'หุ้นเกาหลีใต้-ญี่ปุ่น' ทำสถิติสูงสุดใหม่วันนี้ ส่วนไต้หวันรับเงินไหลเข้าพุ่งสุดรอบ 20 ปี นักวิเคราะห์มองเซมิคอนดักเตอร์เอเชียคือ ผู้ชนะในคลื่น 'ซอฟต์แวร์ดิสรัป' ล่าสุด
ตลาดหุ้นเกาหลีใต้-ญี่ปุ่น ทำสถิติสูงสุดใหม่เป็นประวัติการณ์ในวันพุธนี้ (25 ก.พ.69) ท่ามกลางการปรับตัวขึ้นของตลาดหุ้นทั่วเอเชีย ตามทิศทางหุ้นเทคโนโลยีในวอลล์สตรีทที่กลับมาปิดบวกได้เมื่อคืนจากความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบเชิงลบของปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่เริ่มคลี่คลาย
ดัชนี Nikkei 225 ของ "ญี่ปุ่น" พุ่งทะลุระดับ 58,000 จุด ทำสถิติสูงสุดระหว่างวันเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่วันที่ 12 ก.พ.69 โดยได้แรงหนุนจากหุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่ โดยปิดภาคเช้าวันนี้ที่ระดับ 58,145.08 จุด เพิ่มขึ้น 823.99 จุด หรือ +1.44% ขณะที่ดัชนี Topix เพิ่มขึ้น 0.3%
ทางด้านดัชนี Kospi ของ "เกาหลีใต้" เพิ่มขึ้น 1.72% ทะลุระดับ 6,000 จุด เป็นครั้งแรก โดยหุ้นกลุ่มชิปหน่วยความจำซึ่งเป็นหุ้นขนาดใหญ่ในดัชนีอย่าง SK Hynix และ Samsung Electronics ปรับขึ้น 0.6% และ 0.88% ตามลำดับ ส่วนดัชนีหุ้นขนาดเล็ก Kosdaq เพิ่มขึ้น 0.16%
ขณะที่ดัชนีหุ้น "ไต้หวัน" ปรับขึ้น 1.8% ทำสถิติสูงสุดใหม่ต่อเนื่องเป็นวันที่ห้าเมื่อวันอังคาร โดยปิดตลาดนิวไฮที่ 34,700.82 จุด นำโดยหุ้น TSMC ที่บวกไปถึง 3.4% ก่อนจะเจอแรงขายทำกำไรในวันนี้ ส่วนดัชนีฮั่งเส็งของฮ่องกงเพิ่มขึ้น 0.39% ดัชนี CSI 300 ของจีนเพิ่มขึ้น 0.49%
ด้าน ราคาบิตคอยน์ เพิ่มขึ้นราว 2% กลับขึ้นมาใกล้ระดับ 65,000 ดอลลาร์ หลังเคยลดลงต่ำกว่า 63,000 ดอลลาร์ช่วงสั้นๆ ในวันอังคาร
“เศรษฐกิจโลกดูเหมือนจะอยู่บนฐานที่มั่นคงขึ้นเล็กน้อย เนื่องจากผลของนโยบายการคลัง และการเงินยังคงสนับสนุนกิจกรรมเศรษฐกิจ อย่างไรก็ตาม ตลาดการเงินยังคงยากที่จะกำหนดทิศทางที่ชัดเจน ท่ามกลางแรงกดดันหลายด้าน” BMI ระบุในรายงานเมื่อวันพุธ ซึ่งอ้างถึงความผันผวนของตลาดที่ขับเคลื่อนโดย AI ในช่วงที่ผ่านมา รวมถึงความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มขึ้น
นักวิเคราะห์ของ BMI ระบุว่า “เราประเมินความเป็นไปได้ 50% ที่สหรัฐจะนำปฏิบัติการทางทหารโจมตีอิหร่าน ซึ่งเป็นปัจจัยที่ทำให้ค่าพรีเมียมความเสี่ยงในราคาน้ำมันอยู่ในระดับสูง และมีส่วนหนุนค่าเงินดอลลาร์”
ขณะเดียวกัน นักลงทุนยังประเมินผลกระทบจากคำแถลงนโยบายประจำปี หรือ State of the Union ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งทรัมป์มีการกล่าวถึงอิหร่านในช่วงหนึ่งว่า “เรากำลังอยู่ระหว่างการเจรจากับพวกเขา พวกเขาต้องการทำข้อตกลง แต่เรายังไม่ได้ยินคำสำคัญคือ พวกเขาจะไม่มีอาวุธนิวเคลียร์ ผมต้องการแก้ปัญหานี้ผ่านการทูต”
