บล.ซีจีเอส อินเตอร์เนชันแนล (ประเทศไทย) ระบุว่า เหตุการณ์ US โจมตี Iran ถือเป็นหนึ่งใน geopolitical shock ที่มีผลกระทบสูงต่อไทย เพราะไทยเป็นผู้นำเข้าพลังงานสุทธิรายใหญ่ (Net energy importers) ปัจจุบันราคาน้ำมันปรับขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบหลายเดือน และ ตลาดมองว่า หากความขัดแย้งขยายวงกว้าง Brent อาจขึ้นสู่ $80–90+ ได้
โดยกลุ่มที่ได้ประโยชน์
1. พลังงานต้นน้ำ หรือ Upstream จากราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวสูงขึ้น (PTTEP PTT)
2.โรงกลั่น หรือ Refinery จาก ทั้งราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวสูงขึ้น, ค่าการกลั่น และ กำไรจากสต็อกน้ำมัน (TOP BCP IRPC SPRC)
3.ถ่านหิน และ พลังงานทางเลือก เนื่องจากราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวสูงขึ้น (Oil to Gas, Coal Switching) (BANPU)
กลุ่มที่เสียประโยชน์:
1.สายการบิน & ท่องเที่ยว (Airline & Tourism) ได้รับผลกระทบจากทั้ง ต้นทุนที่สูงขึ้น (Jet Fuel) และ จิตวิทยาการท่องเที่ยวทั่วโลก (AOT MINT CENTEL AAV)
2.ปิโตรเคมี (Petrochemical) ได้รับผลกระทบจากต้นทุน Feedstock ที่กดดัน (PTTGC IVL)
3.ค้าปลีก (Consumer & Retail) จากการส่งผ่านมาสู่เงินเฟ้อและค่าครองชีพที่อาจจะสูง (CPALL, CRC)
สำหรับมุมมองต่อ SET Index และ กลยุทธ์การลงทุน
- เราเล็งเห็น Downside risks ต่อ SET ในระยะสั้น โดย ให้กรอบ 1,500-1,520 สำหร้บ ดัชนีในสัปดาห์นี้ และ แนะนำเก็งกำไร กลุ่มที่ได้ประโยชน์ข้างต้น
- อย่างไรก็ดีหาก SET ปรับตัวหลุดบริเวณ 1,500 มายังบริเวณ 1,480 จุด หรือ ต่ำกว่า เรามองว่าเป็นจังหวะในการเข้าซื้อลงทุนกลุ่มที่เสียประโยชน์ข้างต้น
- ในขณะเดียวกันเราแนะนำป้องกันความเสี่ยงจากคำแนะนำข้างต้นของเรา โดย ใช้กลยุทธ์ Barbell Strategy
หรือ
-> เข้าซื้อลงทุนกลุ่มที่เสียประโยชน์ข้างต้น และ
-> เข้าซื้อลงทุนกองทุนรวม อาทิ DAOL-GOLD DAOL-DEFENSE และ KT-ENERGY





