ดัชนีดาวโจนส์ปิดบวกกว่า 350 จุด หุ้นซอฟต์แวร์ดีดกลับ หลังถูกเทขายจากความกังวลเอไอดิสรัปชันธุรกิจ นักวิเคราะห์ชี้เอไอจะยังไม่ทดแทนซอฟต์แวร์ทันที
ซีเอ็นบีซี รายงานว่า ดัชนีหุ้นสหรัฐปรับตัวขึ้นในวันอังคาร (24 ก.พ.69) นำโดยหุ้น Advanced Micro Devices (AMD) และกลุ่มซอฟต์แวร์ หลังความกังวลของนักลงทุนเกี่ยวกับผลกระทบจากปัญญาประดิษฐ์เอไอ (AI) ต่อบางอุตสาหกรรมเริ่มผ่อนคลายลง
ดัชนี S&P 500 เพิ่มขึ้น 0.77% ปิดที่ 6,890.07 จุด ขณะที่ดัชนีแนสแด็ก คอมโพสิต Nasdaq Composite ปรับขึ้น 1.04% ปิดที่ 22,863.68 จุด ด้านดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ Dow Jones Industrial Average เพิ่มขึ้น 370.44 จุด หรือ 0.76% ปิดที่ 49,174.50 จุด โดยดัชนีหุ้น 30 ตัวนี้ได้แรงหนุนจากหุ้น Home Depot ที่พุ่งขึ้นเกือบ 2% หลังผลประกอบการออกมาดีกว่าที่คาดเป็นครั้งแรกในรอบปี รวมถึงหุ้นไอบีเอ็ม IBM ซึ่งร่วงแรงในวันก่อนหน้าเพราะความกังวล AI ก็กลับมาช่วยหนุนดาวโจนส์เช่นกัน
หุ้น AMD ทะยานขึ้น 8.8% หลังจาก Meta Platforms บริษัทแม่ของเฟซบุ๊ก ประกาศข้อตกลงความร่วมมือหลายปี กับบริษัทเซมิคอนดักเตอร์รายนี้ ความร่วมมือดังกล่าวรวมถึงการติดตั้งชิปประมวลผลกราฟิก (GPU) ของ AMD สำหรับศูนย์ข้อมูลด้าน AI มากถึง 6 กิกะวัตต์ ขณะเดียวกัน เมตายังจะเข้าลงทุนใน AMD ผ่านวอร์แรนต์แบบอิงผลการดำเนินงาน สูงสุดถึง 160 ล้านหุ้นของผู้ผลิตชิปรายนี้ด้วย
ดีลนี้เกิดขึ้นเพียงหนึ่งสัปดาห์ หลังเมตาระบุว่ากำลังใช้ชิปของเอ็นวีเดีย Nvidia หลายล้านตัวในการขยายศูนย์ข้อมูล หุ้นเอ็นวีเดีย ซึ่งเป็นหุ้น AI ชื่อดัง ปรับขึ้นอีก 0.7%
หุ้น Docusign ก็เป็นอีกหนึ่งผู้ชนะของวัน พุ่งขึ้นมากกว่า 2% หลังบริษัท Anthropic ระบุว่าเครื่องมือ Claude Cowork ของตนสามารถเชื่อมต่อกับโดคูไซน์ Docusign รวมถึงเครื่องมืออื่นที่องค์กรใช้อยู่แล้ว เช่น Google Drive และ Gmail ได้ ความเคลื่อนไหวนี้ช่วยสร้างความหวังให้นักลงทุนว่า AI อาจเข้ามา “เสริม” ธุรกิจซอฟต์แวร์ แทนที่จะ “เข้ามาแทนที่”
แรงซื้อยังขยายไปยังหุ้นซอฟต์แวร์ตัวอื่นๆ หุ้นเซลส์ฟอร์ซ Salesforce ซึ่งก็ทำงานร่วมกับ Anthropic เช่นกัน และ ServiceNow พุ่งขึ้น 4% และมากกว่า 1% ตามลำดับ กองทุนอีทีเอฟ ETF iShares Expanded Tech-Software Sector (IGV) ปรับขึ้นเกือบ 2% แม้ยังอยู่ต่ำกว่าจุดสูงสุดในรอบ 52 สัปดาห์กว่า 30%
“ในมุมมองของผม ตลาดกำลังอยู่ในโหมด ‘ขายก่อน ค่อยถามทีหลัง’ มาสักพักแล้ว นั่นคือเหตุผลที่คุณเห็นแม้แต่หุ้นซอฟต์แวร์ระดับองค์กรหลายตัวโดนเทขายแรง” อันชูล ชาร์มา ประธานเจ้าหน้าที่การลงทุนของ Savvy Wealth ให้สัมภาษณ์กับซีเอ็นบีซี เขาเสริมว่าการดีดตัวขึ้นในวันนี้เป็น “การดีดตัวขึ้นแบบคลาสสิก หลังจากการเทขาย”
ชาร์มายังกล่าวด้วยว่า เขายังไม่เชื่อสนิทกับเรื่องเล่าที่กำลังแพร่หลายในวอลล์สตรีทว่า AI จะเข้ามาแทนซอฟต์แวร์องค์กรจำนวนมากในทันที
“มันเสี่ยงเหลือเชื่อในมุมมองด้านความรับผิดชอบทางกฎหมาย สำหรับบริษัทยักษ์ใหญ่ที่จะบอกว่า ‘โอเค เราจะเลิกใช้ซอฟต์แวร์องค์กรที่ผ่านการใช้งานมายาวนาน พิสูจน์แล้วว่าเชื่อถือได้ และสอดคล้องกับกรอบความเสี่ยงของเรา แล้วมาสร้างระบบใช้เองภายในองค์กร และทั้งหมดนี้จะเกิดขึ้นในอีกไม่กี่เดือน หรือไม่กี่ไตรมาสข้างหน้า’” เขากล่าว “การร่วงลงของหุ้นซอฟต์แวร์เป็นปฏิกิริยาที่ฉับพลันมาก”
ดัชนีหลักร่วงลงในวันจันทร์ ท่ามกลางความกังวลรอบใหม่เรื่อง AI ที่จะเข้ามาปั่นป่วนธุรกิจ ทั้งยังมีแรงกดดันจากการที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ขู่จะขึ้นภาษีนำเข้าในระดับโลกเป็น 15% และความตึงเครียดระหว่างสหรัฐกับอิหร่าน ทำให้ผู้ค้าระมัดระวังมากขึ้น มาตรการขึ้นภาษีสหรัฐทั่วโลก 10% มีผลบังคับใช้ในวันอังคารแล้ว





