วันอังคาร ที่ 3 มีนาคม 2569

Login
Login

“ตลาดหุ้นไทย” วันนี้ (25 ก.พ.2569) ปิดบวก 23.78 จุด ทะลุ 1,500 ทำนิวไฮในรอบ 2 ปีครึ่ง

“ตลาดหุ้นไทย” วันนี้ (25 ก.พ.2569) ปิดบวก 23.78 จุด ทะลุ 1,500 ทำนิวไฮในรอบ 2 ปีครึ่ง

"ตลาดหุ้นไทย" ในวันนี้ (25 ก.พ.2569) ปิดตลาดเย็นอยู่ที่ 1,514.18 จุด โดยปรับตัวเพิ่มขึ้น 23.78 จุด หรือคิดเป็น 1.59% นักวิเคราะห์ชี้ ได้แรงส่งจากทิศทางเงินลงทุนไหลเข้า ขานรับ กนง.ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายเร็วกว่าตลาดคาด

"ตลาดหุ้นไทย" ในวันนี้ (25 ก.พ.2569) ปิดตลาดเย็นอยู่ที่ 1,514.18 จุด โดยปรับตัวเพิ่มขึ้น 23.78 จุด หรือคิดเป็น 1.59%โดยดัชนีทำจุดสูงสุด อยู่ที่ 1,522.70 จุด และจุดต่ำสุดอยู่ที่ 1,502.67 จุด และมีมูลค่าซื้อขาย รวม 88,478.94 ล้านบาท

หุ้นที่มีมูลค่าซื้อขายสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่

  1. KBANK ราคาปิด 196.00 บาท ลดลง 5.00 บาท หรือ -2.49% มูลค่าซื้อขาย 8,855.98 ล้านบาท
     
  2. DELTA ราคาปิด 265.00 บาท เพิ่มขึ้น 17.00 บาท หรือ +6.85% มูลค่าซื้อขาย 5,656.58 ล้านบาท
     
  3. GULF ราคาปิด 62.25 บาท ลดลง 0.50 บาท หรือ -0.80% มูลค่าซื้อขาย 5,632.06 ล้านบาท
     
  4. PTT ราคาปิด 37.50 บาท เพิ่มขึ้น 0.75 บาท หรือ +2.04% มูลค่าซื้อขาย 5,015.27 ล้านบาท
     
  5. TRUE ราคาปิด 14.60 บาท ไม่เปลี่ยนแปลง หรือ 0.00% มูลค่าซื้อขาย 4,153.50 ล้านบาท

นายกิจพณ ไพรไพศาลกิจ รองกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ (บล.) ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า วันนี้ดัชนีตลาดหุ้นไทยปรับตัวขึ้นได้ค่อนข้างดี จากกระแสเงินลงทุนไหลเข้า ทะลุแนวต้าน 1,500 จุด มาได้ ทำนิวไฮในรอบ 2 ปีครึ่ง ทั้งยังได้แรงส่งจากการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายของ กนง. เร็วกว่าตลาดคาดจากเดิมในช่วงกลางปี เป็นแรงส่งให้กลุ่มไฟแนนซ์

การลดดอกเบี้ยนโยบายครั้งนี้ คาดว่าจะเป็นครั้งสุดท้ายสิ้นสุดวัฏจักรดอกเบี้ยขาลงแล้ว จากเดิมคาดว่าจะเป็นแรงส่งต่อกลุ่มธนาคารพาณิชย์ แต่จากการรับข่าวก่อนหน้านี้ และความคาดหวังต่อการจ่ายปันผลทำให้หุ้นขึ้นมามากแล้ว ในระยะนี้จึงอาจเห็นแรงขายทำกำไรเข้าสวนทาง

ขณะที่วันพรุ่งนี้ (26 ก.พ.69) ดัชนีมีแนวโน้มแกว่งตัวในกรอบแนวรับอยู่ที่ 1,506 จุด แนวต้านอยู่ที่ 1,520-1,525 จุด ซึ่งเป็นแนวต้านที่แข็งแรง หากผ่านไปได้คาดจะมีการปรับประมาณการแนวต้านใหม่ที่สูงขึ้นแตะ 1,600 ได้ 

อย่างไรก็ตาม ในเบื้องต้นหุ้นพลังงานอาจเผชิญแรงกดดันราคาน้ำมันลดต่ำลงได้ จากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์สหรัฐ-อิหร่านได้ข้อสรุป รวมถึงหุ้นใหญ่อย่าง GULF และ ADVANC คาดจ่ายปันผลเร็วๆ นี้เป็นแรงกดดันระยะสั้น

ด้านกลยุทธ์การลงทุน มองว่าหุ้นหลายตัวยังปรับขึ้นโดยปราศจากพื้นฐานงบการเงิน เพิ่มความเสี่ยงของการลงทุนคร่อมจังหวะ อาจทำให้ขาดทุนได้ แนะนำนักลงทุนใช้กลยุทธ์กระจายความเสี่ยงแบ่งไม้ลงทุน 3 ครั้ง ในหุ้นรายตัวที่ราคายังต่ำกว่าพื้นฐาน เช่น HMPRO และ CPAXT รวมถึงหุ้นในธีมท่องเที่ยว อย่าง DUSIT และ MINT

 

 

 

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์