“ตลาดหุ้นไทย” ส่งสัญญาณตึงตัวหลังพุ่งแรงต่อเนื่อง ล่าสุดเข้าสู่ภาวะ “ซื้อมากเกินไป” (Overbought) มูลค่าหนาแน่นที่สุดในรอบกว่าทศวรรษ (หรือในรอบ 12 ปี)
โดยวานนี้ (23 ก.พ.2569) ดัชนีหุ้นไทยปิดตลาดระดับ 1,480.24 จุด เพิ่มขึ้น 0.53 จุด หรือปรับขึ้น 0.04% ด้วยมูลค่าซื้อขาย (วอลุ่ม) 85,887.26 ล้านบาท โดยระหว่างวันดัชนีฯ อยู่ในโยน “ผันผวน” ซึ่งดัชนีมีทั้งบวกและลบ โดยดัชนีทำ “จุดสูงสุด” ของวันอยู่ที่ 1,506.08 จุด และทำ “จุดต่ำสุด” ของวันอยู่ที่ 1,468.02 จุด ซึ่งพบนักลงทุน “ต่างชาติ” ขายสุทธิ -718.60 ล้านบาท “บัญชีบล.” ขายสุทธิ -244.56 ล้านบาท “สถาบัน” (กองทุน) ขายสุทธิ -1,172.76 ล้านบาท ขณะที่ “รายย่อย” ซื้อสุทธิ +2,135.91 ล้านบาท
นายพิริยพล คงวาณิช นักกลยุทธ์การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ (บล.)บัวหลวง เปิดเผยว่า ดัชนีตลาดหุ้นไทยวานนี้ (23 ก.พ.) มีลักษณะ “ผันผวน” ทั้งบวกและลบ ซึ่งสถานการณ์ดังกล่าวสะท้อนภาพตลาดหุ้นไทยเข้าสู่ภาวะ “ซื้อมากเกินไป” (overbought) ที่หลัง “ร้อนแรงที่สุด” ในรอบกว่า 12 ปี หลังจำนวนหุ้นที่ RSI > 70 หรือ overbought เพิ่มขึ้นจากเพียง 4% ก่อนเลือกตั้ง ไปแตะระดับ 33% สูงสุดในรอบ 12 ปี ใน 2 สัปดาห์ เพิ่มความเสี่ยงตลาดปรับฐานระยะสั้น ขณะที่ ราคาหุ้น (Valuations เริ่มเข้าสู่โซนไม่ได้ถูกมาก 26E PER อยู่ที่ 15.7x (-0.25SD)
ขณะที่ ความไม่แน่นอนเพิ่มขึ้นทั้งในและต่างประเทศ หลังความเสี่ยงสงครามสหรัฐ-อิหร่านยังรุนแรง แม้หนุนหุ้นพลังงานต้นน้ำ แต่อาจกดดันตลาดโดยรวมย่อตัวเหมือนในอดีตที่ SET ปรับฐานราว 4-5% ใน 1 เดือนหลังสงครามเริ่ม
อีกทั้ง ความไม่แน่นอนทางการเมืองในประเทศ อาจชะลอ “เม็ดเงินลงทุน” (ฟันด์โฟลว์ต่างชาติ) ในระยะสั้น กรณีบาร์โค้ดบัตรเลือกตั้งเป็นความลับ-ขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 85 หรือไม่ อาจเริ่มเข้ามากดดันตลาดหุ้นมากขึ้น หากผู้ตรวจการแผ่นดินยื่นเรื่องถึงศาล
อย่างไรก็ตามแนวโน้มดัชนีหุ้นไทยหลังจากนี้ พิริยพล กล่าวว่า เรายังคงมองกรอบเดิม 1,450-1,510 จุด ในระยะสั้น รอความชัดเจน ในแง่กลยุทธ์ ถึงแม้ระยะสั้น มีความเสี่ยงปรับฐาน
แต่มองไปข้างหน้าประเมินดัชนี ปลายปีมีโอกาสแตะ 1,570 (best case) หากความไม่แน่นอนต่างๆ คลี่คลาย มองเป็นจังหวะสะสม คาดนักลงทุนจะเริ่มกลับมาให้ความสำคัญกับ “กำไร-ปันผล” มองทยอยสะสมหุ้นกำไรชัดและปันผลสูง กำไรเด่นไตรมาส 1/2569 เพื่อรับมือกับความไม่แน่นอนของตลาด





