วันพุธ ที่ 4 มีนาคม 2569

Login
Login

สงคราม‘ตะวันออกกลาง’ยืดเยื้อ ‘กูรู’ชี้‘ทองคำแสนบาท’มาแน่

สงคราม‘ตะวันออกกลาง’ยืดเยื้อ  ‘กูรู’ชี้‘ทองคำแสนบาท’มาแน่

ตลาดการเงินโลก” เข้าสู่ภาวะ “ตื่นตระหนก” รับต้นเดือน มี.ค. 2569 หลังสถานการณ์ความขัดแย้งใน “ตะวันออกกลาง” ทวีความรุนแรงสู่ระดับ “สูงสุด” ในรอบหลายทศวรรษ

สินทรัพย์ปลอดภัย” (Safe Haven) อย่าง “ทองคำ” ราคาจึงพุ่งทะยาน “ทำสถิติใหม่เป็นประวัติการณ์” อย่างต่อเนื่อง สอดรับ “เหล่านักวิเคราะห์ทองคำ” ออกมาเตือนหากการสู้รบไม่ยุติภายใน 1 เดือน เราอาจได้เห็นปรากฏการณ์ “ทองคำแสนบาท” ในประเทศไทยเร็วๆ นี้

สมาคมค้าทองคำ รายงานสถานการณ์ ราคาทองคำ เมื่อวันที่ 2 มี.ค. 2569 ว่า มีความผันผวนอย่างรุนแรง โดยมีการปรับเปลี่ยนราคามากกว่า 42 ครั้งตลอดทั้งวัน โดยเมื่อเวลา 17:11 น. ราคาทองคำพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุด ทองคำแท่ง (96.5%) ขายออกบาทละ 80,250 ทองรูปพรรณ (96.5%) ขายออกบาทละ 81,050 ทองคำ Spot เคลื่อนไหวในกรอบ 5,390-5,420 ดอลลาร์ต่อออนซ์

สงคราม‘ตะวันออกกลาง’ยืดเยื้อ  ‘กูรู’ชี้‘ทองคำแสนบาท’มาแน่

ดังนั้น หากสงครามลากยาว 1 เดือน ทองจะไปถึงไหน ? นักวิเคราะห์จากสถาบันการเงินชั้นนำทั้งไทยและต่างประเทศได้ให้ความเห็นต่อทิศทางราคาในกรณีที่ความขัดแย้ง “ยืดเยื้อ” เกินกว่า 30 วัน โดยมีจุดคาดการณ์ที่สำคัญ มุมมองจาก “J.P. Morgan” ยักษ์ใหญ่ด้านการเงิน รายงานบทวิเคราะห์ ระบุว่า ทองคำกำลังก้าวเข้าสู่ยุคสมัยใหม่ที่ถูกขับเคลื่อนด้วย “ความกลัว” และ “การปรับพอร์ตระดับโลก”

หากการสู้รบยืดเยื้อและส่งผลกระทบต่ออุปทานน้ำมัน (โดยเฉพาะการปิดช่องแคบฮอร์มุซ) ราคาทองคำโลกมีโอกาสพุ่งไปแตะ 6,000 -6,300 ภายในระยะเวลาอันสั้น ขณะที่ “Natixis” ประเมินว่า ความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัยจะดันราคาขึ้นอีก 15% ทันทีหากสถานการณ์ไม่คลี่คลายโดยเร็ว 

ขณะที่ สัญญาณทองไทยแสนบาท “สมาคมค้าทองคำ” มีโอกาสได้เห็น “จิตติ ตั้งสิทธิ์ภักดี” นายกสมาคมค้าทองคำ ชี้ว่าภาวะสงครามและความผันผวนของค่าเงินบาทเป็นปัจจัยเร่งสำคัญ หากความตึงเครียดลากยาว 1 เดือน ฐานราคาที่ 80,000 บาทจะกลายเป็นแนวรับใหม่ และมีโอกาสสูงมากที่จะเห็นทองไทยทดสอบระดับ 90,000-95,000 บาท

ขณะที่นักวิเคราะห์จาก “ฮั่วเซ่งเฮง” มองเป้าหมายถัดไปหากเบรกแนวต้านสำคัญขึ้นไปได้ อาจเห็นราคาพุ่งสู่ระดับ 100,000 บาทได้ในกรณีบานปลายที่สุด (Worst-case Scenario)

ดังนั้น ในระยะ 1 เดือนข้างหน้า ทิศทางราคาทองไทย จะถูกขับเคลื่อนด้วย “ดัชนีความกลัว” (Fear Gauge) มากกว่าปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นจุดคนจะเลิกถามว่า “แพงไปไหม” แต่จะถามว่า “ยังมีของให้ซื้อไหม”

ราคาจะขยับขึ้นตามลำดับ “ความกลัว” (Fear Index) ซึ่งจุดปะทะทางราคา ที่ระดับ 85,000 บาท คือด่านแรกที่นักวิเคราะห์ไทยมองว่าถึงแน่นอนหากสงครามไม่จบใน 2 สัปดาห์ และที่ระดับ 95,000-100,000 บาท คือจุดที่นักวิเคราะห์สากลมองว่ามีความเป็นไปได้ หาก Gold Spot แตะ 6,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และเงินบาทไทยอ่อนค่าไปที่ 37-38 บาทต่อดอลลาร์

นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่เชื่อว่า “กำแพง 80,000 บาทได้พังลงแล้ว” และใน 1 เดือนข้างหน้า เรากำลังมุ่งหน้าไปสู่ระดับ 90,000 บาท เป็นเป้าหมายถัดไป

ขณะที่ ราคาทอง จะมีความผันผวน “สูง” (High Volatility) ตลาดจะปรับราคาวันละหลายสิบครั้ง การซื้อขายในแอปพลิเคชันอาจมีสภาวะ “ระบบหน่วง” หรือหยุดชะงักชั่วคราวในบางช่วงที่ราคาโลกกระโดดแรง

นอกจากนี้ ราคาน้ำมันที่พุ่งสูงจะนำไปสู่ภาวะเงินเฟ้อรุนแรง ซึ่งจะเป็นแรงผลักดันเชิงโครงสร้างที่ทำให้ราคาทองคำทรงตัวอยู่ในระดับสูงต่อไปแม้สงครามจะลดความรุนแรงลงในอนาคต

ฉะนั้น สำหรับ “นักลงทุนรายย่อย” ควรใช้ความระมัดระวังในการเข้าซื้อในช่วงที่ราคาผันผวนรุนแรง และติดตามประกาศจากสมาคมค้าทองคำอย่างใกล้ชิด