วันเสาร์ ที่ 4 เมษายน 2569

Login
Login

“ตลาดหุ้นไทย” วันนี้ (5 มี.ค. 2569) ปิดบวก 32.68 จุด น้ำมันโลกย่อลง พยุงดัชนีรีบาวด์

“ตลาดหุ้นไทย” วันนี้ (5 มี.ค. 2569) ปิดบวก 32.68 จุด น้ำมันโลกย่อลง พยุงดัชนีรีบาวด์

"ตลาดหุ้นไทย" ในวันนี้ (5 มี.ค. 2569) ปิดตลาดเย็นอยู่ที่ 1,417.29 จุด โดยปรับตัวเพิ่มขึ้น 32.68 จุด หรือคิดเป็น 2.36% นักวิเคราะห์ชี้มีสาเหตุมาจาก ราคาน้ำมันโลกที่ย่อตัวลงมาในช่วงบ่ายช่วยพยุงดัชนีให้อยู่ในแดนบวก เน้นย้ำหุ้นไทยยังน่าสนใจ แม้ในระยะสั้นจะมีความผันผวนสูง

"ตลาดหุ้นไทย" ในวันนี้ (5 มี.ค. 2569) ปิดตลาดเย็นอยู่ที่ 1,417.29 จุด โดยปรับตัวเพิ่มขึ้น 32.68 จุด หรือคิดเป็น 2.36% โดยดัชนีฯ ทำจุดสูงสุดอยู่ที่ 1,430.58 จุด และจุดต่ำสุดอยู่ที่ 1,386.70 จุด และมีมูลค่าซื้อขายรวม 106,582.21 ล้านบาท

หุ้นที่มีมูลค่าซื้อขายสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่

1. DELTA ราคาปิด 258.00 บาท เพิ่มขึ้น 19.00 บาท หรือ 7.95% มูลค่าซื้อขาย 8,193.61 ล้านบาท

2. KBANK ราคาปิด 190.00 บาท ไม่เปลี่ยนแปลง หรือ 0.00% มูลค่าซื้อขาย 7,623.85 ล้านบาท

3. GULF ราคาปิด 56.50 บาท เพิ่มขึ้น 2.50 บาท หรือ 4.63% มูลค่าซื้อขาย 6,250.75 ล้านบาท

4. PTT ราคาปิด 34.00 บาท ลดลง 1.25 บาท หรือ 3.55% มูลค่าซื้อขาย 6,149.17 ล้านบาท

5. TRUE ราคาปิด 13.60 บาท เพิ่มขึ้น 0.30 บาท หรือ 2.26% มูลค่าซื้อขาย 5,006.76 ล้านบาท

นายประกิต สิริวัฒนเกตุ ผู้บริหารบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เมอร์ชั่น พาร์ทเนอร์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า วันนี้ดัชนีตลาดหุ้นไทยรีบาวด์กลับขึ้นมาหลังจากร่วงลงรุนแรงเมื่อวานนี้ ถึงแม้จะมีแรงขายกดดันดัชนีในช่วงบ่าย แต่ฟื้นตัวกลับมาได้จากปัจจัยราคาน้ำมันโลกที่ปรับลดลงเล็กน้อย สอดคล้องดัชนีดาวโจนส์ฟิวเจอร์ที่ปรับขึ้นมาเช่นเดียวกัน

"ปัจจุบันตลาดหุ้นไทยมีความน่าสนใจมากขึ้น จากราคาหุ้นหลายกลุ่มที่ปรับลดลงมาค่อนข้างมาก อย่างไรก็ตาม ตลาดยังมีความผันผวนสูง และอ่อนไหวต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยยังไม่สามารถตัดความเป็นไปได้ที่อาจจะมีการเทขายจาก Panic sell อีกครั้ง"


 

ในวันพรุ่งนี้ (6 มี.ค.) คาดว่าดัชนีตลาดหุ้นไทยมีแนวโน้มผันผวน โดยมีแนวรับ 1,400 จุด แนวต้านอยู่ที่ 1,427 จุด โดยควรจับตาสถานการณ์ความขัดแย้งอย่างใกล้ชิด รวมถึงปัจจัยการเมืองภายในประเทศ

ด้านกลยุทธ์การลงทุน แนะนำนักลงทุนหลีกเลี่ยงความผันผวนของราคาและชะลอการลงทุนให้ผ่านพ้นช่วงแรกไปก่อน ทั้งนี้ หากต้องการลงทุนเพื่อคาดหวังกำไรในระยะยาว แนะนำหุ้นกลุ่มปันผลอย่าง KTB, SCB, TTB กลุ่มที่มีงบการเงินแข็งแกร่ง และไม่ได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งโดยตรงอย่าง BDMS, WHA และ GULF