ด้านสัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ของสหรัฐเพิ่มขึ้น 0.72% อยู่ที่ 66.1 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่น้ำมันดิบเบรนต์เพิ่มขึ้น 0.73% สู่ระดับ 71.29 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ก่อนหน้านี้ในตลาดหุ้นสหรัฐ ตลาดกลับมาบวกได้เมื่อวันอังคาร นำโดยหุ้น AMD ที่พุ่งขึ้นถึง 8.8% หลัง Meta Platforms ประกาศข้อตกลงระยะยาวในการซื้อชิปหน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) ของ AMD สำหรับศูนย์ข้อมูลเอไอสูงสุดถึง 6 กิกะวัตต์ และจะลงทุนใน AMD ผ่านสิทธิซื้อหุ้นตามผลการดำเนินงาน (performance-based warrant) สูงสุด 160 ล้านหุ้น
ข้อตกลงดังกล่าวเกิดขึ้นเพียงหนึ่งสัปดาห์หลัง Meta ระบุว่าบริษัทกำลังใช้ชิป Nvidia หลายล้านตัวในการสร้างศูนย์ข้อมูล โดยหุ้น Nvidia เพิ่มขึ้น 0.7%
ดัชนี S&P 500 เพิ่มขึ้น 0.77% ปิดที่ 6,890.07 ขณะที่ Nasdaq Composite เพิ่มขึ้น 1.04% ปิดที่ 22,863.68
ดัชนี Dow Jones Industrial Average เพิ่มขึ้น 370.44 จุด หรือ 0.76% ปิดที่ 49,174.50 โดยได้แรงหนุนจากหุ้น Home Depot ที่เพิ่มขึ้นเกือบ 2% หลังบริษัทประกาศผลประกอบการดีกว่าคาดเป็นครั้งแรกในรอบหนึ่งปี ขณะที่หุ้น IBM ซึ่งร่วงลงในวันก่อนหน้าเพราะความกังวลเกี่ยวกับ AI ก็ฟื้นมาช่วยหนุนดัชนีเช่นกัน
เอเชียรับแรงหนุน AI สวนกระแสเทขาย
แม้หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีในสหรัฐโดยเฉพาะกลุ่มซอฟต์แวร์ จะเผชิญแรงเทขายจากการดิสรัปรอบใหม่ของ AI หรือที่เรียกว่า "AI scare trade” แต่บลูมเบิร์ก ระบุว่า ทิศทางนี้กำลังสวนทางกับตลาดหุ้นฝั่ง “เอเชีย” ที่ปรับตัวแข็งแกร่ง เพราะนักลงทุนมองว่าเอเชียมีโอกาสได้ประโยชน์มากกว่า เนื่องจากเป็นศูนย์กลางการผลิตเซมิคอนดักเตอร์และโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้องกับ AI
ดัชนี MSCI Asia Pacific Information Technology Index ซึ่งรวมถึงดัชนีหุ้นกลุ่มชิปในเกาหลีใต้ และไต้หวัน ปรับตัวขึ้นมากกว่า 1.5% สู่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์เมื่อวันอังคาร โดยหุ้นขนาดใหญ่อย่าง TSMC, Samsung Electronics และ SK Hynix ได้แรงหนุนจากการลงทุนด้าน AI ที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง และส่งผลให้ดัชนี MSCI Asia Pacific ทำผลงานช่วงต้นปีเหนือกว่า S&P 500
“เห็นได้ชัดว่าเซมิคอนดักเตอร์ คือ ผู้ชนะรายใหญ่” อลัป ชาห์ ประธานเจ้าหน้าที่การลงทุนของบริษัทโลตัส เทคโนโลยี แมเนจเมนท์ และผู้ร่วมเขียนรายงานของ Citrini กล่าว “สิ่งที่อยู่ต้นน้ำของเซมิคอนดักเตอร์ก็เป็นผู้ชนะรายใหญ่เช่นกัน ทุกอย่างที่จำเป็นต่อการสร้างดาต้าเซนเตอร์”
