วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

หุ้นไทยเปิดเช้าร่วง 0.80 จุด โบรกเผยจ่อพักฐานใกล้ 1,500 จุด แม้โฟลว์ไหลเข้า แนะเก็บหุ้นLaggard

ตลาดหุ้นไทยเปิดภาคเช้าปรับตัวลดลง 0.80 จุด มาอยู่ที่ระดับ 1,493.11 จุด โบรกคาดการณ์ว่าดัชนี SET มีแนวโน้มที่จะพักฐานในระยะสั้น หลังจากปรับตัวขึ้นมาอย่างรวดเร็วและเข้าใกล้แนวต้านสำคัญที่ 1,500 จุด แนะให้นักลงทุนพิจารณาสะสมหุ้นกลุ่ม Laggard ที่ราคายังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ เช่น BDMS, KTC, MTC, CBG, AMATA และ SJWD

KEY POINTS

  • ตลาดหุ้นไทยเปิดภาคเช้าปรับตัวลดลง 0.80 จุด มาอยู่ที่ระดับ 1,493.11 จุด
  • โบรกเกอร์คาดการณ์ว่าดัชนี SET มีแนวโน้มที่จะพักฐานในระยะสั้น หลังจากปรับตัวขึ้นมาอย่างรวดเร็วและเข้าใกล้แนวต้านสำคัญที่ 1,500 จุด
  • อย่างไรก็ตาม ตลาดยังคงได้รับแรงหนุนจากกระแสเงินทุนต่างชาติ (ฟันด์โฟลว์) ที่ไหลกลับเข้ามาอย่างต่อเนื่อง โดยในช่วง 10 วันที่ผ่านมามีเม็ดเงินไหลเข้าแล้วกว่า 40,000 ล้านบาท
  • ในภาวะที่ตลาดปรับขึ้นร้อนแรง นักวิเคราะห์แนะนำให้นักลงทุนพิจารณาสะสมหุ้นกลุ่ม Laggard ที่ราคายังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ เช่น BDMS, KTC, MTC, CBG, AMATA และ SJWD

ความเคลื่อนไหว "หุ้นไทย" ภาคเช้า ณ วันที่ 20 ก.พ. 2569 เวลา 10.00 น. ร่วง 0.80 จุด หรือ 0.05% อยู่ที่ 1,493.11 จุด มูลค่าการซื้อขาย 7,002.21 ล้านบาท
 

หุ้นไทยเปิดเช้าร่วง 0.80 จุด โบรกเผยจ่อพักฐานใกล้ 1,500 จุด  แม้โฟลว์ไหลเข้า แนะเก็บหุ้นLaggard

ภราดร เตียรณปราโมทย์ ผู้อำนวยการสายงานวิจัย บล.เอเชีย พลัส ให้สัมภาษณ์กับ “กรุงเทพธุรกิจ” ว่า ภาวะตลาดหุ้นไทยหลังการเลือกตั้งปรับตัวขึ้นเกือบ 10% นับเป็นหนึ่งในตลาดที่ปรับขึ้นโดดเด่นที่สุดของโลกในช่วงนี้ โดยมีแรงหนุนหลักจากกระแสเงินทุนต่างชาติที่ไหลกลับเข้ามาอย่างรวดเร็ว
 

ทั้งนี้ เพียง 10 วันที่ผ่านมา มีเม็ดเงินไหลเข้าสู่ตลาดหุ้นไทยมากกว่า 40,000 ล้านบาท สะท้อนแรงซื้อที่เร่งตัวอย่างชัดเจน เมื่อเทียบกับช่วง 1 ปี 4 เดือนก่อนหน้า ซึ่งต่างชาติขายสุทธิสะสมกว่า 100,000 ล้านบาท การกลับเข้ามาของเงินทุนครั้งนี้จึงถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่หนุนให้ตลาดหุ้นไทยกลับมาแข็งแกร่งในระดับแนวหน้าของโลก

สำหรับ ทิศทางดัชนีระยะสั้น คาดว่า SET มีโอกาสแกว่งตัวออกข้าง (Sideways) หลังปรับขึ้นแรงและเข้าใกล้แนวต้านสำคัญบริเวณ 1,500 จุด ซึ่งเป็นระดับสูงสุดเดิมในรอบ 1 ปี 4 เดือน ประกอบกับตลาดหุ้นต่างประเทศมีแรงย่อตัวกดดันบรรยากาศการลงทุน

อย่างไรก็ตาม ด้วยแรงหนุนจากฟันด์โฟลว์ที่ยังไหลเข้าอย่างต่อเนื่อง มีความเป็นไปได้ที่ดัชนีจะทะลุแนวต้าน 1,500 จุด และขยับขึ้นสู่กรอบ 1,520–1,530 จุดในระยะถัดไป

ทั้งนี้ ในภาวะตลาดปรับขึ้นร้อนแรง แนะนำให้นักลงทุนเลือกสะสมหุ้นกลุ่ม Laggard หรือหุ้นที่ราคายังไม่กลับไปทดสอบจุดสูงสุดเดิม เช่นหุ้นที่มีราคาปรับลงลึกกว่าปัจจัยพื้นฐานหรือผลประกอบการจริง รวมถึงเป็นหุ้นที่ยังมีแรงหนุนจากนักลงทุนต่างชาติ โดยราคายังต่ำกว่าค่าเฉลี่ยตลาด และมีโอกาสปรับขึ้นตามหุ้นกลุ่มนำ

โดยหุ้นเด่นน่าสะสม BDMS KTC MTC CBG AMATA และ SJWD