‘ตลาดหุ้นเอเชีย’ แดงทั้งกระดาน จับตาสงคราม ‘อิหร่าน-อิสราเอล’ หลังปิดช่องแคบ 'ฮอร์มุซ' นำโดยตลาดหุ้นเกาหลีใต้ โดยดัชนี Kospi ร่วงหนักที่สุดถึง 3.97%
สำนักข่าวซีเอ็นบีซีรายงานว่า “ตลาดหุ้นเอเชีย” เปิดตลาดปรับตัวลดลงในแดนลบหลายตลาดสำคัญ เนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับความขัดแย้งระหว่างอิหร่านและอิสราเอลที่ยืดเยื้อมาจนถึงวันที่ 4 ซึ่งอาจจะทวีความรุนแรงขึ้น
หลังจากอิหร่านประกาศปิดช่องแคบ “ฮอร์มุซ” ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อราคาพลังงานอย่างราคาน้ำมัน โดยราคาน้ำมันเบรนท์ปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น 1.87% สู่ระดับ 79.2 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และราคาน้ำมันดิบสหรัฐเพิ่มขึ้น 1.4% สู่ระดับ 72.23 ดอลลาร์ ณ เวลา 21.49 น. ตามเวลาภาคตะวันออกของสหรัฐในวันจันทร์
ข้อมูลของ Kpler ระบุว่า ช่องแคบฮอร์มุซถูกใช้เป็นเส้นทางในการขนส่งน้ำมันปริมาณมากถึง 14 ล้านบาร์เรลต่อวัน ซึ่งคิดเป็นเกือบหนึ่งในสามของการส่งออกน้ำมันดิบทางทะเลทั่วโลก
ภาพรวมตลาดหุ้นเอเชีย
ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ โดยดัชนี Kospi ร่วงหนักที่สุดถึง 3.97% โดยถูกฉุดจากหุ้นยักษ์ใหญ่กลุ่มเทคโนโลยีอย่าง Samsung Electronics และ SK Hynix ที่ดิ่งลงมากกว่า 5% เนื่องจากความกังวลเรื่องห่วงโซ่อุปทานโลก
อย่างไรก็ตาม หุ้นกลุ่มป้องกันประเทศกลับพุ่งสวนทางอย่างรุนแรง บางตัวบวกเพิ่มกว่า 20%
ตลาหุ้นญี่ปุ่น นำโดยดัชนี Nikkei ลดลง 2.29% และ Topix ลดลง 2.24% เป็นการปรับตัวลดลงต่อเนื่องจากเมื่อวาน นักลงทุนกังวลเรื่องต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น เนื่องจากญี่ปุ่นต้องนำเข้าน้ำมันดิบจากตะวันออกกลางเป็นจำนวนมาก
ออสเตรเลีย ปรับตัวลดลง 1.2% หลังจากที่เป็นเพียงไม่กี่ตลาดที่ยังประคองตัวบวกได้เมื่อวันจันทร์ โดยหุ้นกลุ่มธนาคารได้รับแรงกดดันหนักที่สุด
ฮ่องกง ขยับบวกได้เล็กน้อย 0.3% สวนกระแสตลาดอื่นในภูมิภาค โดยได้แรงหนุนหลักจากหุ้นกลุ่มน้ำมันยักษ์ใหญ่ของจีน เช่น CNOOC, PetroChina ที่พุ่งขึ้นตามราคาน้ำมันโลก
จีน โดย CSI 300 ลดลงเล็กน้อย 0.5% โดยแรงซื้อในหุ้นกลุ่มพลังงานและกลุ่มป้องกันประเทศช่วยพยุงไม่ให้ดัชนีทรุดหนักตามตลาดโลก





