วันจันทร์ ที่ 31 สิงหาคม 2569

Login
Login

“ตลาดหุ้นไทย” วันนี้ (4 มี.ค. 2569) ปิดตลาดดิ่ง 81.90 จุด ลุ้นรีบาวด์หลังเซอกิตเบรกเกอร์

"ตลาดหุ้นไทย" ในวันนี้ (4 มี.ค. 2569) ปิดตลาดเย็นอยู่ที่ 1,384.61 จุด โดยปรับตัวลดลง 81.90 จุด หรือคิดเป็น 5.58% นักวิเคราะห์ชี้มีสาเหตุมาจากปัจจัยความขัดแย้งสหรัฐ-อิหร่าน ทำราคาน้ำมันพุ่งสูง กดดันดัชนีต้องใช้เซอร์กิตเบรกเกอร์ ลุ้นรีบาวด์ 1-2 วันจากนี้

"ตลาดหุ้นไทย" ในวันนี้ (4 มี.ค. 2569) ปิดตลาดเย็นอยู่ที่ 1,384.61 จุด โดยปรับตัวลดลง 81.90 จุด หรือคิดเป็น 5.58% โดย ดัชนีฯทำจุดสูงสุด อยู่ที่ 1,404.73 จุด และจุดต่ำสุดอยู่ที่ 1,341.14 จุด และมีมูลค่าซื้อขาย รวม 159,372.02 ล้านบาท

หุ้นที่มีมูลค่าซื้อขายสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่

  1. GULF ราคาปิด 54.00 บาท ลดลง 3.50 บาท หรือ 6.09% มูลค่าซื้อขาย 11,465.76 ล้านบาท
     
  2. PTT ราคาปิด 35.25 บาท ลดลง 1.50 บาท หรือ 4.08% มูลค่าซื้อขาย 10,258.46 ล้านบาท
     
  3. KBANK ราคาปิด 190.00 บาท ลดลง 7.00 บาท หรือ 3.55% มูลค่าซื้อขาย 9,983.15 ล้านบาท
     
  4. PTTEP ราคาปิด 137.50 บาท ลดลง 4.50 บาท หรือ 3.17% มูลค่าซื้อขาย 9,181.20 ล้านบาท
     
  5. DELTA ราคาปิด 239.00 บาท ลดลง 28.00 บาท หรือ 10.49% มูลค่าซื้อขาย 8,856.91 ล้านบาท

นายณัฐพล คำถาเครือ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวิเคราะห์การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า วันนี้ดัชนีตลาดหุ้นไทยร่วงลงมาค่อนข้างมาก ชดเชยวันมาฆบูชาที่ตลาดปิดไป ทำให้ปัจจุบันลงมาสอดคล้องกับตลาดอื่น ๆ ในภูมิภาคที่ร่วงลงมาก่อนหน้า โดยปัจจัยหลักมาจากผลกระทบจากความขัดแย้งสหรัฐ-อิหร่านที่ส่งผลต่อราคาน้ำมันพุ่งสูง

หลังการทำเซอร์กิตเบรกเกอร์ในช่วงบ่าย ดัชนีมีแนวโน้มฟื้นตัวเล็กน้อย อีกทั้งจากตัวเลขสถิติบ่งชี้ว่าในช่วง 1-2 วันหลังจากนี้ ตลาดมักมีท่าทีรีบาวด์ขึ้นไป ยกเว้นก็แต่ในกรณีโควิด 19 ที่ตลาดไม่ฟื้นตัว 

อย่างไรก็ตาม มองว่ากรณีนี้มีแนวโน้มฟื้นตัวมากกว่า จากผลกระทบจากสงครามในปัจจุบันยังจำกัด ไม่ส่งผลต่อเศรษฐกิจในภาพรวมมากนัก


 

ในวันพรุ่งนี้ (5 มี.ค.) คาดว่าดัชนีตลาดหุ้นไทยมีแนวโน้มแกว่งตัวในทางบวก โดยมีแนวรับ 1,350-1370 จุด แนวต้านอยู่ที่ 1,400 จุด เนื่องจากส่วนต่างผลตอบแทนระหว่างพันธบัตรรัฐบาลและหุ้น (EYG) เพิ่มขึ้นแตะระดับ 4% เพิ่มความน่าดึงดูดให้กับตลาดหุ้นไทย ช่วยชะลอกระแสเงินลงทุนต่างชาติไม่ให้ไหลออก

ด้านกลยุทธ์การลงทุน : แนะนำนักลงทุนหลีกเลี่ยงความผันผวนของราคาและชะลอการลงทุน เนื่องจากปัจจุบันตลาดมีค่าความผันผวนมากกว่า 50% อยู่ในระดับผันผวนกลางค่อนสูงเทียบกับช่วงโควิดที่ 90%

ทั้งนี้ นักลงทุนที่ต้องการทำกำไรจากแนวโน้มการรีบาวด์ แนะนำหุ้นที่ลงมาลึกและมีงบการเงินแข็งแกร่งอย่าง BGRIM, THCOM, TRUE และ GULF