วันพฤหัสบดี ที่ 5 มีนาคม 2569

Login
Login

สหรัฐปิดบวก–เกาหลีใต้เปิดเขียว ดัน 8 หุ้นชิ้นส่วนอิเล็กฯ เอเชียฟื้นตัว โบรกแนะภูมิรัฐศาสตร์ยังเสี่ยงสูง

สหรัฐปิดบวก–เกาหลีใต้เปิดเขียว ดัน 8 หุ้นชิ้นส่วนอิเล็กฯ เอเชียฟื้นตัว โบรกแนะภูมิรัฐศาสตร์ยังเสี่ยงสูง

ความเคลื่อนไหว"ตลาดหุ้นไทย"ภาคเช้า ณ วันที่ 5 มี.ค.2569 เวลา 10.00 น. หุ้นกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ปรับบวกยกแผง นำโดย 

  • หุ้น DELTA บวก 10.46% เพิ่มขึ้น 25.00 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 264.00 บาท 
  • หุ้น KCE บวก 5.42% เพิ่มขึ้น 0.40 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 16.90 บาท
  • หุ้น SMT บวก 4.46% เพิ่มขึ้น 0.05 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 1.17 บาท
  • หุ้น CCET บวก 4.04% เพิ่มขึ้น 0.18 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 4.64 บาท
  • หุ้น TEAM บวก 4.00% เพิ่มขึ้น 0.10 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 2.60 บาท
  • หุ้น HANA บวก 2.89% เพิ่มขึ้น 0.50 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 17.80 บาท
  • หุ้น METCO บวก 2.32% เพิ่มขึ้น 6.00 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 265.00 บาท
  • หุ้น SVI บวก 0.68% เพิ่มขึ้น 0.05 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 7.35 บาท 
     

สหรัฐปิดบวก–เกาหลีใต้เปิดเขียว ดัน 8 หุ้นชิ้นส่วนอิเล็กฯ เอเชียฟื้นตัว โบรกแนะภูมิรัฐศาสตร์ยังเสี่ยงสูง

กรรณ์ หทัยศรัทธา หัวหน้านักกลยุทธ์การลงทุน และนักเศรษฐศาสตร์ สายงานวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอส อินเตอร์เนชันแนล (ประเทศไทย) จำกัด ให้สัมภาษณ์กับ “กรุงเทพธุรกิจ” ว่า การฟื้นตัวของหุ้นกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์วันนี้ โดยเฉพาะหุ้น DELTA ที่ปรับตัวขึ้นราว 10% เป็นเพียงการฟื้นตัวTechnical Rebound ตามทิศทางตลาดหุ้นโลก

โดยได้แรงหนุนสำคัญมาจากบรรยากาศเชิงบวกของตลาดหุ้นสหรัฐเมื่อคืนก่อนหน้า รวมถึงตลาดหุ้นเกาหลีใต้ในช่วงเช้า ซึ่งถือเป็นตลาดหลักของอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ในเอเชีย ส่งผลให้หุ้นในกลุ่มเดียวกันทั่วภูมิภาคเคลื่อนไหวสอดคล้องกันในเชิงสินทรัพย์เสี่ยง

"DELTA ถูกมองว่าเป็นหนึ่งในหุ้นที่มีน้ำหนักต่อดัชนี SET Index สูง ทำให้เมื่อราคาปรับตัวขึ้น จึงช่วยหนุนภาพรวมของตลาดหุ้นไทยให้ดูคึกคักตามไปด้วย โดยเฉพาะกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ที่เคลื่อนไหวตามกระแสเงินทุนต่างชาติและทิศทางตลาดโลก"

อย่างไรก็ตาม ความแตกต่างของแต่ละกลุ่มอุตสาหกรรม โดยกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์จะอิงกับกระแสสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลกเป็นหลัก แตกต่างจากกลุ่มท่องเที่ยว โรงแรม หรือโรงพยาบาล ที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลาง

สำหรับในเชิงกลยุทธ์การลงทุน มองว่าการดีดตัวครั้งนี้เป็นเพียงจังหวะเก็งกำไรระยะสั้นเท่านั้น เนื่องจากสถานการณ์ความขัดแย้งในต่างประเทศ โดยเฉพาะประเด็นอิหร่านยังมีความไม่แน่นอนสูง และอาจกลับมากดดันตลาดได้ทุกเมื่อ จึงแนะนำให้นักลงทุนที่มีสถานะกำไร ควรทยอยแบ่งขายทำกำไรออกมาบางส่วน เพื่อลดความเสี่ยงจากความผันผวนที่อาจเกิดขึ้น

นอกจากนี้ หากต้องเลือกระหว่างการถือหุ้นไทยกับทองคำในจังหวะที่ตลาดรีบาวด์ขึ้นมาเช่นนี้ แนะนำให้ขายหุ้นไทยออกก่อน และเลือกถือทองคำต่อในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ พร้อมกันนี้นักลงทุนควรบริหารจัดการพอร์ตอย่างรอบคอบ โดยสำรองเงินสดไว้บางส่วนตลอดเวลา เพื่อรองรับความผันผวนและโอกาสการเข้าลงทุนในจังหวะที่เหมาะสมต่อไป