ความเคลื่อนไหว"ตลาดหุ้นไทย"ภาคเช้า ณ วันที่ 2 มี.ค.2569 เวลา 10.00 น. หุ้น PTTEP หรือ บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) บวก 3.65% เพิ่มขึ้น 5.00 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 142.00 บาท ขณะที่ PTT หรือ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) บวก 2.03% เพิ่มขึ้น 0.75 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 37.75 บาท
กรรณ์ หทัยศรัทธา หัวหน้านักกลยุทธ์การลงทุนและนักเศรษฐศาสตร์ สายงานวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอส-อินเตอร์เนชันแนล (ประเทศไทย) จำกัด ให้สัมภาษณ์กับ “กรุงเทพธุรกิจ” ว่า สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่านที่ปะทุขึ้น กำลังสร้างแรงสั่นสะเทือนต่อตลาดการเงินทั่วโลก รวมถึงตลาดหุ้นไทย โดยเฉพาะหุ้นกลุ่มพลังงานที่ตอบรับเชิงบวกจากราคาน้ำมันดิบที่พุ่งขึ้นอย่างรวดเร็วจากความกังวลด้านอุปทาน ทำให้วันนี้หุ้นกลุ่มพลังงานต้นน้ำ PTT และ PTTEP ปรับตัวเพิ่มขึ้น
อย่างไรก็ตาม การปรับขึ้นรอบนี้มีลักษณะเป็นการเก็งกำไรระยะสั้นมากกว่าการสะท้อนปัจจัยพื้นฐานในระยะยาว โดยเฉพาะ PTTEP ที่ระดับราคาประมาณ 140 บาท ประเมินว่าเป็นจังหวะขายทำกำไรมากกว่าการไล่ซื้อเพิ่ม หรือเป็นการเล่นระยะสั้นหรือจบในวัน
สำหรับในภาพรวมดัชนีหุ้นไทยมีความผันผวนสูง โดยช่วงเปิดตลาดปรับตัวลงเกือบ 2% ก่อนจะรีบาวด์กลับขึ้นมาเหลือติดลบราว 1% กว่าๆ สะท้อนแรงขายทำกำไรและความกังวลของนักลงทุนต่อทิศทางสถานการณ์
ขณะที่หุ้นในกลุ่มอื่น เช่น GULF CPAll รวมถึงกลุ่มธนาคารพาณิชย์ ปรับตัวลดลงตามแรงกดดันภาพรวมตลาด แนะนำให้นักลงทุนรอจังหวะ หรือใช้กลยุทธ์แบ่งไม้ซื้อ เนื่องจากความขัดแย้งเพิ่งเริ่มต้นเพียงวันเดียว ซึ่งความไม่แน่นอนยังอยู่ในระดับสูง และตลาดอาจยังผันผวนต่อเนื่อง ประเมินว่า สงครามอาจยืด 2-3 สัปดาห์
"ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านมีโอกาสลากยาวราว 2-3 สัปดาห์ ทำให้บรรยากาศการลงทุนในระยะสั้นยังคงผันผวน นักลงทุนจึงไม่ควรเร่งเข้าซื้อหุ้นเต็มพอร์ตทันที กลยุทธ์ที่เหมาะสมในช่วงนี้คือทยอยสะสมเป็นงวดๆ หรือรอความชัดเจนของสถานการณ์ก่อนเพิ่มน้ำหนักการลงทุน เพื่อบริหารความเสี่ยงจากความผันผวนที่อาจเกิดขึ้นอย่างฉับพลันในตลาดโลกและตลาดหุ้นไทย"





