วันพุธ ที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569

Login
Login

ดาวโจนส์ปิดบวกกว่า 350 จุด หุ้นซอฟต์แวร์ดีดกลับจากเอไอดิสรัปชัน

ดาวโจนส์ปิดบวกกว่า 350 จุด หุ้นซอฟต์แวร์ดีดกลับจากเอไอดิสรัปชัน

ดัชนีดาวโจนส์ปิดบวกกว่า 350 จุด หุ้นซอฟต์แวร์ดีดกลับ หลังถูกเทขายจากความกังวลเอไอดิสรัปชันธุรกิจ นักวิเคราะห์ชี้เอไอจะยังไม่ทดแทนซอฟต์แวร์ทันที

ซีเอ็นบีซี รายงานว่า ดัชนีหุ้นสหรัฐปรับตัวขึ้นในวันอังคาร (24 ก.พ.69) นำโดยหุ้น  Advanced Micro Devices (AMD) และกลุ่มซอฟต์แวร์ หลังความกังวลของนักลงทุนเกี่ยวกับผลกระทบจากปัญญาประดิษฐ์เอไอ (AI) ต่อบางอุตสาหกรรมเริ่มผ่อนคลายลง

ดัชนี S&P 500 เพิ่มขึ้น 0.77% ปิดที่ 6,890.07 จุด ขณะที่ดัชนีแนสแด็ก คอมโพสิต Nasdaq Composite ปรับขึ้น 1.04% ปิดที่ 22,863.68 จุด ด้านดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ Dow Jones Industrial Average เพิ่มขึ้น 370.44 จุด หรือ 0.76% ปิดที่ 49,174.50 จุด โดยดัชนีหุ้น 30 ตัวนี้ได้แรงหนุนจากหุ้น Home Depot ที่พุ่งขึ้นเกือบ 2% หลังผลประกอบการออกมาดีกว่าที่คาดเป็นครั้งแรกในรอบปี รวมถึงหุ้นไอบีเอ็ม IBM ซึ่งร่วงแรงในวันก่อนหน้าเพราะความกังวล AI ก็กลับมาช่วยหนุนดาวโจนส์เช่นกัน

หุ้น AMD ทะยานขึ้น 8.8% หลังจาก Meta Platforms บริษัทแม่ของเฟซบุ๊ก ประกาศข้อตกลงความร่วมมือหลายปี กับบริษัทเซมิคอนดักเตอร์รายนี้ ความร่วมมือดังกล่าวรวมถึงการติดตั้งชิปประมวลผลกราฟิก (GPU) ของ AMD สำหรับศูนย์ข้อมูลด้าน AI มากถึง 6 กิกะวัตต์ ขณะเดียวกัน เมตายังจะเข้าลงทุนใน AMD ผ่านวอร์แรนต์แบบอิงผลการดำเนินงาน สูงสุดถึง 160 ล้านหุ้นของผู้ผลิตชิปรายนี้ด้วย

ดีลนี้เกิดขึ้นเพียงหนึ่งสัปดาห์ หลังเมตาระบุว่ากำลังใช้ชิปของเอ็นวีเดีย Nvidia หลายล้านตัวในการขยายศูนย์ข้อมูล หุ้นเอ็นวีเดีย ซึ่งเป็นหุ้น AI ชื่อดัง ปรับขึ้นอีก 0.7%

หุ้น Docusign ก็เป็นอีกหนึ่งผู้ชนะของวัน พุ่งขึ้นมากกว่า 2% หลังบริษัท Anthropic ระบุว่าเครื่องมือ Claude Cowork ของตนสามารถเชื่อมต่อกับโดคูไซน์ Docusign รวมถึงเครื่องมืออื่นที่องค์กรใช้อยู่แล้ว เช่น Google Drive และ Gmail ได้ ความเคลื่อนไหวนี้ช่วยสร้างความหวังให้นักลงทุนว่า AI อาจเข้ามา “เสริม” ธุรกิจซอฟต์แวร์ แทนที่จะ “เข้ามาแทนที่”

 

แรงซื้อยังขยายไปยังหุ้นซอฟต์แวร์ตัวอื่นๆ หุ้นเซลส์ฟอร์ซ Salesforce ซึ่งก็ทำงานร่วมกับ Anthropic เช่นกัน  และ ServiceNow พุ่งขึ้น 4% และมากกว่า 1% ตามลำดับ กองทุนอีทีเอฟ  ETF iShares Expanded Tech-Software Sector (IGV) ปรับขึ้นเกือบ 2% แม้ยังอยู่ต่ำกว่าจุดสูงสุดในรอบ 52 สัปดาห์กว่า 30%

“ในมุมมองของผม ตลาดกำลังอยู่ในโหมด ‘ขายก่อน ค่อยถามทีหลัง’ มาสักพักแล้ว นั่นคือเหตุผลที่คุณเห็นแม้แต่หุ้นซอฟต์แวร์ระดับองค์กรหลายตัวโดนเทขายแรง” อันชูล ชาร์มา ประธานเจ้าหน้าที่การลงทุนของ Savvy Wealth ให้สัมภาษณ์กับซีเอ็นบีซี เขาเสริมว่าการดีดตัวขึ้นในวันนี้เป็น “การดีดตัวขึ้นแบบคลาสสิก หลังจากการเทขาย”

ชาร์มายังกล่าวด้วยว่า เขายังไม่เชื่อสนิทกับเรื่องเล่าที่กำลังแพร่หลายในวอลล์สตรีทว่า AI จะเข้ามาแทนซอฟต์แวร์องค์กรจำนวนมากในทันที

“มันเสี่ยงเหลือเชื่อในมุมมองด้านความรับผิดชอบทางกฎหมาย สำหรับบริษัทยักษ์ใหญ่ที่จะบอกว่า ‘โอเค เราจะเลิกใช้ซอฟต์แวร์องค์กรที่ผ่านการใช้งานมายาวนาน พิสูจน์แล้วว่าเชื่อถือได้ และสอดคล้องกับกรอบความเสี่ยงของเรา แล้วมาสร้างระบบใช้เองภายในองค์กร และทั้งหมดนี้จะเกิดขึ้นในอีกไม่กี่เดือน หรือไม่กี่ไตรมาสข้างหน้า’” เขากล่าว “การร่วงลงของหุ้นซอฟต์แวร์เป็นปฏิกิริยาที่ฉับพลันมาก”

ดัชนีหลักร่วงลงในวันจันทร์ ท่ามกลางความกังวลรอบใหม่เรื่อง AI ที่จะเข้ามาปั่นป่วนธุรกิจ ทั้งยังมีแรงกดดันจากการที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ขู่จะขึ้นภาษีนำเข้าในระดับโลกเป็น 15% และความตึงเครียดระหว่างสหรัฐกับอิหร่าน ทำให้ผู้ค้าระมัดระวังมากขึ้น มาตรการขึ้นภาษีสหรัฐทั่วโลก 10% มีผลบังคับใช้ในวันอังคารแล้ว