ดาวโจนส์ร่วงลงเมื่อคืน หลังดัชนีราคาผู้ผลิตเดือนมกราคมออกมาร้อนแรงกว่าคาดมาก สะท้อนเงินเฟ้อยังเหนียวแน่น บวกกับความวิตกเอไอดิสรัปชัน เพิ่มแรงกดดันต่อตลาด
ซีเอ็นบีซี รายงานว่า หุ้นสหรัฐฯ ร่วงลงในวันศุกร์ หลังดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เดือนมกราคมออกมาร้อนแรงกว่าคาดมาก ทำให้เงินเฟ้อสูงที่ยังเหนียวแน่นเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่สร้างแรงกดดันต่อตลาดร่วมกับความกังวลอื่นๆที่ทำให้ตลาดปั่นป่วนตลอดเดือนนี้
ดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ Dow Jones Industrial Average ร่วงลง 521.28 จุด หรือ 1.05% ปิดที่ 48,977.92 จุด ดัชนี S&P 500 ปิดลบ 0.43% ที่ 6,878.88 จุด ขณะที่ดัชนีแนสแด็ก Nasdaq Composite ลดลง 0.92% ปิดที่ 22,668.21 จุด
ดัชนี S&P 500 และ Nasdaq ปิดเดือนกุมภาพันธ์ในแดนลบ ท่ามกลางความกังวลที่เพิ่มขึ้นกับผลกระทบของปัญญาประดิษฐ์ เอไอ (AI) ต่ออุตสาหกรรมและเศรษฐกิจโดยรวม ความกังวลนี้ยิ่งรุนแรงขึ้นหลัง Block บริษัทฟินเทคของแจ็ค ดอร์ซีย์ ประกาศปลดพนักงานกว่า 4,000 คน คิดเป็นเกือบครึ่งของพนักงานทั้งหมด หุ้นกลุ่มการเงินและกลุ่มที่เชื่อมโยงกับวัฏจักรเศรษฐกิจปรับตัวถอยในวันศุกร์
- หุ้นสินเชื่อทางเลือก ซอฟต์แวร์ร่วง
หุ้นที่เกี่ยวข้องกับสินเชื่อนอกตลาด (private credit) ถูกกดดันอีกครั้ง เนื่องจากนักลงทุนกังวลว่าจะได้รับผลกระทบจากการล่มสลายของ Market Financial Solutions ผู้ให้บริการสินเชื่อบ้านในสหราชอาณาจักร Apollo และ Jefferies ร่วงลงกว่า 8% และ 9% ตามลำดับ หุ้น Blue Owl ซึ่งเพิ่งถูกกระทบจากมาตรการจำกัดสภาพคล่องและการขายสินทรัพย์ ลดลงราว 6%
หุ้นซอฟต์แวร์ชื่อดังหลายตัวร่วงลงในวันศุกร์ ปิดท้ายเดือนที่ย่ำแย่ Salesforce ร่วงกว่า 2% เช่นเดียวกับ Microsoft ซึ่งฉุดดาวโจนส์ Zscaler บริษัทไซเบอร์ซีเคียวริตีร่วง 12% หลังรายได้ที่เลื่อนรับ (deferred revenue) และยอดเรียกเก็บเงินในไตรมาส 2 ปีงบประมาณต่ำกว่าคาด CoreWeave ดิ่งลง 18% จากแนวโน้มที่น่าผิดหวัง
- หุ้น Nvidia ร่วงต่อแม้ผลประกอบการออกมาดี
Nvidia ขยายการร่วลงต่อ 4% ในวันศุกร์ หลังจากร่วงกว่า 5% เมื่อวันพฤหัสบดี ซึ่งสร้างความประหลาดใจให้นักลงทุนที่ยังคงมองบริษัทผู้ผลิตชิปรายนี้ในแง่บวกจากผลประกอบการไตรมาส 4 ที่ดีเยี่ยมและวงจรผลิตภัณฑ์ใหม่ นักลงทุนตลาดมองว่าการร่วงลงมาจากความสงสัยเกี่ววกับข้อตกลงของ Nvidia กับ OpenAI ความเชื่อมั่นที่อ่อนแอในกระแสการลงทุน AI และคำถามว่าการใช้จ่ายด้าน AI มหาศาลของกลุ่มเทคฯยักษ์ใหญ่ จะยั่งยืนหรือไม่
