ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเปิดใช้ มาตรการเซอร์กิตเบรกเกอร์แบ่งออกเป็น 3 ระดับ คือ การหยุดตลาดเมื่อ SET ลดลง 8%, 15% และ 20% ตามลำดับ โดยในแต่ละระดับจะกำหนดเวลาหยุดซื้อขายตั้งแต่ 30 นาทีถึง 1 ชั่วโมง เพื่อช่วยลดแรงขายฉับพลันและเปิดโอกาสให้นักลงทุนตั้งสติท่ามกลางความผันผวนของตลาด
ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ระบุมาตรการ “เซอร์กิตเบรกเกอร์ (Circuit Breaker)” เป็นกลไกที่ตลาดหลักทรัพย์ใช้เพื่อรับมือกับภาวะความผันผวนรุนแรงของตลาด เมื่อดัชนีปรับตัวลดลงแรงในระยะเวลาอันสั้น โดยมีเป้าหมายเพื่อให้นักลงทุนมีเวลาตั้งสติ ทบทวนข้อมูลข่าวสาร และประเมินสถานการณ์อย่างรอบคอบ ก่อนกลับมาทำการซื้อขายอีกครั้ง
หลักเกณฑ์ของเซอร์กิตเบรกเกอร์ แบ่งออกเป็น 3 ระดับ ดังนี้
ครั้งที่ 1 เมื่อดัชนี SET ปรับตัวลดลงถึง 8% จากค่าดัชนีปิดของวันทำการก่อนหน้า ตลาดหลักทรัพย์จะสั่งหยุดการซื้อขายหลักทรัพย์ทั้งหมดเป็นเวลา 30 นาที
ครั้งที่ 2 หากดัชนีปรับตัวลดลงถึง 15% จากค่าดัชนีปิดของวันก่อนหน้า ตลาดจะหยุดการซื้อขายทั้งหมดอีกครั้ง เป็นเวลา 30 นาที
ครั้งที่ 3หากดัชนีปรับตัวลดลงถึง 20% จากค่าดัชนีปิดของวันก่อนหน้า ตลาดจะหยุดการซื้อขายหลักทรัพย์ทั้งหมดเป็นเวลา 1 ชั่วโมง
หลังจากมีการใช้มาตรการครั้งที่ 3 แล้ว เมื่อกลับมาเปิดทำการซื้อขาย ตลาดจะดำเนินการซื้อขายต่อไปจนถึงเวลาปิดทำการตามปกติ และจะไม่มีการหยุดซื้อขายเพิ่มเติมในวันนั้นอีก
มาตรการนี้ถือเป็นเครื่องมือสำคัญในการควบคุมความเสี่ยงเชิงระบบ (Systemic Risk) และช่วยลดแรงตื่นตระหนก (Panic) ในช่วงที่ตลาดเผชิญเหตุการณ์ไม่คาดคิดหรือความผันผวนรุนแรง