ชาห์ กล่าวว่า ผลประโยชน์จาก AI จะกระจุกตัวในกลุ่มฮาร์ดแวร์ เช่น หุ้นวัสดุ เซมิคอนดักเตอร์ และศูนย์ข้อมูล ขณะที่บริษัทเทคโนโลยีแบบดั้งเดิมบางส่วนโดยเฉพาะซอฟต์แวร์ เผชิญความเสี่ยงจากการถูกดิสรัป ทำให้เงินลงทุนเริ่มไหลออกจากบริษัทที่ใช้เงินลงทุนสูงไปยังผู้ผลิตฮาร์ดแวร์จำนวนมากในเอเชีย
นักวิเคราะห์ระบุว่า ตลาดหุ้นเอเชียมีแนวโน้มทนทานได้มากกว่า หากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน AI ยังขยายตัวต่อเนื่อง เนื่องจากตลาดสำคัญอย่างเกาหลีใต้ และไต้หวันมีน้ำหนักสูงในบริษัทที่ได้ประโยชน์โดยตรงจากกระแสดังกล่าว
AI ดันต่างชาติซื้อหุ้นไต้หวันสูงสุดรอบ 20 ปี
บลูมเบิร์ก รายงานว่า กองทุนต่างชาติแห่ซื้อหุ้นไต้หวันในปริมาณมากที่สุดในรอบสองทศวรรษ สะท้อนความเชื่อมั่นว่าบริษัทผู้ผลิตชิปจะยังคงเป็นผู้ได้รับประโยชน์จากกระแสการลงทุน AI แม้ตลาดหุ้นโดยรวมจะเผชิญความกังวลเพิ่มขึ้นเกี่ยวกับผลกระทบจากเทคโนโลยี
ข้อมูลที่รวบรวมโดยบลูมเบิร์ก ระบุว่า นักลงทุนต่างชาติซื้อหุ้นไต้หวันสุทธิ 2.77 พันล้านดอลลาร์ในวันอังคาร ที่ 24 ก.พ.69 ซึ่งมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนธ.ค.2005 และเป็นการซื้อสุทธิติดต่อกันเป็นวันที่หก
แรงซื้อดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงที่ตลาดหุ้นโลกผันผวน หลังรายงานจากบริษัทวิจัย Citrini Research เตือนถึง "ความเสี่ยงจากการดิสรัปครั้งใหญ่ด้วย AI" แม้นักลงทุนจะหลีกเลี่ยงกลุ่มธุรกิจที่อาจได้รับผลกระทบ เช่น ซอฟต์แวร์ แต่กลับเพิ่มการลงทุนในหุ้นผู้ผลิตชิปซึ่งถูกมองว่าเป็นโครงสร้างพื้นฐานหลักของการพัฒนา AI โดยตลาดหุ้นไต้หวันที่มีบริษัทเซมิคอนดักเตอร์ขั้นสูงเป็นสัดส่วนสูง ถูกมองว่าเป็นแหล่งหลบภัยในกระแสการขายที่เรียกว่า “AI scare trade”
“ไต้หวันคือ ศูนย์กลางของห่วงโซ่อุปทาน AI ของโลก บริษัท และตลาดหุ้นไต้หวันจะยังคงได้รับประโยชน์ ตราบใดที่นักลงทุนเชื่อว่า AI จะสร้างการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ และเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ในอนาคต” เวย์ เซิร์น หลิง กรรมการผู้จัดการของธนาคาร Union Bancaire Privee กล่าว
หากแนวโน้มยังคงดำเนินต่อไป ไต้หวันมีแนวโน้มจะได้รับเงินทุนต่างชาติไหลเข้าสุทธิราว 7 พันล้านดอลลาร์ ในเดือนก.พ. นี้ ซึ่งสวนทางกับเกาหลีใต้ที่เผชิญเงินทุนไหลออกใกล้เคียงกันในช่วงเวลาเดียวกัน โดยตลาดหุ้นเกาหลีใต้มีสัดส่วนหุ้นกลุ่มชิปหน่วยความจำสูงกว่า
การขยายตัวของบริษัท TSMC มีบทบาทสำคัญต่อภาพรวมตลาด โดยปัจจุบัน หุ้น TSMC มีน้ำหนักราว 45% ในดัชนี Taiex เพิ่มขึ้นประมาณสามเท่าจากเมื่อสิบปีก่อน และราคาหุ้นเพิ่มขึ้นราว 30% ในปีนี้ พร้อมทำสถิติสูงสุดใหม่ต่อเนื่อง
พิสูจน์อักษร....สุรีย์ ศิลาวงษ์





