วันจันทร์ ที่ 2 มีนาคม 2569

Login
Login

“ตลาดหุ้นไทย” วันนี้ (2 มี.ค. 2569) ปิดตลาดดิ่ง 61.75 จุด ร่วงแซงตลาดภูมิภาค วอลุ่มซื้อขาย"แสนล้าน"

“ตลาดหุ้นไทย” วันนี้ (2 มี.ค. 2569) ปิดตลาดดิ่ง 61.75 จุด ร่วงแซงตลาดภูมิภาค วอลุ่มซื้อขาย"แสนล้าน"

"ตลาดหุ้นไทย" ในวันนี้ (2 มี.ค. 2569) ปิดตลาดเย็นอยู่ที่ 1,466.51 จุด โดยปรับตัวลดลง 61.75 จุด หรือคิดเป็น 4.04% นักวิเคราะห์ระบุว่าดัชนีผันผวนสูง ร่วงรุนแรงกว่าตลาดภูมิภาค มองความยืดเยื้อของสงครามส่งผลกระทบราคาน้ำมันเป็นตัวตัดสินสภาวะตลาดในอนาคต

"ตลาดหุ้นไทย" ในวันนี้ (2 มี.ค. 2569) ปิดตลาดเย็นอยู่ที่ 1,466.51 จุด โดยปรับตัวลดลง 61.75 จุด หรือคิดเป็น 4.04% โดย ดัชนีหุ้นไทย ทำจุดสูงสุดอยู่ที่ 1,515.99 จุด และจุดต่ำสุดอยู่ที่ 1,466.51 จุด และ มีมูลค่าซื้อขายรวม 113,077.79 ล้านบาท

หุ้นไทยวันนี้ 2 มี.ค. 69 ที่มีมูลค่าซื้อขายสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่

1. GULF ราคาปิด 57.50 บาท ลดลง 4.50 บาท หรือ 7.26% มูลค่าซื้อขาย 7,666.11 ล้านบาท

2. PTTEP ราคาปิด 142.00 บาท เพิ่มขึ้น 5.00 บาท หรือ 3.65% มูลค่าซื้อขาย 7,395.97 ล้านบาท

3. TRUE ราคาปิด 14.00 บาท ลดลง 0.50 บาท หรือ 3.45% มูลค่าซื้อขาย 6,220.55 ล้านบาท

4. DELTA ราคาปิด 267.00 บาท ลดลง 12.00 บาท หรือ 4.30% มูลค่าซื้อขาย 5,750.94 ล้านบาท

5. PTT ราคาปิด 36.75 บาท ลดลง 0.25 บาท หรือ 0.68% มูลค่าซื้อขาย 5,670.44 ล้านบาท

นายสุวัฒน์ วัฒนพรพรหม ผู้อำนวยการฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) กรุงศรี จำกัด เปิดเผยว่า วันนี้ ดัชนีตลาดหุ้นไทย ปิดลบกว่า 4% เกินกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดหุ้นอื่นในภูมิภาคที่ปิดลบราว 2.5% เนื่องจากที่ผ่านมาตลาดหุ้นไทยปรับขึ้นมาค่อนข้างมากเลยมีความผันผวนสูง

ทั้งนี้ ประเมินปัจจัยความขัดแย้ง สหรัฐ-อิหร่าน เบื้องต้นผ่านพ้นจุดวิกฤตที่สุดมาแล้ว และต่อจากนี้ความยืดเยื้อของสงครามจะเป็นตัวตัดสินสภาวะตลาด

สิ่งสำคัญคือ ราคาน้ำมันโลก ที่มีความเสี่ยงเพิ่มสูงขึ้นราว 6-7 ดอลลาร์ จากการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางผ่านของปริมาณน้ำมันกว่า 20% ในระยะยาวจะส่งผลกระทบต่อราคาสินค้าในระบบเศรษฐกิจจากต้นทุนพลังงานเพิ่มสูงขึ้น 

ในวันพุธนี้ (4 มี.ค.) คาดว่าดัชนีตลาดหุ้นไทยมีแนวโน้มผันผวน ทดสอบระดับแนวรับที่ 1,468 จุด และ 1,450 จุดตามลำดับ โดยมีแนวต้านอยู่ที่ 1,480-1,490 จุด 

กลยุทธ์การลงทุน แนะนำนักลงทุนหลีกเลี่ยงความผันผวนของราคาจากจิตวิทยาทางลบในกลุ่มหุ้นที่ธุรกิจได้รับผลกระทบจากต้นทุนพลังงานเพิ่มสูงขึ้น แต่เน้นลงทุนในกลุ่มพลังงานต้นน้ำและโรงกลั่นอย่าง PTT กลุ่มการท่องเที่ยวที่ราคาปรับลงมาเยอะแล้ว หรือกลุ่มนิคมฯ ที่คาดว่าจะได้รับอานิสงส์จากนโยบายภาครัฐอย่าง GULF และ AMATA