‘หุ้นเอเชีย’ แดงเดือด ดัชนี KOSPI เกาหลีใต้ร่วงแรง 12% จนต้องทำเซอร์กิต เบรกเกอร์ จับตาสงคราม ‘อิหร่าน-อิสราเอล’ หลังช่องแคปฮอร์มุซถูกปิด
ซีเอ็นบีซีรายงานดัชนี Kospi ของเกาหลีใต้ร่วงลงถึง 7.24% ในวันนี้ (4 มี.ค.) ซึ่งเป็นการทรุดตัวต่อเนื่อง หลังจากที่เพิ่งทำสถิติวันที่แย่ที่สุดในรอบ 19 เดือนไปเมื่อวันก่อนหน้า ก่อนที่จะร่วงลงแรงอีกครั้งถึง 12.20% ในช่วง 10.50 น.ตามเวลาไทย โดยสาเหตุหลักมาจากความกังวลเรื่องสงครามในตะวันออกกลางที่เริ่มรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ
เรื่องนี้ทำให้ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ต้องระงับการซื้อขายชั่วคราว ด้วยการทำเซอร์กิต เบรกเกอร์ (circuit breaker)
ขณะเดียวกันนักลงทุนในภูมิภาคยังเฝ้าระวังผลการประชุมประจำปีของคณะผู้กำหนดนโยบายของ “จีน” หรือการประชุมสองสภาที่จะเริ่มขึ้นในวันนี้ ซึ่งประกอบด้วยการประชุมสภาที่ปรึกษาทางการเมือง และการประชุมสภาประชาชนแห่งชาติ (NPC) โดยนายกรัฐมนตรี หลี่ เฉียง จะประกาศเป้าหมายทางเศรษฐกิจประจำปี ซึ่งทิศทางส่วนใหญ่ถูกกำหนดไว้ตั้งแต่การประชุมเมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา
ลามไปทั่วภูมิภาค
ไม่ใช่แค่เกาหลีใต้ที่เจ็บหนัก ตลาดหุ้นอื่นๆ ในเอเชียก็ร่วงตามกันมา
- ดัชนี S&P/ASX 200 ของออสเตรเลียเปิดลบ -1.81% และลดลงแรง -2.17% ในช่วง10.50น.ตามเวลาไทย
- ดัชนี Nikkei 225 ของญี่ปุ่นเปิดตลาดร่วง -1.59% ก่อนที่จะปรับตัวลดลงเพิ่มขึ้น และปิดตลาดครึ่งเช้าลบไป 2,172.97 จุด หรือ -3.86% สู่ระดับ 54,106.08 จุด
- ตลาดหุ้นฮ่องกง เปิดตลาดลบ -1.92%
ราคาน้ำมันพุ่งหลังอิหร่านขู่ปิดช่องแคบฮอร์มุซ
ราคาน้ำมันโลกทะยานสูงขึ้น โดยน้ำมันดิบสหรัฐพุ่งขึ้น 0.87% และน้ำมันดิบ Brent พุ่งสูงถึง 5.43% แตะระดับ 81.96 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังจากความขัดแย้งขยายวงกว้าง โดยมีรายงานว่าอิหร่านพยายามจะปิด "ช่องแคบฮอร์มุซ"
ประธานาธิบดี “โดนัลด์ ทรัมป์” ออกมาตอบโต้ทันควันว่า กองทัพเรือสหรัฐพร้อมจะส่งเรือไปคุ้มกันเรือบรรทุกน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซหากจำเป็น
ทรัมป์ระบุผ่าน Truth Social ว่า "ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น สหรัฐจะทำให้พลังงานไหลเวียนไปทั่วโลกได้อย่างเสรี" พร้อมย้ำถึงแสนยานุภาพทางทหารและเศรษฐกิจที่ยิ่งใหญ่ของอเมริกา
เมื่อคืนที่ผ่านมา ตลาดหุ้นสหรัฐเจอกับความผันผวนอย่างรุนแรงเนื่องจากความกังวลเรื่องสงครามที่ยืดเยื้อ
ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดลบไปกว่า 400 จุด ขณะที่ S&P 500 และ Nasdaq ต่างก็ร่วงลงมากกว่า 1% โดยในช่วงที่ตลาดดิ่งลงต่ำสุดของวัน ดัชนีดาวโจนส์เคยร่วงลงไปลึกถึง 1,200 จุดเลยทีเดียว





