นายนกุล เซห์กัล หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านการเงิน (ร่วม) บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TRUE เปิดเผยว่า ทิศทางธุรกิจและประมาณการทางการเงินสำหรับปี 2569 ซึ่งสัญญาณการฟื้นตัวที่ชัดเจนของอุตสาหกรรมโทรคมนาคม ซึ่งคาดการณ์ว่าจะเติบโตสูงกว่าอัตราการขยายตัวของจีดีพี (GDP) ไทยในปี 2569 ที่ประมาณ 1.5%
โดยบริษัทวางเป้าหมายการดำเนินงานในปี 2569 ไว้อย่างชัดเจน โดยมุ่งเน้นการเติบโตที่มีคุณภาพและความสามารถในการทำกำไรที่แข็งแกร่ง ประกอบด้วยรายได้จากการให้บริการ (ไม่รวม IC) ซึ่งคาดโต 2-3% (Low Single Digit) EBITDA (กำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย) ซึ่งตั้งเป้าเติบโต 7-9% และกำไรสุทธิที่ปรับปรุงแล้ว (Core Profit) คาดการณ์แตะระดับ 9.4 พันล้านบาท ขณะที่งบลงทุน (CAPEX) วางไว้ที่ 25,000-27,000 ล้านบาท
แม้รายได้บริการรวมในไตรมาสล่าสุดจะมีการปรับตัวลดลงเล็กน้อยราว 6% ซึ่งเป็นผลจากการปรับปรุงสัญญาเช่าอุปกรณ์และรายงานพิเศษ แต่ในภาพรวมปีที่ผ่านมา ซึ่งทรูสามารถทำกำไรสุทธิได้ถึง 9.2 พันล้านบาท โดยหากพิจารณาเฉพาะกำไรสุทธิที่ปรับปรุงแล้ว (Core Profit) จะอยู่ที่ 6.1 พันล้านบาท ในส่วนของ EBITDA แม้จะมีการปรับลดลง 18% จากช่วงเดียวกันปีก่อน จากภาระต้นทุนคลื่นความถี่ที่สูงขึ้น
ขณะที่ ปัจจัยสนับสนุนสำคัญที่จะผลักดันให้รายได้เติบโตตามเป้าหมาย มาจากการปรับตัวดีขึ้นของรายได้เฉลี่ยต่อเลขหมาย (ARPU) ในกลุ่มธุรกิจมือถือ และการขยายตัวของฐานผู้ใช้บริการอินเทอร์เน็ตบ้าน (Broadband) ซึ่ง TRUE มองว่าเป็น “New S-Curve” เนื่องจากปัจจุบันประเทศไทยมีอัตราการเข้าถึงบรอดแบนด์เพียง 70-80% จึงยังมีช่องว่างให้เติบโตได้อีกมาก
นอกจากนี้ ธุรกิจดิจิทัลทีวีและสื่อ (Digital Media) ยังมีแนวโน้มเติบโตขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งจะเข้ามาช่วยชดเชยรายได้ในส่วนของ Pay TV ที่ลดลงตามพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป ขณะที่กลุ่มลูกค้าองค์กร (B2B) จะเป็นอีกหนึ่งหัวหอกหลักจากการรุกตลาดอุตสาหกรรมใหม่ๆ หลังการปรับปรุงฐานข้อมูลลูกค้าให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม หัวใจสำคัญที่จะขับเคลื่อน EBITDA Margin ให้ไปแตะระดับเป้าหมายที่ 40% (จากปัจจุบัน 37.5%) คือยุทธศาสตร์ “Network Modernization” หรือการยกระดับโครงข่ายสมัยใหม่ โดยการรวมเทคโนโลยี 5G บนคลื่น 2600MHz และ 700MHz เข้าด้วยกัน ซึ่งนอกจากจะสร้างประสบการณ์ใช้งานที่ดีขึ้นแล้ว ยังช่วยลดความซ้ำซ้อนของต้นทุนการดำเนินงาน
“เรามุ่งเน้นการทำ Network Modernization ไม่ใช่แค่การขยายความครอบคลุม แต่คือการสร้างประสิทธิภาพสูงสุดจากการควบรวมเครือข่าย เพื่อนำไปสู่การควบคุมต้นทุนที่ยั่งยืน”
นอกจากนี้ ในปี 2569 บริษัทจะได้รับอานิสงส์จากการประหยัดต้นทุนที่เกี่ยวข้องกับการได้มาซึ่งคลื่นความถี่ (Spectrum Synergies) และการรักษาวินัยทางการเงินอย่างเข้มงวด โดยตั้งเป้าลดสัดส่วนงบลงทุนต่อรายได้ (CAPEX to Revenue Ratio) ลงเหลือเพียง 12-14% ภายในปี 2571 เพื่อเพิ่มกระแสเงินสดหมุนเวียน
สำหรับด้านโครงสร้างทางการเงิน TRUE ประสบความสำเร็จในการบริหารต้นทุนเงินทุน (Cost of Debt) โดยการออกหุ้นกู้ใหม่ 2.6 หมื่นล้านบาท อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 2.5% และการรีไฟแนนซ์หนี้เดิมอีก 3 หมื่นล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยได้สูงถึง 2,500 ล้านบาท
สำหรับ ผู้ถือหุ้น TRUE ยังคงยืนยันนโยบายการจ่ายเงินปันผลอย่างต่อเนื่อง โดยมีนโยบายพิจารณาจ่ายปันผลระหว่างกาลปีละ 2 ครั้ง ในอัตราไม่น้อยกว่า 70% ของกำไรสุทธิรวมเพื่อสร้างผลตอบแทนที่สม่ำเสมอตามการเติบโตของผลประกอบการที่ฟื้นตัวชัดเจน





