หุ้นไทยวันนี้ 19 ก.พ.69 บล.พาย เปิดเผยว่า ตลาดหุ้น Dow Jones เมื่อคืนปิดบวก 130 จุด (+0.26%) เริ่มเห็นแรงซื้อกลับเข้ามาในหุ้นกลุ่ม Technology จาก Valuation ที่เริ่มน่าสนใจ ด้านราคาน้ำมันดิบ BRT ปิดบวก 4.3% หลังจากนักลงทุนประเมินว่าอุปทานน้ำมันอาจเผชิญภาวะชะงักงันจากข้อพิพาทระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน
เมื่อคืนที่ผ่านมาสหรัฐฯ มีการประกาศหลายตัวเลขเศรษฐกิจประกอบไปด้วยยอดสร้างบ้านใหม่และใบขออนุญาตก่อสร้าง แต่พบว่าเป็นไปตามที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ประเมินไว้ พร้อมกับคำสั่งซื้อสินค้าคงทนที่ลดลงเพียง -1.4%MoM ดีกว่าที่ Consensus ประเมินว่าจะลดลง -1.8%MoM สินค้าที่ขยายตัวได้แก่คอมพิวเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ (+3%MoM) สินค้าทุนพื้นฐาน (+0.6%MoM) สะท้อนเรื่องของ Capex ที่ยังเร่งตัว เชื่อว่ามาจากกลุ่ม Technology (Amazon Microsoft Alphabet Meta)
สำหรับรายงานผลประชุม FED รอบล่าสุดหรือ FED Minutes คณะกรรมการลงความเห็นถึงเงินเฟ้อว่าอัตราการขยายตัวนั้นอาจอยู่เหนือระดับ 2% ทำให้การลดดอกเบี้ยจึงยังไม่ชัดเจน พร้อมเชื่อว่าตลาดแรงงานสหรัฐฯผ่านจุดแย่สุดไปแล้ว
โดยรวมทำให้ US Bond Yield ปรับขึ้นมา (ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะราคาน้ำมันดิบที่ปรับขึ้น) พร้อมกับการแข็งค่าของ Dollar Index แนะจับตาการเข้ามาของ Fund Flow เพราะในช่วงที่ผ่านมาซื้อสะสมสุทธิมากถึง 5.19 หมื่นล้านบาทในช่วง YTD
ปัจจัยในประเทศวานนี้ทางคณะกรรมการการเลือกตั้งได้ประกาศผลการนับคพแนน สส. ครบ 400 เขตทั่วประเทศ กระบวนการจากนี้ก็แนะรอติดตามการเตรียมจัดตั้งรัฐบาลที่นำโดยพรรคภูมิใจไทย พร้อมกับรอติดตามการออกนโยบายต่างๆ โดยเฉพาะการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านคนละครึ่ง (+) , TISA ซึ่งจะดีกับหุ้นในกลุ่มบริโภค Finance และตลาดโดยรวมผ่านสภาพคล่องจาก TISA
นอกจากเรื่องการเมืองแล้วแนะติดตามผลประกอบการไตรมาส 4/68 ที่ทยอยรายงานออกมา อย่างวานนี้มีการประกาศของ ITC TU (เป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้) แต่ TIDLOR ต่ำกว่าคาดการณ์ (ระยะสั้นอาจ Wait & See)
คืนนี้รอติดตาม Pending Home Sale ของสหรัฐฯ Bloomberg Consensus ประเมินไว้ที่ 1.4%MoM
วันนี้ประเมิน SET INDEX เคลื่อนไหวในกรอบ 1455 – 1475 อาจเพิ่มการพิจารณามากขึ้นกับตลาดหุ้นไทยเพราะ Tech สหรัฐฯเริ่มฟื้นตัวและเมื่อคืนกลุ่ม Value Stock ในสหรัฐฯเริ่มถูกขายทำกำไรเกิดการ Rotate Sector ประกอบกับ Dollar Index กลับมาแข็งค่า แต่อย่างไรก็ตามอาจมีแรงหนุนในกลุ่มพลังงาน (+PTTEP)
เชิงกลยุทธ์การลงทุน เน้นควบคุมความเสี่ยงเสมอท่ามกลาง Valuation ที่เริ่มแพงประกอบกับ Price In ปัจจัยบวกต่างๆไปพอควร ระยะสั้นเน้นที่ Laggard Play อาทิ ค้าปลีก (BJC CPALL HMPRO) โรงแรม (AWC MINT) อสังหาฯ (AP SPALI) เครื่องดื่ม (ICHI) รวมไปถึงหุ้นที่มีปัจจัยหนุนอย่างพลังงาน (PTTEP)





