วันอาทิตย์ ที่ 17 พฤษภาคม 2569

Login
Login

‘หุ้นไทย’ส่อพักฐานระยะสั้น  หลัง ‘แรงซื้อ’สูงสุดรอบ12ปี

‘หุ้นไทย’ส่อพักฐานระยะสั้น  หลัง ‘แรงซื้อ’สูงสุดรอบ12ปี

ตลาดหุ้นไทย” ส่งสัญญาณตึงตัวหลังพุ่งแรงต่อเนื่อง ล่าสุดเข้าสู่ภาวะ “ซื้อมากเกินไป” (Overbought) มูลค่าหนาแน่นที่สุดในรอบกว่าทศวรรษ (หรือในรอบ 12 ปี)  

โดยวานนี้ (23 ก.พ.2569) ดัชนีหุ้นไทยปิดตลาดระดับ 1,480.24 จุด เพิ่มขึ้น 0.53 จุด หรือปรับขึ้น 0.04% ด้วยมูลค่าซื้อขาย (วอลุ่ม) 85,887.26 ล้านบาท โดยระหว่างวันดัชนีฯ อยู่ในโยน “ผันผวน” ซึ่งดัชนีมีทั้งบวกและลบ โดยดัชนีทำ “จุดสูงสุด” ของวันอยู่ที่ 1,506.08 จุด และทำ “จุดต่ำสุด” ของวันอยู่ที่ 1,468.02 จุด ซึ่งพบนักลงทุน “ต่างชาติ” ขายสุทธิ -718.60 ล้านบาท “บัญชีบล.” ขายสุทธิ -244.56 ล้านบาท “สถาบัน” (กองทุน) ขายสุทธิ -1,172.76 ล้านบาท ขณะที่ “รายย่อย” ซื้อสุทธิ +2,135.91 ล้านบาท 

นายพิริยพล คงวาณิช นักกลยุทธ์การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ (บล.)บัวหลวง เปิดเผยว่า ดัชนีตลาดหุ้นไทยวานนี้ (23 ก.พ.) มีลักษณะ “ผันผวน” ทั้งบวกและลบ ซึ่งสถานการณ์ดังกล่าวสะท้อนภาพตลาดหุ้นไทยเข้าสู่ภาวะ “ซื้อมากเกินไป” (overbought) ที่หลัง “ร้อนแรงที่สุด” ในรอบกว่า 12 ปี หลังจำนวนหุ้นที่ RSI > 70 หรือ overbought เพิ่มขึ้นจากเพียง 4% ก่อนเลือกตั้ง ไปแตะระดับ 33% สูงสุดในรอบ 12 ปี ใน 2 สัปดาห์ เพิ่มความเสี่ยงตลาดปรับฐานระยะสั้น ขณะที่ ราคาหุ้น (Valuations เริ่มเข้าสู่โซนไม่ได้ถูกมาก 26E PER อยู่ที่ 15.7x (-0.25SD)

ขณะที่ ความไม่แน่นอนเพิ่มขึ้นทั้งในและต่างประเทศ หลังความเสี่ยงสงครามสหรัฐ-อิหร่านยังรุนแรง แม้หนุนหุ้นพลังงานต้นน้ำ แต่อาจกดดันตลาดโดยรวมย่อตัวเหมือนในอดีตที่ SET ปรับฐานราว 4-5% ใน 1 เดือนหลังสงครามเริ่ม

อีกทั้ง ความไม่แน่นอนทางการเมืองในประเทศ อาจชะลอ “เม็ดเงินลงทุน” (ฟันด์โฟลว์ต่างชาติ) ในระยะสั้น กรณีบาร์โค้ดบัตรเลือกตั้งเป็นความลับ-ขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 85 หรือไม่ อาจเริ่มเข้ามากดดันตลาดหุ้นมากขึ้น หากผู้ตรวจการแผ่นดินยื่นเรื่องถึงศาล

อย่างไรก็ตามแนวโน้มดัชนีหุ้นไทยหลังจากนี้ พิริยพล กล่าวว่า เรายังคงมองกรอบเดิม 1,450-1,510 จุด ในระยะสั้น รอความชัดเจน ในแง่กลยุทธ์ ถึงแม้ระยะสั้น มีความเสี่ยงปรับฐาน

แต่มองไปข้างหน้าประเมินดัชนี ปลายปีมีโอกาสแตะ 1,570 (best case) หากความไม่แน่นอนต่างๆ คลี่คลาย มองเป็นจังหวะสะสม คาดนักลงทุนจะเริ่มกลับมาให้ความสำคัญกับ “กำไร-ปันผล” มองทยอยสะสมหุ้นกำไรชัดและปันผลสูง กำไรเด่นไตรมาส 1/2569 เพื่อรับมือกับความไม่แน่นอนของตลาด