วันเสาร์ ที่ 21 กุมภาพันธ์ 2569

Login
Login

TRUE ขึ้นแท่นหุ้นเติบโตคุณภาพ กำไรต่อเนื่อง 4 ไตรมาส ปันผลเพิ่มทุกปี

TRUE ขึ้นแท่นหุ้นเติบโตคุณภาพ กำไรต่อเนื่อง 4 ไตรมาส ปันผลเพิ่มทุกปี

TRUE ฉายภาพฟื้นตัวชัด กำไร Q4/2568 แตะ 6,100 ล้านบาท ทำสถิติกำไรต่อเนื่อง 4 ไตรมาส นักวิเคราะห์คาดปี 2569 มีลุ้นทะลุ 25,000 ล้านบาท พร้อมแผนปันผลเพิ่มต่อเนื่อง สะท้อนความแข็งแรงรอบด้านและความเชื่อมั่นที่กลับมาในอุตสาหกรรมโทรคมนาคมยุคสมดุลใหม่

ธุรกิจโทรคมนาคมไทยกำลังเข้าสู่ช่วงที่มั่นคงมากขึ้น หลังจากหลายปีที่ผ่านมาแต่ละค่ายทุ่มเงินลงทุนโครงข่ายและแข่งขันกันหนัก วันนี้การแข่งขันเริ่มเปลี่ยนจากการตัดราคามาเป็นการเน้นคุณภาพลูกค้าและการทำกำไรอย่างมีประสิทธิภาพ

ทั้งนี้อุตสาหกรรมโทรคมนาคมไทยกำลังเข้าสู่ช่วง New Equilibrium หลังผ่านการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานอย่างเข้มข้นในรอบหลายปี ทั้ง 5G, โครงข่ายดิจิทัล และการควบรวมกิจการ ผู้เล่นหลักเหลือเพียงไม่กี่ราย แต่การแข่งขันกลับมีคุณภาพมากขึ้น จากเดิมที่เน้น “ขยายโครงข่าย” สู่การเน้น “คุณภาพรายได้ และประสิทธิภาพทางการเงิน

ในจังหวะที่ตลาดกำลังปรับสู่สมดุลใหม่นี้ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TRUE ถูกมองว่าเริ่มเห็นผลชัดจากการลงทุนที่ผ่านมา หลังทำกำไรปกติไตรมาส 4/2568 ได้ 6,100 ล้านบาท และมีกำไรต่อเนื่อง 4 ไตรมาสติด สะท้อนว่าผลประกอบการเริ่มนิ่งและแข็งแรงขึ้น คาดว่าปีนี้จะสามารถทะลุ 25,000 ล้านบาท แผนปันผลสูงขึ้นต่อเนื่องทุกปี หนุนความเชื่อมั่น

นอกจากนี้นักวิเคราะห์มองตรงกันว่า โครงสร้างตลาดโทรคมนาคมไทยวันนี้ เอื้อต่อการสร้างผลตอบแทนที่ยั่งยืนมากขึ้น การแข่งขันด้านราคาลดลง  การลงทุนโครงข่ายเริ่มเข้าสู่ช่วงเก็บเกี่ยวผล ผู้ประกอบการหันมาโฟกัส ARPU ลูกค้าคุณภาพ และบริการดิจิทัลทรู และ เอไปเอส อยู่ในตำแหน่งที่ใกล้เคียงกันมากขึ้น ทั้งในแง่ขนาดโครงข่าย ฐานลูกค้า และศักยภาพเชิงเทคโนโลยี

แวดวงนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ให้น้ำหนักเชิงบวกต่อหุ้น TRUE หลังบริษัทประกาศผลประกอบการไตรมาส 4/2568 ด้วยกำไรปกติ (NIOGO) 6,100 ล้านบาท คาดเต็มปี 2026 ทะลุ 25,000 ล้านบาท  และสามารถกำไรได้ต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 4 ติดต่อกัน

นักวิเคราะห์มองว่า “ความต่อเนื่องของกำไร” ถือเป็นประเด็นสำคัญ เพราะสะท้อนเสถียรภาพของผลการดำเนินงาน ไม่ใช่กำไรจากปัจจัยพิเศษเพียงไตรมาสเดียว

อีกจุดเด่นอยู่ที่ EBITDA ไตรมาส 4 ซึ่งอยู่ที่ 27,800 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.3% เมื่อเทียบกับปีก่อน และ 3.2% จากไตรมาสก่อนหน้า ขณะที่ EBITDA Margin ขยับขึ้นแตะ 67.5% สะท้อนประสิทธิภาพด้านต้นทุนและการบริหารโครงข่ายที่ดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

แม้รายได้จากการให้บริการจะทรงตัว แต่การขยายตัวของ Margin แสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพในการประกอบธุรกิจที่แข็งแรงทำให้กำไรเติบโตเร็วกว่ารายได้ ซึ่งนักวิเคราะห์มองว่าเป็นสัญญาณของคุณภาพกำไรที่ดีขึ้น

สำหรับทั้งปี 2568 ทรูมี EBITDA รวม 1.05 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 7% จากปีก่อนหน้า และกำไรปกติ (Core profit) ทั้งปีอยู่ที่ 19,200 ล้านบาท  

ในด้านผลตอบแทนผู้ถือหุ้น คณะกรรมการมีมติเสนอจ่ายเงินปันผลรวมทั้งปี 1.07 หมื่นล้านบาท หรือ 0.31 บาทต่อหุ้น คิดเป็น 56% ของกำไรปกติทั้งปี ซึ่งนักวิเคราะห์มองว่าเป็นสัญญาณสะท้อนความมั่นใจต่อกระแสเงินสดในระยะถัดไป และช่วยเสริมความน่าสนใจของหุ้นในมุมมองระยะกลาง

ขณะเดียวกัน อัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อ EBITDA ลดลงเหลือ 4.0 เท่า ณ สิ้นไตรมาส 4 บ่งชี้ทิศทางฐานะการเงินที่ดีขึ้น และเพิ่มความยืดหยุ่นในการบริหารเงินทุน

นักวิเคราะห์ประเมินว่า ปัจจัยสนับสนุนความเชื่อมั่นต่อหุ้นทรู มาจาก 1.กำไรที่ทำได้ต่อเนื่อง 4 ไตรมาส 2.EBITDA เติบโตระดับสองหลัก 3.Margin ที่ขยายตัวชัดเจน 4.การจ่ายปันผลในระดับสูง และ 5.งบดุลที่ทยอยแข็งแรงขึ้น

หากทรูสามารถรักษาระดับ EBITDA Margin  ใกล้ระดับปัจจุบันได้ต่อเนื่องในปี 2569   กำไรสุทธิก็มีโอกาสขยายตัวต่อเนื่องเช่นกัน ซึ่งอาจเป็นแรงสนับสนุนมุมมองเชิงบวกของตลาดต่อหุ้นในระยะถัดไป

อย่างไรก็ตาม ภาพรวมจึงสะท้อนว่า ทรูกำลังอยู่ในช่วงที่ผลการดำเนินงานมีเสถียรภาพมากขึ้น และสามารถสร้างความเชื่อมั่นต่อนักลงทุนได้อย่างชัดเจน