ความเคลื่อนไหว"ตลาดหุ้นไทย"ภาคเช้า ณ วันที่ 19 ก.พ.2569 เวลา 10.05 น. หุ้นกลุ่มค้าปลีก บวกยกแผง นำโดย
- หุ้น CPALL บวก 3.83% เพิ่มขึ้น 2.00 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 54.25 บาท
- หุ้น DOHOME บวก 3.35% เพิ่มขึ้น 0.14 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 4.32 บาท
- หุ้น COM7 บวก 3.00% เพิ่มขึ้น 0.75 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 25.75 บาท
- หุ้น GLOBAL บวก 2.42% เพิ่มขึ้น 0.20 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 8.45 บาท
- หุ้น CRC บวก 2.29% เพิ่มขึ้น 0.50 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 22.30 บาท
- หุ้น HMPRO บวก 2.05% เพิ่มขึ้น 0.15 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 7.45 บาท
- หุ้น BJC บวก 1.80% เพิ่มขึ้น 0.30 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 17.00 บาท
- หุ้น CPW บวก 1.80% เพิ่มขึ้น 0.04 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 2.26 บาท
- หุ้น CPAXT บวก 1.70% เพิ่มขึ้น 0.30 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 17.90 บาท
- หุ้น JMART บวก 1.21% เพิ่มขึ้น 0.10 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 8.35 บาท
- หุ้น SYNEX บวก 0.90% เพิ่มขึ้น 0.10 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 11.20 บาท
- หุ้น ILM บวก 0.69% เพิ่มขึ้น 0.10 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 14.60 บาท
นายกรรณ์ หทัยศรัทธา หัวหน้านักกลยุทธ์การลงทุนและนักเศรษฐศาสตร์ สายงานวิจัย บล.ซีจีเอส อินเตอร์เนชันแนล (ประเทศไทย) จำกัด ให้สัมภาษณ์กับ "กรุงเทพธุรกิจ" ว่า หุ้นในกลุ่มค้าปลีกและวัสดุก่อสร้างที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นโดดเด่นยกแผง สะท้อนแรงเก็งกำไรเชิงบวกต่อผลประกอบการไตรมาส 4/2568 ที่กำลังทยอยประกาศออกมาในทิศทางที่ดี สอดคล้องกับภาพเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวชัดเจนขึ้น
ขณะเดียวกัน GDP ไตรมาส 4/2568 ขยายตัว 2.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน และ 1.9% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า ซึ่งสูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ สะท้อนแรงขับเคลื่อนจากการบริโภคภาคเอกชนและมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ
นอกจากนี้มาตรการสำคัญที่มีส่วนสนับสนุนกำลังซื้อ ได้แก่ โครงการคนละครึ่ง มาตรการ EV 3.0 ที่ใกล้หมดอายุ และโครงการเที่ยวดีมีคืน ซึ่งช่วยเร่งการจับจ่ายใช้สอยในช่วงปลายปี 2568 ส่งผลเชิงบวกโดยตรงต่อกลุ่มค้าปลีกและวัสดุก่อสร้าง
“การเติบโตของ GDP ที่ออกมาดีกว่าคาด ทำให้ตลาดเริ่มปรับมุมมองเชิงบวกต่อผลประกอบการกลุ่มค้าปลีกมากขึ้น โดยเฉพาะไตรมาส 4/68 ที่เป็น High Season ของการบริโภค”
นอกจากปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่งขึ้นแล้ว กลุ่มค้าปลีกและโรงพยาบาลยังถูกจัดอยู่ในกลุ่มหุ้นแถว 2 หรือ Laggard Play ที่ราคาปรับขึ้นช้ากว่ากลุ่มธนาคารและโรงไฟฟ้าที่ขยับขึ้นไปก่อนหน้านี้
ทั้งนี้ ด้วยเหตุดังกล่าวนักลงทุนจึงเริ่มโยกเงินเข้ามาไล่ราคากลุ่มค้าปลีกมากขึ้น เนื่องจากยังมี Upside เมื่อเทียบกับกลุ่มที่ปรับตัวขึ้นแรงไปแล้วก่อนหน้า สะท้อนกลยุทธ์การหมุนกลุ่มลงทุนภายในตลาด
โดยในเชิงกลยุทธ์การลงทุนแนะนำให้นักลงทุนโฟกัสหุ้นที่ยังปรับขึ้นไม่มาก และมีโอกาสรับแรงหนุนจากงบไตรมาส 4/68 อย่าง HMPRO ราคาปัจจุบันบริเวณ 7.40 บาท ปรับขึ้นจากระดับประมาณ 6.90 บาท คิดเป็นการเพิ่มขึ้นไม่ถึง 10% มองว่า ยังมีความน่าสนใจมากที่สุดในกลุ่มวัสดุก่อสร้าง โดยได้อานิสงส์จากการใช้จ่ายในหมวดปรับปรุงที่อยู่อาศัย
ขณะที่ BJC เป็นหุ้นเด่นในกลุ่มค้าปลีกดั้งเดิมที่น่าติดตาม จากฐานธุรกิจที่ครอบคลุมสินค้าอุปโภคบริโภคและเครือข่ายค้าปลีกขนาดใหญ่ ส่วน CPALL แม้เป็นหุ้นพื้นฐานแข็งแกร่ง แต่ราคาปรับขึ้นจากระดับประมาณ 40 บาท มาอยู่ที่ราว 53.75 บาทแล้ว ทำให้อาจเหลือ Upside จำกัดในระยะสั้น และ CRC แม้ราคาปรับขึ้นน้อยกว่า CPALL แต่หากพิจารณาปัจจัยพื้นฐาน นักวิเคราะห์ประเมินว่ายังเป็นรองเล็กน้อย





