ตลาดหุ้นไทย เผชิญแรงเทขายอย่างหนักตามทิศทางตลาดทุนโลก หลังสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางทวีความรุนแรงขึ้น ส่งผลให้ดัชนี SET ปิดตลาดภาคบ่ายปรับตัวลดลงกว่า 80 จุด ขณะที่ผู้บริหารตลาดหลักทรัพย์ฯ ยืนยันยังคงติดตามสถานการณ์ใกล้ชิด พร้อมระบุภาพรวมผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปียังคงโดดเด่นในภูมิภาค
นายอัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า ในวันนี้ (4 มีนาคม 2569) ดัชนี SET (SET Index) ปิดที่ระดับ 1,384.61 จุด ปรับตัวลดลง 81.90 จุด หรือคิดเป็น -5.58% โดยมีมูลค่าการซื้อขายหนาแน่นถึง 159,372.02 ล้านบาท
การปรับตัวลดลงอย่างรุนแรงในครั้งนี้มีปัจจัยหลักมาจาก 3 ส่วนสำคัญ
1. วิกฤตการณ์ภูมิภาคตะวันออกกลาง: สถานการณ์ที่ตึงเครียดส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนทั่วโลก ทำให้ตลาดทุนในหลายประเทศปรับตัวลดลงในทิศทางเดียวกัน
2. ผลกระทบจากวันหยุดทำการ: เนื่องจากตลาดหุ้นไทยปิดทำการเมื่อวานนี้ ขณะที่ตลาดต่างประเทศเปิดทำการและได้รับรู้ข่าวร้ายไปก่อนแล้ว ทำให้เกิด "แรงสะท้อนกลับ" (Lag effect) ส่งผลให้ในช่วงเช้าวันนี้ SET Index ร่วงลงไปถึง 8.01% จนต้องประกาศใช้มาตรการพักการซื้อขายชั่วคราว หรือ Circuit Breaker
3. การขายทำกำไร: นับตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา ตลาดหุ้นไทยถือเป็นหนึ่งในตลาดที่ให้ผลตอบแทนดีเยี่ยม (Outperform) เมื่อเทียบกับภูมิภาคอื่น การปรับลดลงในช่วง 2 วันนี้จึงส่วนหนึ่งเป็นการขายเพื่อลดความเสี่ยง
แม้ดัชนีจะปรับตัวลดลงอย่างรุนแรงในระยะสั้น แต่นายอัสสเดชเน้นย้ำว่า หากพิจารณาผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบัน (Year-to-Date: YTD) ตลาดหุ้นไทยยังคงรักษาระดับความแข็งแกร่งไว้ได้ โดยมีผลตอบแทนสะสม (Index Return) สูงเป็น อันดับ 3 ของภูมิภาคเอเชีย เป็นรองเพียงแค่เกาหลีใต้และไต้หวันเท่านั้น
"ตลาดหลักทรัพย์ฯ กำลังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง โดยมีการประสานงานกับหน่วยงานกำกับดูแลที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด เพื่อดูแลการซื้อขายให้เป็นไปตามกลไกตลาด มุ่งเน้นการรักษาเสถียรภาพและสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ลงทุนอย่างสูงสุด"





