"ตลาดหุ้นไทย" ในวันนี้ (26 ก.พ. 2569) ปิดตลาดเย็นอยู่ที่ 1,533.64 จุด โดยปรับตัวเพิ่มขึ้น 17.63 จุด หรือคิดเป็น 1.16% นักวิเคราะห์ชี้มีสาเหตุมาจากแรงซื้อในหุ้นนำตลาดอย่าง DELTA รวมทั้งกลุ่มธนาคารจากการเก็งกำไรเงินปันผล
"ตลาดหุ้นไทย" ในวันนี้ (26 ก.พ. 2569) ปิดตลาดเย็นอยู่ที่ 1,533.64 จุด โดยปรับตัวเพิ่มขึ้น 17.63 จุด หรือคิดเป็น 1.16%โดย ดัชนีหุ้นไทย ทำจุดสูงสุดอยู่ที่ 1,536 จุด และมีมูลค่าซื้อขายรวม 77,692.47 ล้านบาท
หุ้นไทยวันนี้ ที่มีมูลค่าซื้อขายสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่
- PTT ราคาปิด 37.25 บาท ไม่เปลี่ยนแปลง หรือ 0.00% มูลค่าซื้อขาย 5,729.57 ล้านบาท
- KBANK ราคาปิด 198.50 บาท เพิ่มขึ้น 2.00 บาท หรือ 1.02% มูลค่าซื้อขาย 5,188.98 ล้านบาท
- DELTA ราคาปิด 277.00 บาท เพิ่มขึ้น 11.00 บาท หรือ 4.14% มูลค่าซื้อขาย 5,179.52 ล้านบาท
- KTB ราคาปิด 34.75 บาท เพิ่มขึ้น 1.00 บาท หรือ 2.96% มูลค่าซื้อขาย 4,776.85 ล้านบาท
- ADVANC ราคาปิด 404.00 บาท ไม่เปลี่ยนแปลง หรือ 0.00% มูลค่าซื้อขาย 4,404.59 ล้านบาท
นายภูวดล ภูสอดเงิน นักกลยุทธ์การลงทุน สายงานวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) บัวหลวง จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า วันนี้ดัชนีตลาดหุ้นไทยปรับตัวขึ้นต่อเนื่องทำนิวไฮในรอบ 2 ปีครึ่ง นำโดย หุ้น DELTA ซึ่งเมื่อเทียบตามสัดส่วนแล้วกว่า 18 จุด ที่ปรับขึ้นมาเป็น DELTA ไปแล้ว 10 จุด
ขณะที่ หุ้นกลุ่มธนาคาร ปรับขึ้นมาจากการเก็งกำไรจากปัจจัยเรื่องเงินปันผล โดยตลาดมองว่าในระยะข้างหน้าภาครัฐอาจมีการออกนโยบายแก้หนี้ธนาคารพาณิชย์เพิ่มเติมเป็นอัปไซต์แก่หุ้นกลุ่มนี้
สำหรับหุ้นกลุ่มค้าปลีกได้แรงส่งจากการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายของคณะกรรมการนโยบายการเงินหรือ กนง. ซึ่งคาดว่าจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะฟื้นตัว
ขณะที่ปัจจัยการเมืองมีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น จากกระแสข่าวและทิศทางต่าง ๆ กรณีบัตรเลือกตั้งไม่น่ามีปัญหา และคาดว่าจะจะมีการตั้งครม.ใหม่อย่างไม่ล่าช้า
ขณะที่วันพรุ่งนี้ (27 ก.พ.) ดัชนีมีแนวโน้มแกว่งตัวในทางลบ แนวรับอยู่ที่ 1,500 จุด แนวต้านอยู่ที่ 1,550 จุด จากแรงขายทำกำไรในหุ้นหลายกลุ่ม เช่น DELTA กลุ่มธนาคารและกลุ่มสื่อสารอย่าง TRUE และ ADVANC รวมถึงปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ระหว่าง สหรัฐ-อิหร่าน ไม่แน่นอน
ด้านกลยุทธ์การลงทุน มองว่าหุ้นหลายกลุ่มปรับขึ้นมามากแล้วและเหลือพื้นที่จำกัดที่จะขึ้นต่อ นักลงทุนควรขายทำกำไรบางส่วนโดยควรใช้ความระมัดระวังในการเข้าซื้อ แนะนำเลือกหุ้นรายตัวในกลุ่มโรงไฟฟ้า BGRIM และโรงพยาบาลอย่าง BDMS รวมถึง PTTGC เพื่อประกันความเสี่ยงจากความผันผวนราคาน้ำมัน