รายงานนี้ยิ่งซ้ำเติมบรรยากาศเชิงลบ หลังดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เดือนมกราคม ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อขั้นต้น สูงขึ้น 0.5% เมื่อเทียบรายเดือน ขณะที่นักเศรษฐศาสตร์ที่บริษัทสื่อดาวโจนส์ สำรวจคาดไว้เพียง 0.3% ที่น่ากังวลยิ่งกว่าคือ ดัชนีราคาผู้ผลิตพื้นฐาน (core PPI) ที่ไม่รวมหมวดอาหารและพลังงาน ปรับขึ้นถึง 0.8% สูงกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์คาดไว้ที่ 0.3% อย่างมาก
สตีเฟน โคลาโน ประธานเจ้าหน้าที่การลงทุนของ Integrated Partners มองว่ารายงาน PPI ครั้งนี้เป็น “ปัจจัยซับซ้อนเพิ่ม” ให้กับนักลงทุน นอกเหนือจากความกังวลเดิมที่มีอยู่แล้ว ทั้งเรื่องการลงทุนด้าน AI (AI capex) และความเสี่ยงที่ AI จะปั่นป่วน หรือ ดิสรัปอุตสาหกรรมต่าง ๆ รวมถึงความตึงเครียดในตลาดสินเชื่อนอกตลาด เขาชี้ว่าข้อมูลเงินเฟ้อรอบนี้ดูเหมือนถูกขับเคลื่อนโดยภาคบริการเป็นหลัก จึงอาจเป็นสัญญาณว่าบริษัทต่าง ๆ เริ่มทยอยผลักภาระต้นทุนภาษีศุลกากรไปยังผู้บริโภครายย่อยเพื่อรักษาอัตรากำไร
“ปัญหาเงินเฟ้อยังไม่ได้ถูกแก้ไข” เขากล่าว พร้อมเสริมว่าปัจจัยนี้สร้างโจทย์ยากให้ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ต้องชั่งใจว่าจะลดดอกเบี้ยเพื่อกระตุ้นการเติบโต หรือจะตรึงดอกเบี้ยไว้เพื่อสู้กับเงินเฟ้อต่อไป “มันยิ่งเพิ่มความไม่แน่นอนว่า นโยบายการเงินที่เหลือของปีนี้จะเดินไปในทิศทางใด”
โคลาโนยังระบุว่า ตลาดแรงงานก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยน่ากังวล แม้ว่าการจ้างงานใหม่ในเดือนที่แล้วจะออกมาดีกว่าคาดมาก แต่เขายังไม่มั่นใจว่าตลาดแรงงานเริ่มมีเสถียรภาพแล้ว เพราะตัวเลขการเลิกจ้างงานยังเร่งตัวขึ้น ในความเป็นจริง บริษัทที่ปรึกษา Challenger, Gray & Christmas รายงานเมื่อต้นเดือนนี้ว่า จำนวนการปลดพนักงานในเดือนมกราคมสูงสุดสำหรับเดือนเดียวกันนี้นับตั้งแต่วิกฤตการเงินโลก
“ผมยังไม่เห็นสัญญาณชัดเจนว่าการว่างงานจะไม่ปรับตัวสูงขึ้นจากตรงนี้” เขากล่าว
ด้านผลตอบแทนตลาดหุ้นเดือนนี้ ดัชนี Nasdaq ร่วงลงมากกว่า 3% ในเดือนกุมภาพันธ์ ทำสถิติผลงานรายเดือนแย่ที่สุดนับตั้งแต่เดือนมีนาคมปีก่อน กองทุน iShares Expanded Tech-Software ETF (IGV) ลดลงเกือบ 10% ในเดือนเดียว ทำให้ผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปีติดลบเกือบ 23% ขณะที่ S&P 500 ร่วงลงราว 1% ในเดือนกุมภาพันธ์ ส่วนดาวโจนส์ยังปรับขึ้นได้ราว 0.2%





