"ตลาดหุ้นไทย" ในวันนี้ (20 ก.พ. 2569) ปิดตลาดเย็นอยู่ที่ 1,479.71 จุด โดยปรับตัวลดลง 14.20 จุด หรือคิดเป็น 0.95% นักวิเคราะห์ชี้ดัชนีย่อตัวพักฐานในวันนี้ จากแรงขายทำกำไรเพื่อลดความเสี่ยงพอร์ต จากสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ไม่แน่นอน รวมถึงปัจจัยการเมืองในประเทศ
"ตลาดหุ้นไทย" ในวันนี้ (20 ก.พ. 2569) ปิดตลาดเย็นอยู่ที่ 1,479.71 จุด โดยปรับตัวลดลง 14.20 จุด หรือคิดเป็น 0.95%โดย ดัชนีหุ้นไทย ทำจุดสูงสุดอยู่ที่ 1,495.44 จุด และจุดต่ำสุดอยู่ที่ 1,474.07 จุด และมี มูลค่าซื้อขายรวม 90,486.03 ล้านบาท
หุ้นไทยวันนี้ ที่มีมูลค่าซื้อขายสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่
- TRUE ราคาปิด 13.70 บาท ไม่เปลี่ยนแปลง หรือ 0.00% มูลค่าซื้อขาย 10,234.38 ล้านบาท
- BBL ราคาปิด 177.00 บาท เพิ่มขึ้น 7.00 บาท หรือ +4.12% มูลค่าซื้อขาย 6,904.05 ล้านบาท
- PTT ราคาปิด 37.00 บาท ลดลง 0.50 บาท หรือ -1.33% มูลค่าซื้อขาย 6,760.95 ล้านบาท
- KBANK ราคาปิด 205.00 บาท ไม่เปลี่ยนแปลง หรือ 0.00% มูลค่าซื้อขาย 5,893.73 ล้านบาท
- KTB ราคาปิด 33.75 บาท เพิ่มขึ้น 1.00 บาท หรือ +3.05% มูลค่าซื้อขาย 3,442.82 ล้านบาท
นายภูวดล ภูสอดเงิน นักกลยุทธ์ฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน สายงานวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) บัวหลวง จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ดัชนีย่อตัวในวันนี้ เกิดจากนักลงทุนลดขนาดพอร์ตลงทุนในหุ้นหลายกลุ่ม หลังสถานการณ์ความขัดแย้งสหรัฐ-อิหร่านไม่แน่นอน
ทั้งยังมีปัจจัยภายในประเทศอย่างกรณีบัตรเลือกตั้งเข้ากดดัน โดยจะเห็นได้ว่ามีการเทขายหุ้นกลุ่มอิงการเมืองออกไปบ้างบางส่วน
มองว่าหลังจากนี้ดัชนีจะมีการชะลอตัวลง จะต้องพิจารณาหุ้นรายตัวและหุ้นขนาดกลางบ้าง โดยกลุ่มที่ราคาลงไปลึกมีแนวโน้ม Cover short เช่น HANA, BBIK, KCE มีความน่าสนใจ กลุ่มราคาต่ำพื้นฐานให้ BEM และหุ้นขนาดกลางมอง DITTO
ราคาหุ้นกลุ่มแบงก์มีแนวโน้มชะลอตัวหลังผ่านช่วงจ่ายปันผลและการประกาศงบ แต่หุ้นกลุ่มพลังงานคาดยังไปต่อได้ จากราคาน้ำมันที่เพิ่มสูงขึ้นจากเหตุการณ์ความขัดแย้ง
ด้านนายเทิดศักดิ์ ทวีธีระธรรม กรรมการบริหาร บล. เอเซีย พลัส จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า วันนี้ดัชนีหุ้นไทยแกว่งตัวในทางลบ พักฐานหลังจากพุ่งขึ้นต่อเนื่องติดกันหลายวัน แม้มีแรงขายทำกำไรกดดันดัชนี แต่กลุ่มธนาคารยังปรับขึ้นได้ดี และคาดว่าดัชนียังอยู่ในเทรนด์ขาขึ้น
ขณะที่สัปดาห์หน้า ดัชนีมีแนวโน้มแกว่งตัวทางบวก มีกรอบแนวรับอยู่ที่ 1,470 จุด แนวต้านอยู่ที่ 1,510 จุด โดยควรจับตาปัจจัยการเมืองเกี่ยวกับผลการเลือกตั้งอย่างใกล้ชิด
ด้านกลยุทธ์การลงทุน แนะนำลงทุนแบบ “Let profit run” ไม่รีบขายเพื่อหวังผลกำไรในเทรนด์ขาขึ้น โดยตั้งราคาเป้าหมายและตั้งจุดขายเพื่อ “Stop profit” เน้นหุ้นกลุ่ม laggard play อย่าง PR9, SJWD, SIRI และ SC





