หุ้นเอเชียบวกสวนกระแส "ทรัมป์" หลังศาลเบรกอำนาจขึ้นภาษี ทำ Kospi เกาหลีทุบสถิติใหม่ แตะ 5,897.36 จุด นำโดยหุ้นกลุ่มเทค
เปิดตลาดวันจันทร์นี้ (23 ก.พ.) ตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียปรับตัวสูงขึ้น แม้จะมีความกังวลเรื่องสงครามการค้า หลังจากประธานาธิบดี “โดนัลด์ ทรัมป์”ประกาศแผนจะเพิ่มภาษีนำเข้าสินค้าจากทั่วโลกจาก 10% เป็น 15% เมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา แต่ดูเหมือนนักลงทุนจะเลือกโฟกัสข่าวดีจากฝั่งกระบวนการยุติธรรมแทน
ดัชนี Kospi ของเกาหลีใต้เปิดบวกติดต่อกันเป็นวันที่สาม พุ่งขึ้น 1.7% แตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ แตะที่ 5,897.36 จุด นำโดยหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ยักษ์ใหญ่ที่เป็นหัวใจสำคัญของการส่งออกอย่าง SK Hynix บวกกว่า 3%และ Samsung Electronics บวกกว่า 2% ขณะที่ดัชนีหุ้นขนาดเล็กอย่าง Kosdaq ก็ปรับตัวขึ้นเช่นกัน
ขณะที่ตลาดหุ้นฮ่องกง Hang Seng มีแนวโน้มเปิดบวกตามสัญญาซื้อขายล่วงหน้า ส่วนตลาดหุ้นจีนและญี่ปุ่นปิดทำการเนื่องในวันหยุดราชการ ทำให้ปริมาณการซื้อขายในภูมิภาคอาจไม่คึกคักเท่าที่ควร
ศาลฎีกาสหรัฐสกัดอำนาจภาษี
สาเหตุหลักที่ทำให้นักลงทุนคลายกังวล มาจากการที่ศาลฎีกาสหรัฐมีคำตัดสินยกเลิกนโยบายการค้าส่วนใหญ่ของทรัมป์ โดยชี้ว่าเป็นการใช้อำนาจเกินขอบเขตภายใต้กฎหมายเศรษฐกิจฉุกเฉิน (IEEPA) ปี 1977 ซึ่งคำตัดสินนี้ช่วยลดแรงกดดันต่อประเทศคู่ค้าที่เดิมทีต้องแบกรับต้นทุนภาษีมหาศาล
อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญจาก Rystad Energy เตือนว่าคู่ค้าของสหรัฐยังไม่ปลอดภัย 100% เพราะแม้ศาลจะยกเลิกภาษีบางส่วนและจำกัดการพุ่งเป้าไปที่บางประเทศ แต่ "โครงสร้างภาษีรวม" ยังคงอยู่ และหากทรัมป์หาทางเลี่ยงไปใช้เพดานภาษีสูงสุดโดยไม่มีข้อยกเว้น อัตราภาษีเฉลี่ยในอนาคตอาจจะพุ่งสูงกว่าเดิมเสียด้วยซ้ำ
ย้อนกลับไปเมื่อวันศุกร์ ตลาดหุ้นสหรัฐปิดบวกถ้วนหน้าขานรับข่าวศาลฎีกา เพราะช่วยลดภาระต้นทุนให้บริษัทจดทะเบียนและลดความเสี่ยงเรื่องเงินเฟ้อ โดยดัชนีหลักทั้ง S&P 500, Nasdaq และ Dow Jones ต่างปิดในแดนบวก โดยเฉพาะ Dow Jones ที่ฟื้นตัวกลับมาปิดที่49,625.97 จุด หลังจากช่วงต้นวันดิ่งลงจากตัวเลขเศรษฐกิจที่น่าผิดหวัง





