250.75 ล้านบาท
4. PTT ราคาปิด 34.00 บาท ลดลง 1.25 บาท หรือ 3.55% มูลค่าซื้อขาย 6,149.17 ล้านบาท
5. TRUE ราคาปิด 13.60 บาท เพิ่มขึ้น 0.30 บาท หรือ 2.26% มูลค่าซื้อขาย 5,006.76 ล้านบาท
นายประกิต สิริวัฒนเกตุ ผู้บริหารบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เมอร์ชั่น พาร์ทเนอร์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า วันนี้ดัชนีตลาดหุ้นไทยรีบาวด์กลับขึ้นมาหลังจากร่วงลงรุนแรงเมื่อวานนี้ ถึงแม้จะมีแรงขายกดดันดัชนีในช่วงบ่าย แต่ฟื้นตัวกลับมาได้จากปัจจัยราคาน้ำมันโลกที่ปรับลดลงเล็กน้อย สอดคล้องดัชนีดาวโจนส์ฟิวเจอร์ที่ปรับขึ้นมาเช่นเดียวกัน
"ปัจจุบันตลาดหุ้นไทยมีความน่าสนใจมากขึ้น จากราคาหุ้นหลายกลุ่มที่ปรับลดลงมาค่อนข้างมาก อย่างไรก็ตาม ตลาดยังมีความผันผวนสูง และอ่อนไหวต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยยังไม่สามารถตัดความเป็นไปได้ที่อาจจะมีการเทขายจาก Panic sell อีกครั้ง"
ในวันพรุ่งนี้ (6 มี.ค.) คาดว่าดัชนีตลาดหุ้นไทยมีแนวโน้มผันผวน โดยมีแนวรับ 1,400 จุด แนวต้านอยู่ที่ 1,427 จุด โดยควรจับตาสถานการณ์ความขัดแย้งอย่างใกล้ชิด รวมถึงปัจจัยการเมืองภายในประเทศ
ด้านกลยุทธ์การลงทุน แนะนำนักลงทุนหลีกเลี่ยงความผันผวนของราคาและชะลอการลงทุนให้ผ่านพ้นช่วงแรกไปก่อน ทั้งนี้ หากต้องการลงทุนเพื่อคาดหวังกำไรในระยะยาว แนะนำหุ้นกลุ่มปันผลอย่าง KTB, SCB, TTB กลุ่มที่มีงบการเงินแข็งแกร่ง และไม่ได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งโดยตรงอย่าง BDMS, WHA และ GULF





