"ตลาดหุ้นไทย" ในวันนี้ (23 ก.พ. 2569) ปิดตลาดเย็นอยู่ที่ 1,480.24 จุด โดยปรับตัวเพิ่มขึ้น 0.53 จุด หรือคิดเป็น 0.04% นักวิเคราะห์ชี้ ดัชนี SET ยังสามารถประคองตัวปิดในแดนบวก จากแรงส่งหุ้นกลุ่มส่งออกอย่าง DELTA ที่ได้รับอานิสงส์จากภาษีสหรัฐ IEEPA ที่ศาลตัดสินไม่ชอบด้วยกฎหมาย ด้าน AOT มีแรงขายทำกำไรหลังพ้นช่วงตรุษจีน
"ตลาดหุ้นไทย" ในวันนี้ (23 ก.พ. 2569) ปิดตลาดเย็นอยู่ที่ 1,480.24 จุด โดยปรับตัวเพิ่มขึ้น 0.53 จุด หรือคิดเป็น 0.04% โดยดัชนีฯทำจุดสูงสุด อยู่ที่ 1,506.08 จุด และจุดต่ำสุดอยู่ที่ 1,468.02 จุด และมีมูลค่าซื้อขาย รวม 85,887.26 ล้านบาท
หุ้นที่มีมูลค่าซื้อขายสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่
- DELTA ราคาปิด 248.00 บาท เพิ่มขึ้น 14.00 บาท หรือ 5.98% มูลค่าซื้อขาย 6,764.17 ล้านบาท
- AOT ราคาปิด 53.50 บาท ลดลง 3.00 บาท หรือ 5.31% มูลค่าซื้อขาย 4,942.40 ล้านบาท
- TRUE ราคาปิด 14.00 บาท เพิ่มขึ้น 0.30 บาท หรือ 2.19% มูลค่าซื้อขาย 4,894.41 ล้านบาท
- PTT ราคาปิด 36.50 บาท ลดลง 0.50 บาท หรือ 1.35% มูลค่าซื้อขาย 4,788.09 ล้านบาท
- KBANK ราคาปิด 201.00 บาท ลดลง 4.00 บาท หรือ 1.95% มูลค่าซื้อขาย 4,136.56 ล้านบาท
นายสุวัฒน์ วัฒนพรพรหม ผู้อำนวยการฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) กรุงศรี จำกัด เปิดเผยว่า วันนี้ดัชนีหุ้นไทยแกว่งตัวในทางบวกในช่วงเช้าและย่อตัวลงมาในภาคบ่าย จากราคาหุ้น AOT ที่ร่วงลงมากดดันดัชนี หลังเผชิญแรงขายจากการทำกำไร จากในระยะก่อนหน้านี้ซึ่งเป็นช่วงเทศกาลตรุษจีน นักลงทุนเก็งกำไรเพราะคาดว่า AOT จะได้ประโยชน์จากนักท่องเที่ยวจีนที่กลับมามากขึ้น
สวนทางหุ้นนำตลาดอย่าง DELTA ได้รับแรงส่งจากคำตัดสินศาลสหรัฐเกี่ยวกับภาษี IEEPA ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ส่งผลให้ต้องเปลี่ยนไปใช้มาตรา 122 ลดภาษีลงมาอยู่ที่ 15% เป็นเวลา 150 วัน เป็นอัปไซต์ต่อหุ้นกลุ่มส่งออกและกลุ่มนิคมอุตสาหกรรม
ขณะที่วันพรุ่งนี้ (24 ก.พ.) ดัชนีมีแนวโน้มแกว่งตัวในกรอบแนวรับอยู่ที่ 1,467-1470 จุด แนวต้านอยู่ที่ 1,497 จุด โดยควรจับตาผลการประชุม กนง. วันพุธนี้ หากมีการเปลี่ยนประมาณการจีดีพี อาจเป็นแรงส่งต่อตลาดหุ้นไทยได้
ด้านกลยุทธ์การลงทุน แนะนำลงทุนในกลุ่มที่ได้รับประโยชน์จากภาษีสหรัฐที่ลดลง และยังได้รับแรงส่งจากการลงทุนต่อเนื่อง เช่น กลุ่มนิคมฯอย่าง AMATA ที่วางแผนลงทุนเกี่ยวกับฮิวแมนนอยด์, กลุ่มสินค้าโภคภัณฑ์อย่าง GULF และธุรกิจที่มีเป้าหมายการเติบโตชัดเจนในปีนี้อย่าง BBIK





