อัลไล รีท โชว์กำไรสุทธิปี 2568 ที่ 606.9 ล้านบาท หลังรับรู้รายได้โครงการใหม่ ทีเท็น บาย วิลเลจ ฮับ พร้อมชูศักยภาพพอร์ต คงอัตราเช่าพื้นที่ 93% และอัตราต่อสัญญาเช่า 95% เคาะจ่ายปันผล 0.111 บาทต่อหน่วย XD 25 ก.พ. 69
นายกวินทร์ เอี่ยมสกุลรัตน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อัลไล รีท แมนเนจเมนท์ จำกัด ในฐานะผู้จัดการกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ อัลไล หรือ ALLY เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานปี 2568 สามารถสร้างผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจที่ท้าทาย โดยทำรายได้รวม 1,597 ล้านบาท และมีกำไรจากการลงทุนสุทธิ 606.9 ล้านบาท สะท้อนเสถียรภาพโครงสร้างรายได้และการบริหารพอร์ตสินทรัพย์อย่างมีประสิทธิภาพ
โดยในช่วงไตรมาส 3 ปี 2568 กองทรัสต์ได้เข้าลงทุนในทรัพย์สินเพิ่มเติมโครงการทีเท็น บาย วิลเลจ ฮับ บนทำเลศักยภาพย่านถนนติวานนท์ มูลค่าลงทุนที่ 14.68 ล้านบาท ปัจจุบันมีอัตราการเช่าพื้นที่เฉลี่ย 90% ส่งผลให้สิ้นปี 2568 กองทรัสต์ ALLY มีโครงการศูนย์การค้าภายใต้การบริหารจัดการ จำนวน 15 โครงการ โดยมีพื้นที่เช่าสุทธิ 164,318 ตารางเมตร
ขณะที่ผลการดำเนินงานไตรมาส 4 ปี 2568 ทำรายได้รวม 419.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.8% เทียบกับไตรมาสก่อนหน้า และเพิ่มขึ้น 4.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน จากรายได้อื่นที่เติบโตโดดเด่น รวมถึงการบริหารพื้นที่เพื่อสร้างรายได้เสริมที่มีประสิทธิภาพ
ด้าน กำไรจากการลงทุนสุทธิ ในไตรมาสนี้อยู่ที่ 169.9 ล้านบาท พุ่งสูงขึ้น 21.4% จากไตรมาสก่อน และ 22.1% จากช่วงเวลาเดียวกันปีก่อน สะท้อนการจัดการต้นทุนและการฟื้นตัวของกำไร ควบคู่ไปกับการรักษาความแข็งแกร่งของฐานะการเงิน สิ้นไตรมาสมูลค่าสินทรัพย์สุทธิ อยู่ที่ 8,621.4 ล้านบาท โดยคิดเป็นมูลค่าสินทรัพย์สุทธิต่อหน่วยเท่ากับ 9.8631 บาท สะท้อนถึงการเติบโตของมูลค่าทางบัญชีและคุณภาพฐานทุนที่ยั่งยืน
สำหรับ การบริหารจัดการพื้นที่ ALLY ยังคงรักษาอัตราการเช่าพื้นที่ไว้ในระดับสูงที่ 93.0% ซึ่งอยู่ในระดับที่มีศักยภาพสำหรับสินทรัพย์ประเภทค้าปลีกในทำเลชุมชน นอกจากนี้ สิ่งที่สะท้อนความแข็งแกร่งมากกว่าคืออัตราการต่อสัญญากับผู้เช่ารายเดิม อยู่ในระดับโดดเด่นที่ 95.1% พร้อมทั้งปรับเพิ่มอัตราค่าเช่าเฉลี่ยได้ถึง 10.3%
กองทรัสต์ฯ ได้พิจารณาอนุมัติจ่ายประโยชน์ตอบแทนจากผลการดําเนินงานในไตรมาส 4 ปี 2568 ในอัตรา 0.1110 บาทต่อหน่วย คิดเป็นอัตราผลตอบแทน (Yield) อยู่ที่ 9.8% โดยกำหนดขึ้นเครื่องหมาย XD ในวันที่ 25 ก.พ. นี้ เพื่อเตรียมจ่ายเงินปันผลในวันที่ 25 มีนาคม 2569
นายกวินทร์ กล่าวว่า "แม้เศรษฐกิจไทยอยู่ในช่วงการฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป แต่เสถียรภาพด้านเงินเฟ้อที่อยู่ในระดับต่ำและทิศทางอัตราดอกเบี้ยที่ผ่อนคลายมากขึ้น ถือเป็นปัจจัยสนับสนุนสำคัญต่อภาคธุรกิจและการลงทุน โดยเฉพาะธุรกิจ REIT ในกลุ่มที่เน้นรายได้ประจำ (Recurring Income) อย่างศูนย์การค้าและ Community Mall"
ภาระต้นทุนทางการเงินที่ลดลงจะช่วยเพิ่มส่วนต่างผลตอบแทน (Yield Spread) ให้มีความน่าสนใจมากขึ้นเมื่อเทียบกับตราสารหนี้ทั่วไป ขณะเดียวกัน สินทรัพย์ประเภท Community Mall ยังมีความแข็งแกร่งเชิงโครงสร้างจากพฤติกรรมผู้บริโภคที่เน้นความสะดวกใกล้บ้าน ทำให้ปริมาณผู้ใช้บริการในทำเลชุมชนยังคงมีความสม่ำเสมอและทนทานต่อเศรษฐกิจผันผวน
ขณะเดียวกัน กองทรัสต์ ALLY มีความได้เปรียบจากการคัดสรรทรัพย์สินในทำเลศักยภาพสูง ทั้งในกรุงเทพฯ ที่รองรับฐานลูกค้าที่มีกำลังซื้อหนาแน่น และในจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของภาคเหนือ ส่งผลให้ความต้องการเช่าพื้นที่เชิงพาณิชย์เติบโตอย่างต่อเนื่องในระยะยาว
โดยกองทรัสต์ยังคงมุ่งเน้นการรักษาเสถียรภาพรายได้ผ่านการบริหารจัดการส่วนผสมผู้เช่า (Tenant Mix) ให้สอดรับกับความต้องการของตลาด พร้อมทั้งรักษาวินัยในการควบคุมต้นทุนและการบริหารโครงสร้างเงินทุนอย่างเป็นระบบ เพื่อสร้างกระแสเงินสดที่มั่นคงและรักษาระดับการจ่ายผลตอบแทนแก่ผู้ถือหน่วยลงทุนได้อย่างสม่ำเสมอภายใต้สภาวะตลาดที่มีความท้าทาย





