วันจันทร์ ที่ 23 กุมภาพันธ์ 2569

Login
Login

“ตลาดหุ้นไทย” วันนี้ (23 ก.พ. 2569) ปิดบวก 0.53 จุด ภาษีทรัมป์ส่งกลุ่มส่งออกนำบวก ขายทำกำไรAOTหลังจบตรุษจีน

“ตลาดหุ้นไทย” วันนี้ (23 ก.พ. 2569) ปิดบวก 0.53 จุด ภาษีทรัมป์ส่งกลุ่มส่งออกนำบวก ขายทำกำไรAOTหลังจบตรุษจีน

"ตลาดหุ้นไทย" ในวันนี้ (23 ก.พ. 2569) ปิดตลาดเย็นอยู่ที่ 1,480.24 จุด โดยปรับตัวเพิ่มขึ้น 0.53 จุด หรือคิดเป็น 0.04% นักวิเคราะห์ชี้ ดัชนี SET ยังสามารถประคองตัวปิดในแดนบวก จากแรงส่งหุ้นกลุ่มส่งออกอย่าง DELTA ที่ได้รับอานิสงส์จากภาษีสหรัฐ IEEPA ที่ศาลตัดสินไม่ชอบด้วยกฎหมาย ด้าน AOT มีแรงขายทำกำไรหลังพ้นช่วงตรุษจีน

"ตลาดหุ้นไทย" ในวันนี้ (23 ก.พ. 2569) ปิดตลาดเย็นอยู่ที่ 1,480.24 จุด โดยปรับตัวเพิ่มขึ้น 0.53 จุด หรือคิดเป็น 0.04% โดยดัชนีฯทำจุดสูงสุด อยู่ที่ 1,506.08 จุด และจุดต่ำสุดอยู่ที่ 1,468.02 จุด และมีมูลค่าซื้อขาย รวม 85,887.26 ล้านบาท

หุ้นที่มีมูลค่าซื้อขายสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่

  1. DELTA ราคาปิด 248.00 บาท เพิ่มขึ้น 14.00 บาท หรือ 5.98% มูลค่าซื้อขาย 6,764.17 ล้านบาท
     
  2. AOT ราคาปิด 53.50 บาท ลดลง 3.00 บาท หรือ 5.31% มูลค่าซื้อขาย 4,942.40 ล้านบาท
     
  3. TRUE ราคาปิด 14.00 บาท เพิ่มขึ้น 0.30 บาท หรือ 2.19% มูลค่าซื้อขาย 4,894.41 ล้านบาท
     
  4. PTT ราคาปิด 36.50 บาท ลดลง 0.50 บาท หรือ 1.35% มูลค่าซื้อขาย 4,788.09 ล้านบาท
     
  5. KBANK ราคาปิด 201.00 บาท ลดลง 4.00 บาท หรือ 1.95% มูลค่าซื้อขาย 4,136.56 ล้านบาท

นายสุวัฒน์ วัฒนพรพรหม ผู้อำนวยการฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) กรุงศรี จำกัด เปิดเผยว่า วันนี้ดัชนีหุ้นไทยแกว่งตัวในทางบวกในช่วงเช้าและย่อตัวลงมาในภาคบ่าย จากราคาหุ้น AOT ที่ร่วงลงมากดดันดัชนี หลังเผชิญแรงขายจากการทำกำไร จากในระยะก่อนหน้านี้ซึ่งเป็นช่วงเทศกาลตรุษจีน นักลงทุนเก็งกำไรเพราะคาดว่า AOT จะได้ประโยชน์จากนักท่องเที่ยวจีนที่กลับมามากขึ้น 

สวนทางหุ้นนำตลาดอย่าง DELTA ได้รับแรงส่งจากคำตัดสินศาลสหรัฐเกี่ยวกับภาษี IEEPA ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ส่งผลให้ต้องเปลี่ยนไปใช้มาตรา 122 ลดภาษีลงมาอยู่ที่ 15% เป็นเวลา 150 วัน เป็นอัปไซต์ต่อหุ้นกลุ่มส่งออกและกลุ่มนิคมอุตสาหกรรม

ขณะที่วันพรุ่งนี้ (24 ก.พ.) ดัชนีมีแนวโน้มแกว่งตัวในกรอบแนวรับอยู่ที่ 1,467-1470 จุด แนวต้านอยู่ที่ 1,497 จุด โดยควรจับตาผลการประชุม กนง. วันพุธนี้ หากมีการเปลี่ยนประมาณการจีดีพี อาจเป็นแรงส่งต่อตลาดหุ้นไทยได้ 

ด้านกลยุทธ์การลงทุน แนะนำลงทุนในกลุ่มที่ได้รับประโยชน์จากภาษีสหรัฐที่ลดลง และยังได้รับแรงส่งจากการลงทุนต่อเนื่อง เช่น กลุ่มนิคมฯอย่าง AMATA ที่วางแผนลงทุนเกี่ยวกับฮิวแมนนอยด์, กลุ่มสินค้าโภคภัณฑ์อย่าง GULF และธุรกิจที่มีเป้าหมายการเติบโตชัดเจนในปีนี้อย่าง BBIK