วันอังคาร ที่ 17 มีนาคม 2569

Login
Login

สงคราม‘ตะวันออกกลาง’ยืดเยื้อ ‘กูรู’ชี้‘ทองคำแสนบาท’มาแน่

สงคราม‘ตะวันออกกลาง’ยืดเยื้อ  ‘กูรู’ชี้‘ทองคำแสนบาท’มาแน่

ตลาดการเงินโลก” เข้าสู่ภาวะ “ตื่นตระหนก” รับต้นเดือน มี.ค. 2569 หลังสถานการณ์ความขัดแย้งใน “ตะวันออกกลาง” ทวีความรุนแรงสู่ระดับ “สูงสุด” ในรอบหลายทศวรรษ

สินทรัพย์ปลอดภัย” (Safe Haven) อย่าง “ทองคำ” ราคาจึงพุ่งทะยาน “ทำสถิติใหม่เป็นประวัติการณ์” อย่างต่อเนื่อง สอดรับ “เหล่านักวิเคราะห์ทองคำ” ออกมาเตือนหากการสู้รบไม่ยุติภายใน 1 เดือน เราอาจได้เห็นปรากฏการณ์ “ทองคำแสนบาท” ในประเทศไทยเร็วๆ นี้

สมาคมค้าทองคำ รายงานสถานการณ์ ราคาทองคำ เมื่อวันที่ 2 มี.ค. 2569 ว่า มีความผันผวนอย่างรุนแรง โดยมีการปรับเปลี่ยนราคามากกว่า 42 ครั้งตลอดทั้งวัน โดยเมื่อเวลา 17:11 น. ราคาทองคำพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุด ทองคำแท่ง (96.5%) ขายออกบาทละ 80,250 ทองรูปพรรณ (96.5%) ขายออกบาทละ 81,050 ทองคำ Spot เคลื่อนไหวในกรอบ 5,390-5,420 ดอลลาร์ต่อออนซ์

สงคราม‘ตะวันออกกลาง’ยืดเยื้อ  ‘กูรู’ชี้‘ทองคำแสนบาท’มาแน่

ดังนั้น หากสงครามลากยาว 1 เดือน ทองจะไปถึงไหน ? นักวิเคราะห์จากสถาบันการเงินชั้นนำทั้งไทยและต่างประเทศได้ให้ความเห็นต่อทิศทางราคาในกรณีที่ความขัดแย้ง “ยืดเยื้อ” เกินกว่า 30 วัน โดยมีจุดคาดการณ์ที่สำคัญ มุมมองจาก “J.P. Morgan” ยักษ์ใหญ่ด้านการเงิน รายงานบทวิเคราะห์ ระบุว่า ทองคำกำลังก้าวเข้าสู่ยุคสมัยใหม่ที่ถูกขับเคลื่อนด้วย “ความกลัว” และ “การปรับพอร์ตระดับโลก”

หากการสู้รบยืดเยื้อและส่งผลกระทบต่ออุปทานน้ำมัน (โดยเฉพาะการปิดช่องแคบฮอร์มุซ) ราคาทองคำโลกมีโอกาสพุ่งไปแตะ 6,000 -6,300 ภายในระยะเวลาอันสั้น ขณะที่ “Natixis” ประเมินว่า ความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัยจะดันราคาขึ้นอีก 15% ทันทีหากสถานการณ์ไม่คลี่คลายโดยเร็ว 

ขณะที่ สัญญาณทองไทยแสนบาท “สมาคมค้าทองคำ” มีโอกาสได้เห็น “จิตติ ตั้งสิทธิ์ภักดี” นายกสมาคมค้าทองคำ ชี้ว่าภาวะสงครามและความผันผวนของค่าเงินบาทเป็นปัจจัยเร่งสำคัญ หากความตึงเครียดลากยาว 1 เดือน ฐานราคาที่ 80,000 บาทจะกลายเป็นแนวรับใหม่ และมีโอกาสสูงมากที่จะเห็นทองไทยทดสอบระดับ 90,000-95,000 บาท

ขณะที่นักวิเคราะห์จาก “ฮั่วเซ่งเฮง” มองเป้าหมายถัดไปหากเบรกแนวต้านสำคัญขึ้นไปได้ อาจเห็นราคาพุ่งสู่ระดับ 100,000 บาทได้ในกรณีบานปลายที่สุด (Worst-case Scenario)

ดังนั้น ในระยะ 1 เดือนข้างหน้า ทิศทางราคาทองไทย จะถูกขับเคลื่อนด้วย “ดัชนีความกลัว” (Fear Gauge) มากกว่าปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นจุดคนจะเลิกถามว่า “แพงไปไหม” แต่จะถามว่า “ยังมีของให้ซื้อไหม”

ราคาจะขยับขึ้นตามลำดับ “ความกลัว” (Fear Index) ซึ่งจุดปะทะทางราคา ที่ระดับ 85,000 บาท คือด่านแรกที่นักวิเคราะห์ไทยมองว่าถึงแน่นอนหากสงครามไม่จบใน 2 สัปดาห์ และที่ระดับ 95,000-100,000 บาท คือจุดที่นักวิเคราะห์สากลมองว่ามีความเป็นไปได้ หาก Gold Spot แตะ 6,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และเงินบาทไทยอ่อนค่าไปที่ 37-38 บาทต่อดอลลาร์

นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่เชื่อว่า “กำแพง 80,000 บาทได้พังลงแล้ว” และใน 1 เดือนข้างหน้า เรากำลังมุ่งหน้าไปสู่ระดับ 90,000 บาท เป็นเป้าหมายถัดไป

ขณะที่ ราคาทอง จะมีความผันผวน “สูง” (High Volatility) ตลาดจะปรับราคาวันละหลายสิบครั้ง การซื้อขายในแอปพลิเคชันอาจมีสภาวะ “ระบบหน่วง” หรือหยุดชะงักชั่วคราวในบางช่วงที่ราคาโลกกระโดดแรง

นอกจากนี้ ราคาน้ำมันที่พุ่งสูงจะนำไปสู่ภาวะเงินเฟ้อรุนแรง ซึ่งจะเป็นแรงผลักดันเชิงโครงสร้างที่ทำให้ราคาทองคำทรงตัวอยู่ในระดับสูงต่อไปแม้สงครามจะลดความรุนแรงลงในอนาคต

ฉะนั้น สำหรับ “นักลงทุนรายย่อย” ควรใช้ความระมัดระวังในการเข้าซื้อในช่วงที่ราคาผันผวนรุนแรง และติดตามประกาศจากสมาคมค้าทองคำอย่างใกล้ชิด